เที่ยว “กุนมะ” สัมผัสแหล่งสถาปัตยกรรม เรียนรู้วิถีชีวิตพื้นบ้าน ชมนิทรรศการหม่อนไหม ของชาวญี่ปุ่น Part 2

มาต่อกันสำหรับที่ท่องเที่ยวใน กุนมะ ของ ประเทศญี่ปุ่น จาก กุนมะ Part 1 ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยังไม่จบแต่เพียงเท่านั้น ยังมีที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่เรายังไม่ได้พูดถึง เราจึงได้ตัดสินใจหยิบยกกันมาใส่ต่อกันใน กุนมะ Part 2 ว่าแต่จะมีสถานที่ใดที่น่าติดตาม ของภูมิภาคคันโตแห่งนี้ สามารถรับชมข้อมูลได้จากด้านล่างนี้เลยครับ

Sainokawara Park

Sainokawara Park หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองคุซาสึ ที่มีความสวยงามเเละน่าสนใจ โดยตั้งอยู่ไม่ห่างใจกลางเมืองเเห่งนี้มากนัก เเละเป็นบริเวณที่เเวดล้อมไปด้วยหุบเขาที่มีความสวยงามร่มรื่นไปด้วยธรรมชาติมากมาย เเละเป็นอีกหนึ่งในเเห่งน้ำพุร้อนที่มีความหลากหลายเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับเป็นที่ตั้งของห้องอาบน้ำกลางเเจ้งขนาดใหญ่ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวกุนมะกันอย่างมาก

สำหรับเส้นทางเดินรอบ สวนซาอิโนะคาวาระ นั้นมีความสวยงามเเละเต็มไปด้วยธรรมชาติที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก พร้อมกับบรรยากาศที่น่ามาสัมผัสกับน้ำพุร้อนที่เดือดขึ้นมาบนผิวน้ำเเละควันที่ออกมาจากความร้อน รวมทั้งกลิ่น ช่วยสร้างบรรยากาศของความเป็นเมืองเเห่งน้ำพุร้อนขนานเเท้

โดยน้ำที่มารวมอยู่ที่นี่นั้นจะเป็นน้ำที่ไหลออกมาจากหุบเขาเเล้วมาพักที่นี่เพื่อเป็นการลดอุณหภูมิของน้ำลง ก่อนที่มันจะไหลไปรวมกันในลำธารกลางภูเขาก็ทีเเละเกิดเป็นน้ำตกสายเล็กๆ ที่มีความสวยงามเเละน่ามาสัมผัสเป็นอย่างยิ่ง

แผนที่ Sainokawara Park

ส่วนการเดินทางมายัง สวนซาอิโนะคาวาระ นั้นสามารถเดินมาได้เรื่อยๆ จาก ยูบาทาเกะ โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็จะถึงเเล้ว ซึ่งบรรยากาศสองข้างเส้นทางที่เดินมานั้นคุณก็จะได้สัมผัสกับเรียวกังโบราณที่มีความสวยงามากมายหลายเเห่งเลยทีเดียว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่ามาเที่ยวชมอีกแห่งของกุนมะ

Ikaho Town

Ikaho Town เมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการเป็นเเหล่งออนเซนที่สำคัญในกุนมะ เเละมีความโดดเด่นภายในตัวเมืองเเห่งนี้มากมายหลายจุด ทำให้มีนักท่องเที่ยวเเวะเวียนมาเที่ยวชมความสวยงาม พร้อมซึมซับกับบรรยากาศของการเป็นเมืองน้ำพุร้อนที่มีความสวยงามเเละเเวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่มีความงดงาม

จุดเด่นที่สุดของตัว เมืองอิคาโฮ คือมีบันไดหินที่มีความยาวกว่า 300 เมตร อยู่กลางใจเมืองเเห่งนี้ ซึ่งสองข้างทางนั้นเรียงรายไปด้วยเรียวกังเเบบโบราณเเละร้านขายของที่ระลึก เเละเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวเมื่อมาเที่ยวเมืองเเห่งนี้ต้องลองมาเดินผ่านบันไดทั้ง 365 ขั้นดู โดยสองข้างทางก็มีหลายจุดท่องเที่ยวที่มีความสวยงามเเละน่าสนใจ

บรรยากาศของสองข้างทางบริเวณบันไดหินกลางตัวเมือง Ikaho Town นั้นจะเต็มไปด้วยร้านค้ามากมายที่เป็นเเบบดั้งเดิมซึ่งจะจำหน่ายทั้งในส่วนของขนม เเละผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นต่างๆ มากมาย พร้อมกับมีที่พักในเเบบเรียวกังมากมายหลายเเห่งด้วยกัน เเละมีทั้งร้านเกมเพื่อความบันเทิงต่างๆ ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวที่จะใส่ชุดยูกาตะออกมาเดินเล่นกันในช่วงเย็นๆ

เมื่อถึงจุดสูงสุดของบันไดหินก็จะมีสถานีเคเบิ้ลคาร์อิคาโฮ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการขึ้นไปชมความสวยงามของวิวทิวทัศน์ด้านบนของภูเขาโมโนคิคิได้เเบบ 360 องศาลเลยทีเดียว เเถมยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าอิคาโฮ อีกด้วย

Mizusawa Temple

Mizusawa Temple วัดที่มีความเก่าเเก่ยาวนานมามากกว่า 1,300 ปี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองอิคาโฮ เป็นที่ประดิษฐานของพระคันนอน ซึ่งเป็นเทพเจ้าเเห่งความเมตตาที่มีประติมากรรมที่มีทั้งหมด 11 พักต์ เเละมี 1,000 กร นับว่ามีความสวยงามเเละเเปลกตาเป็นอย่างยิ่ง เเต่น่าเสียดายที่ประติมากรรมชิ้นนี้ไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเเละผู้สนใจเข้าชมได้

โดยภายในของ วัดมิซูซาวะ นั้นมีบรรยากาศที่เงียบสงบเเละมีความร่มรื่นเป็นอย่างมาก เพราะเเวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่มีความสวยงาม เเละตัวอาคารในวัดเเห่งนี้ก็มีความสวยงามเเละน่าสนใจด้วยสถาปัตยกรรมในเเบบญี่ปุ่นขนานเเท้ทั้งในส่วนของห้องโถงหลักของวัดที่มีความสวยงามเเละเก่าเเก่เป็นอย่างยิ่ง

ทางด้านของหอระฆังนั้นก็มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากด้วยการเป็นอาคารหกเหลี่ยมสีเเดงที่มีการตกเเต่งด้วยไม้เเกะสลักเป็นรูปสัตว์ต่างๆ

ส่วนทางด้านของเจดีย์นั้นก็มีความสวยงามถึงเเม้ว่าจะมีความสูงเพียงเเค่ 2 ชั้นก็ตามที่ โดยเสาด้านในของเจดีย์นั้นมีเรื่องเล่ากันว่าหากใครมาเดินวนครบ 3 รอบเเล้วจะพบเเต่ความโชคดี

แผนที่ Mizusawa Temple

สำหรับการเดินทางมายัง วัดมิซูซาวะ นั้นสามารถใช้บริการของรถบัสท้องถิ่น โดยใช้เวลาในการโดยสารประมาณ 10 นาทีก็จะถึงเเล้ว โดยเสียค่าโดยสารคนละ 310 เยนเท่านั้นเอง

Mount Haruna

Mount Haruna เป็นภูเขาไฟที่สงบเเล้ว โดยตั้งอยู่ใกล้ๆ กับภูเขาเมียวงิและภูเขาอาคางิ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นภูเขาที่มีความสวยงามเเละอยู่ในจังหวัดกุนมะทั้งหมด โดยลักษณะของภูเขานั้นมีลักษณะเป็นรูปทรงกรวยที่มีความสมมาตรเป็นอย่างยิ่ง โดยชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่า ฮารุนะ ฟูจิ ซึ่งมีความสวยงามเเละเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญของกุนมะ

สำหรับบริเวณของปล่องภูเขาฮารุนะนั้นมีขนาดใหญ่อย่างมาก เเละเนื่องจากการที่เป็นภูเขาไฟที่ดับไปเเล้วก็ทำให้มันกลายสภาพเป็นทะเลสาบที่มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เเละเป็นอีกหนึ่งในจุดที่มีความน่าสนใจเพราะเป็นหนึ่งในที่ทำกิจกรรมมากมายที่น่าสนใจทั้งในส่วนของการปั่นเรือหงส์ที่มีบริการให้เช่าเล่น หรือจะเป็นการพายเรือ รวมทั้งการตกปลาอีกด้วย โดยสำหรับเรือหงส์นั้นมีบริการให้เช่าอยู่ที่เรท 700 เยน ถึง 1,500 เยน ต่อครึ่งชั่วโมง ส่วนในช่วงฤดูหนาวนั้นบริเวณนี้จะเป็นจุดที่ใช้สำหรับตกปลาวาคาซากิ ซึ่งเป็นปลาท้องถิ่นของกุนมะที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับ Mount Haruna นั้นมีความสูงกว่า 1,449 เมตร ทำให้ยอดด้านบนนั้นสามารถชมวิวที่มีความสวยงามได้เเบบ 360 องศาเลยทีเดียว เเละมีเส้นทางในการเดินป่ามากมายหลายเส้นทางด้วยกัน เเละเป็นที่นิยมชมชอบของบรรดานักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ส่วนการเดินทางถึงจุดสูงสุดของภูเขาเเห่งนี้นั้นก็สามารถใช้บริการของเคเบิ้ลคาร์ ได้เลย เเละในบริเวณด้านบนก็มีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายจุดด้วยกัน ส่วนค่าเคเบิ้ลคาร์ นั้นอยู่ที่เรทเที่ยวเดียว 440 เยน ส่วนเเบบไป-กลับนั้นอยู่ที่ 840 เยน ที่นี่เปิดให้ขึ้นมาชมได้ทุกวันในเวลาตั้งเเต่ 9.15 น. จนถึงเวลา 16.55 น.

แผนที่ Mount Haruna

ส่วนการเดินทางมายัง ภูเขาฮารุนะ นั้นสามารถใช้บริการของรถบัสจาก Ikaho Bus Terminal โดยมาลงที่สถานีเคเบิ้ลคาร์ภูเขาฮารุนะ จากนั้นก็ใช้บริการของเคเบิ้ลคาร์ ขึ้นไปด้านบน นับว่าเป็นการเดินทางที่สะดวกเป็นอย่างยิ่ง

Tobe House

Tobe House นั้นนับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจ โดยตั้งอยู่ในเมืองมินาคามิ ซึ่งเป็นบ้านในสมัยเอโดะ เเต่มีความเเตกต่างเเละน่าสนใจเป็นอย่างมากก็ตรงที่เป็นบ้านฟาร์มที่ได้รับเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี ทำให้นักท่องเที่ยวเเละคนรุ่นหลังสามารถรับรู้ถึงวิถีชีวิตในอดีตของชาวญี่ปุ่นในสมัยเอโดะ ถึงวิธีในการดำรงชีวิต จนกลายมาเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ไม่ควรพลาดมาเที่ยวชม

โดย บ้านโทเบะ นั้นมีลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียวที่มุมหลังคาด้วยฟางเเละมีความกว้างขวางอย่างมาก โดยสร้างขึ้นมาด้วยไม้ทั้งหมดในรูปเเบบของสถาปัตยกรรมในสมัยเอโดะ โดยได้รับการอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี เเละมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของการจัดเเสดงข้าวของเครื่องใช้ในยุคเอโดะมากมายหลายชิ้นที่มีความน่าสนใจ เก่าเเก่ เเละสวยงามเป็นอย่างยิ่ง โดยมีการจัดวางตำเเหน่งเหมือนกับยังถูกใช้งานเเบบสมัยที่มีคนอาศัยอยู่จริงๆ

สำหรับใกล้ๆ กับ Tobe House นั้นก็ยังเป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มินาคามิ ที่มีการจัดเเสดงข้าวของพื้นบ้านมากมายทั้งในส่วนของ เสื้อผ้าที่มีความสวยงาม เเละเก่าเเก่ควรค่าเเก่การรักษา

ส่วนทางด้านของเครื่องใช้ เเละเครื่องครัวก็มีกันอย่างมากมาย พร้อมกันนี้ก็มีอุปกรณ์ทำการเกษตร จัดเเสดงให้ชมอีกด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยที่นี่เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งเเต่เวลา 9.30 น. จนถึงเวลา 16.00 น. โดยหยุดทุกวันจันทร์เเละวันหยุดราชการ ต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 210 เยน โดยเป็นการเข้าชมทั้งในส่วนของ บ้านโทเบะเเละพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มินาคามิ นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของกุนมะที่น่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

แผนที่ Tobe House

การเดินทางมายัง บ้านโทเบะ นั้นสามารถเดนิทางถึงง่ายๆ ด้วยการเดินมาจากสถานี Minakami Station ด้วยการใช้เวลาเพียงเเค่ 20 นาทีก็จะถึงเเล้ว เป็นอีกสถานที่ของเมืองมินาคามิ ที่ต้องไม่พลาดมาชมความเก่าเเก่สวยงามกัน

Takumi no Sato

Takumi no Sato อีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก โดยตั้งอยู่ในชานเมืองมินาคามิ ที่เต็มไปด้วยความสวยงามของนาข้าวเเละสวนแอปเปิ้ล โดยที่มีเทือกเขามินาคามิเป็นฉากหลังที่สวยงามอยู่ไกลๆ นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งได้รับการยอมรับว่ามีความสวยงามเเละเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่ามาเที่ยวชมอย่างมาก

โดยที่ หมู่บ้านทาคุมิโนซาโตะ นั้นเป็นหมู่บ้านที่มีความสวยงามเพราะเป็นหมู่บ้านที่รังสรรค์ผลงานศิลปะเเละงานฝีมือออกมามากมาย โดยมีอาคารที่ใช้สำหรับในการทำเวิร์กช็อปจำนวนกว่า 24 อาคารด้วยกัน โดยที่อาคารเเต่ละหลังนั้นจะมีการจำหน่ายงานฝีมือสไตล์ญี่ปุ่นเเท้ๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในหมู่บ้านเเห่งนี้สามารถที่จะมาทำเวิร์กช็อปร่วมประดิษฐ์งานฝีมือต่างๆ ได้อีกด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมที่เป็นที่นิยมกันของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวเเห่งนี้

Takumi no Sato นั้นมีเวิร์กช็อปมากมายให้นักท่องเที่ยวเเละผู้ที่สนใจมาเข้าร่วมกันไม่ว่าจะเป็นการทำกระดาษวาชิ ซึ่งเป็นงานฝีมือที่มีความน่าสนใจเเละเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวอย่างยิ่ง ส่วนทางด้านของการย้อมผ้าสีคราม ก็ได้รับความสนใจไม่น้อยไปกว่ากัน รวมไปถึงเวิร์กช็อปง่ายๆ อย่างการวาดภาพ เเละมีการแกะสลักกระจก ที่เป็นอีอันที่น่าสนใจ ส่วนการ ทำเครื่องเคลือบ นั้นก็นับว่าเป็นอีกงานฝีมือที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ส่วนทางด้านของการทำโซบะนั้นเป็นที่นิยมเป็นอย่างยิ่ง โดยในเเต่ละเวิร์กช็อปนั้นจะใช้เวลาในการทำประมาณ 1 ชั่วโมง โดยต้องมีค่าใช้จ่ายในการเวิร์กช็อปอยู่ที่ 500 เยน ถึง 1,000 เยนต่อคน โดยที่นี่จะเปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 17.00 น.

แผนที่ Takumi no Sato

สำหรับการเดินทางมายัง หมู่บ้านทาคุมิโนซาโตะ นั้นสามารถใช้บริการของรถบัส Numata-Sarugakyo Line จากสถานี Minakami Station มาลงที่ Jomo Kogen Station ใช้เวลาในการเดินทาง 25 นาที เสียค่าโดยสารคนละ 620 เยน โดยรถจะออกทุกๆ ชั่วโมง นอกจากนี้เเล้วยังสามารถขับรถยนต์โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจาก Tsukiyono Interchange

Arafune Cold Storage

โรงเก็บความเย็นธรรมชาติอะราฟูเนะ Arafune Cold Storage เมืองโทมิโอกะ ซึ่งเป็นเมืองขนาดเล็กที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการผลิตไหมเป็นอย่างมากของญี่ปุ่น เเละสถานที่เเห่งนี้ก็นับว่ามีความเก่าเเก่เเละเเวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่มีความสวยงาม ให้บรรยากาศที่ร่มรื่น น่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างมากอีกเเห่งของกุนมะ

โรงเก็บความเย็นธรรมชาติอะราฟูเนะ นั้นสร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1900 เพื่อใช้เป็นที่สำหรับเก็บรักษาหนอนไหมไม่ให้ฟักออกมาจากไข่ เเละเป็นการช่วยในการผลิตผ้าไหมเพื่อขึ้นมากกว่า 1 ครั้งต่อปี จากเดิมที่ชาวญี่ปุ่นจะผลิตได้เพียงเเค่รอบเดียวต่อปีเท่านั้นเอง นับว่าเป็นอีกหนึ่งในนวัตกรรมที่ล้ำสมัยอย่างมากในยุคนั้น โดยตัวโรงเก็บเเห่งนี้ถือว่าเป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่เป็นอย่างยิ่ง เเละมีความจุในการเก็บไข่ไหมได้มากกว่า 1 ล้านถาดเลยทีเดียว

ซึ่งด้วยอากาศที่เย็นจากที่นี่ก็ทำให้สามารถสะสมความเย็นเอาไว้ในหินได้เป็นอย่างดี โดยในช่วงฤดูร้อนภายในถ้ำจะมีอุณหภูมิที่ต่ำกว่าภายนอก นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมาเที่ยวชม

สำหรับ Arafune Cold Storage นั้นเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง เเม้ว่าจะไม่ค่อยมีความสวยงามเเต่ก็เต็มไปด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่นเเละมีอุณหภูมิที่หนาวเย็นเป็นอย่างยิ่ง โดยสถานที่เเห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ตั้งเเต่เวลา 9.30 น. จนถึงเวลา 16.00 น. โดยจะปิดในช่วงเดือนธันวาคม ถึงเดือนมีนาคม ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่ามาเที่ยวชมอีกเเห่งของกุนมะ

แผนที่ Arafune Cold Storage

การเดินทางมายัง โรงเก็บความเย็นธรรมชาติอะราฟูเนะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟ Joshin Railway จากสถานี Takasaki Station มาลงที่สถานี Shimonita Station โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเสียค่าโดยสาร 1,110 เยน โดยหลังจากนั้นก็เดินทางต่อไปอีก 15 กิโลเมตร โดยเรียกใช้บริการเเท็กซี่ ส่วนใครที่มาเที่ยวในวันเสาร์เเละอาทิตย์ สามารถใช้บริการของรถบัสมาลงที่ Sun Sports Land โดยเสียค่าโดยสาร 200 เยน จากนั้นก็ใช้บริการของรถบัสฟรีไปที่โรงเก็บความเย็นธรรมชาติอะราฟูเนะ

Tajima Yahei Sericulture Farm

Tajima Yahei Sericulture Farm ฟาร์มไหมที่มีความใหญ่โตเเละโด่งดังอย่างมากของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่เมืองโทมิโอกะ ในจังหวัดกุนมะ โดยเป็นฟาร์มที่มีการผลิตไหมญี่ปุ่นออกมาเป็นจำนวนมาก เเละเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่หาโอกาสในการเข้าชมได้ยากเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งที่นี่นั้นจะใช้วิธีการให้นักท่องเที่ยวเเละผู้สนใจนั้นชมจากภายนอกอาคารเท่านั้น นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจของกุนมะ

ฟาร์มไหมทาจิมะ ฟาร์มเเห่งนี้เป็นเพียงบ้านพักธรรมดาที่สร้างขึ้นมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1863 โดย Tajima Yahei ซึ่งเป็นเพียงเกษตรกรที่เลี้ยงไหมเเละได้มีการคิดค้นวิธีระบบระบายอากาศที่ทำให้สามารถเพิ่มไข่ไหมให้มีคุณภาพสูง ทำให้กิจการของการผลิตไหมมีความเจริญขึ้นอย่างมากเลยทีเดียว จึงทำให้ชาวญี่ปุ่นเดินทางมาเที่ยวชมกันอย่างมากมาย Tajima Yahei Sericulture Farm นั้นมีความเป็นเอกลักษณ์เป็นอย่างยิ่ง โดยเป็นอาคารสองชั้นที่มีหลังคาเล็กๆ ยกขึ้นมาจากหลังคาชั้นเเรก เเละมีหน้าต่างสำหรับระบายอากาศตามธรรมชาติ นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถาปัตยกรรมเเบบชาวบ้านที่เพิ่มมูลค่าได้อย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งที่นี่เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันตั้งเเต่เวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 16.00 น.

แผนที่ Tajima Yahei Sericulture Farm

สำหรับการเดินทางมาที่ ฟาร์มไหมทาจิมะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟเจอาร์ สาย Takasaki Line จากสถานี Takasaki โดยมาลงที่สถานี Okabe Station โดยใช้เวลาในการเดินทาง 25 นาที เสียค่าโดยสารคนละ 400 เยน จากนั้นก็ให้มาใช้บริการของเเท็กซี่ต่อไปอีกเป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร โดยเสียค่าโดยสารประมาณ 2,000 เยน นอกจากนี้เเล้วยังสามารถใช้บริการของรถบัสฟรี Tobu Isesaki Line จากสถานี Sakaimachi Station โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที เเละรถบัสจะออกทุกๆ ชั่วโมง เเต่จะเปิดบริการเฉพาะวันเสาร์เเละอาทิตย์เท่านั้น

Takayama-sha Sericulture School

Takayama-sha Sericulture School นั้นถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเป็นอย่างยิ่งอีกเเห่งของกุนมะ โดยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยเเละชาวต่างชาติเดินทางมาศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับหม่อนไหมเพื่อนำไปผลิตไหมดิบ เเละมีการพัฒนาอุตสาหกรรมผ้าไหมของญี่ปุ่น ทำให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ในกุนมะที่น่ามาเที่ยวชมความน่าสนใจ

โรงปลูกหม่อนเลี้ยงไหมทาคายามะชะ นั้นมีความเก่าเเก่เป็นอย่างยิ่ง เพราะสร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1891 โดยมีอาคารหลักเป็นอาคารที่มีความเก่าเเก่อยู่สองหลังด้วยกัน โดยเป็นอาคารที่โปร่งสวยงามในสถาปัตยกรรมสมัยเมจิ โดยมีทั้งหน้าต่างเเละเพดานที่เปิดระบายอากาศได้เป็นอย่างดี โดยที่ชั้นเเรกนั้นจะมีห้องเสื่อทาทามิ ที่มีเตาพิง ส่วนงานเป็นอย่างยิ่ง เเละน่ามานั่งเป็นอย่างมาก โดยที่ชั้นที่สองนั้นจะเป็นส่วนสำหรับเก็บรังไหม เเละมีเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการผลิตไหมญี่ปุ่นที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง

โดย Takayama-sha Sericulture School นั้นก่อตั้งขึ้นมาโดย ทาคายาม่า โชโกโร่ ซึ่งเป็นอดีตซามูไรที่มาประกอบธุรกิจทางด้านผ้าไหมหลังจากที่สิ้นสุดยุคศักดินา โดยจัดตั้งโรงหม่อนเเห่งนี้ในปี ค.ศ.1884 โดยใช้เทคนิคต่างๆ มากมายจนกลายเป็นผู้นำเทคโนโลยีทางด้านการผลิตผ้าไหมของญี่ปุ่น เเละเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัดกุนมะไปในที่สุด โดยสถานที่เเห่งนี้จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเเละผู้สนใจเข้าเที่ยวชมได้ฟรีทุกวันตั้งเเต่เวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 16.00 น. โดยจะปิดทุกวันที่ 29 ธันวาคม ถึงวันที่ 4 มกราคม ของทุกปี

แผนที่ Takayama-sha Sericulture School

ส่วนการเดินทางมายัง โรงปลูกหม่อนเลี้ยงไหมทาคายามะชะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟเจอาร์ สาย Hachiko Line จากสถานี Takasaki มาลงที่สถานี Gunma-Fujioka Station โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที เเละเสียค่าโดยสารประมาณ 240 เยน โดยรถไฟจะออกทุกชั่วโมง หลังจากนั้นก็ให้คุณไปใช้บริการของรถบัสท้องถิ่นมาลงที่ Takayama-sha Ato Mae โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 35 นาที โดยเสียค่าโดยสาร 300 เยน หรือหากคุณมาลงที่สถานี Gunma-Fujioka Station ก็ให้นั่งเเท็กซี่ต่อไปอีกเป็นเวลา 20 นาที เสียค่าโดยสารประมาณ 3,500 เยน

Tomioka Silk Mill

Tomioka Silk Mill เป็นโรงงานสำหรับผลิตผ้าไหมที่มีประสิทธิภาพในการผลิตเป็นอย่างมาก โดยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความเก่าเเก่อีกเเห่ง เพราะสร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1872 มีอาคารเดิมที่โดเด่นเป็นอย่างมากคืออาคารอิฐยาว 3 หลังด้วยกัน ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมในยุคเมจิที่มีความสวยงามเเละเเฝงไว้ด้วยประวัติศาสตร์อย่างมากมาย

นอกจากนี้เเล้วใน โรงไหมโทมิโอกะ ยังมีอาคารอีกหลายหลังที่มีความสวยงามทั้งในส่วนของ โรงเก็บความเย็นธรรมชาติเพื่อใช้สำหรับเก็บรักษาไข่ไหมเอาไว้ หรือจะเป็นโรงหมุนไหม ที่เป็นการนำไหมจากรังไหมดิบมาหมุนเพื่อจะเข้าวงล้อมสำหรับนำไปเตรียมในการทอ ซึ่งเป็นอีกกระบวนการที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเครื่องจักในปัจจุบันนั้นมีความทันสมัยกว่าเเต่ก่อน ส่วนอาคารที่เหลือนั้นจะเป็นโกดังสำหรับเก็บรังไหม เเละอีกจุดที่น่าสนใจก็คือในส่วนของ บ้านพัก Brunat House ซึ่งในอดีตเป็นที่พักของผู้จัดการชาวฝรั่งเศส เเละมีหอพักคนงานชาวฝรั่งเศส เเละชาวญี่ปุ่นอีกด้วย ซึ่งเป็นอาคารที่มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่งเเละเเสดงออกถึงความเก่าเเก่อย่างยิ่ง

นักท่องเที่ยวสามารถมาชมความสวยงามของ Tomioka Silk Mill ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของคลังสินค้า ที่นำมาใช้สำหรับจัดเเสดงนิทรรศการที่เกี่ยวกับไหม ที่มีความน่าสนใจ โดยจะมีไกด์ทัวร์ที่เป็นชาวญี่ปุ่นนำเที่ยวอีกด้วย หรือจะมี audio guide ที่มีหลายภาษาให้เช่าในราคา 200 เยน หรือจะใช้สมาร์ทโฟนเพื่อฟังข้อมูลก็ได้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าชมอย่างมาก เเละที่นี่ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งเเต่ปี ค.ศ.2014 โดยที่นี่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมทุกวันตั้งเเต่เวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 17.00 น. โดยจะปิดทุกวันพุธ

แผนที่ Tomioka Silk Mill

ส่วนการเดินทางมายัง โรงไหมโทมิโอกะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Joshin Railway จากสถานี Takasaki มาลงที่สถานี Joshu-Tomioka Station โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 35 นาที โดยเสียค่าโดยสารคนละ 790 เยน โดยรถไฟจะออกชั่วโมงละ 2 ขบวน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ การแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของ “กุนมะ” ของประเทศญี่ปุ่น ที่ทาง CheckInChill ของเรา ได้หยิบยกสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมาให้ได้ชมกัน ทั้ง 2 Part กันอย่างจุใจเลยทีเดียว มีที่ไหนถูกใจกันบ้างไหมครับ และที่สำคัญถ้าไม่อยากพลาดเรื่องราวที่เกี่ยวกับที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก อื่น ๆ ก็อย่าลืมกดติดตามเราได้ที่ >> ติดตามเราบน Facebook <<

อ่านบทความอื่นๆ

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : เที่ยว “กุนมะ” สัมผัสแหล่งสถาปัตยกรรม เรียนรู้วิถีชีวิตพื้นบ้าน ชมนิทรรศการหม่อนไหม ของชาวญี่ปุ่น Part 2