“10 สถานที่ท่องเที่ยว” เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด (Part 1)

“ซัปโปโร” (Sapporo) ศูนย์กลางความเจริญของกิ่งจังหวัดอิชิกะริ ในจังหวัดฮอกไกโด เป็นหนึ่งในเมืองใหม่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ เมืองซับโปโร ถูกพัฒนาตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญจากอเมริกา ทำให้เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานแบบอเมริกาเหนือ มีการสร้างระบบถนนแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า สังเกตได้จากสวนสาธารณะโอโดริ และยังมีสถาปัตยกรรมแบบอเมริกันถูกสร้างขึ้นหลายแห่ง อีกทั้งซัปโปโรยังเคยเป็นเมืองที่จัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว 1972 ในปัจจุบันมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องเมืองแห่งการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวมากมายเดินทางไปเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย หากใครมีแผนมาเที่ยวที่เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด แล้วยังไม่มีที่พักล่ะก็ เราขอ แนะนำ “10 ที่พัก” เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด ! ให้คุณท่องเที่ยวได้แบบสบายใจ เพลิดเพลินไปกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในซัปโปโร ที่เราจะแนะนำด้านล่างจ้า


เทศกาลของเมืองซับโปโร

เทศกาลหิมะซับโปโร : จัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ที่สวนสาธารณะโอโดริ เป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงมาก จะมีรูปปั้นหิมะ และรูปแกะสลักจากน้ำแข็ง พร้อมแสงสีสวยงาม ให้ผู้คนเข้าชมความสวยงามตระการตา ซึ่งผลส่วนใหญ่ถูกสร้างสรรค์โดย กองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นญี่ปุ่น

เทศกาลโยะซะโกะอิ โซะรัง : จัดขึ้นในเดือนมิถุนายนของทุกปี ที่สวนสาธารณะโอโดริ และถนนสู่ซูซูกิโนะ ภายในเทศกาลจะมีนักเต้นรำจำนวนมาก สวมเครื่องแต่งกายพิเศษ เต้นรำไปตามทำนองเพลงดั้งเดิมของญี่ปุ่น 


อาหารขึ้นชื่อของเมืองซับโปโร

มิโซะราเม็ง : ต้นตำรับที่แท้จริงต้องที่จังหวัดฮอกไกโดเท่านั้น หาทานง่าย มีสาขาทั่วเมืองซัปโปโร ตรอกราเมน ย่านซูซูกิโนะ, ราเมน วิลเลจ ฯลฯ

ซุปแกงกะหรี่ : เมนูขึ้นชื่อ มีต้นเกิดกำเนิดจากเมืองซัปโปโร โดยในซุปประกอบด้วย ผัก เห็ด และเนื้อไก่ ซึ่งเป็นหนึ่งในความพิเศษของซัปโปโร หาทานง่าย มีร้านตั้งอยู่มากมายตามเมือง และตำบลต่างๆ ของจังหวัดฮอกไกโด

อาหารทะเล : ขึ้นชื่อว่า มีความสดใหม่ รสชาติเยี่ยม อาทิเช่น แซลมอน, เม่นทะเล, ปู ฯลฯ


สถานที่ท่องเที่ยวของเมืองซับโปโร

1. Jozankei Onsen (โจซังเคออนเซ็น)

ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติชิโกะซุ โทยะ โดยอยู่บริเวณช่วงหน้าผาสูงกับแม่น้ำโทโยฮิระ นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากชาวซัปโปโรเป็นอย่างมาก โดยใช้เวลาในการเดินทางออกมาจากใจกลางเมืองเพียงเเค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง เเละเป็นเมืองเเห่งออนเซ็นที่มีความสำคัญอย่างมากในภูมิภาคฮอกไกโด โดยภายในเมืองเเห่งนี้มีเรียวกังมากกว่า 12 เเห่ง เเละมีร้านค้าร้านอาหารมากมายที่เตรียมเอาไว้บริการนักท่องเที่ยว เเละในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนั้น สถานที่เเห่งนี้ได้รับความสนใจเเละนิยมอย่างมากในการมาชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสี โดยมีวัดอิวาโตะคันนอนโด เป็นอีกจุดที่น่ามาท่องเที่ยว โดยเป็นวัดในถ้ำที่มีความยาวกว่า 120 เมตรเลยทีเดียว เเละเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคันนอนถึง 33 องค์เลยทีเดียว

เรียวกัง เเละห้องอาบน้ำต่างๆ ในโจซังเคออนเซ็น นั้นก็มีทั้งในส่วนของโรงแรมโชเงสึแกรนด์ ซึ่งเป็นห้องอาบน้ำที่มีขนาดใหญ่ โดยมีทั้งในร่มเเละกลางเเจ้ง ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพได้อย่างสวยงามเป็นอย่างยิ่ง โดยเสียค่าบริการครั้งละ 1,500 เยน เเต่หากจะพักค้างคืนในเรียวกังก็เสียค่าเข้าพัก 15,000 เยนต่อคน โดยจะรวมอาหาร 2 มื้อ เปิดบริการทุกวันเวลา 13.00 น. จนถึงเวลา 17.00 น. ทางด้านของโรงแรมซุนซูอิ นั้นก็เป็นห้องน้ำที่มีขนาดเล็กเเละมีความเป็นชนบทเป็นอย่างยิ่ง โดยมีห้องอาบน้ำกลางเเจ้งที่สามารถชมวิวความสวยงามของหุบเขาต่างๆ ได้เช่นกัน โดนเปิดให้บริการทุกวันเวลา 12.00 น. จนถึงเวลา 19.00 น. โดยเสียค่าเข้าใช้บริการคนละ 640 เยน เเละหากจะพักค้างคืนต้องเสียค่าบริการ 8,500 เยน

ห้องอาบน้ำอื่นๆ ที่น่าสนใจ ในโจซังเคออนเซ็นนั้น ก็มีทั้งในส่วนของโรงแรมโจซังเควิว ซึ่งเป็นโรงเเรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในย่านนี้ เเละมีห้องอาบน้ำหลายรูปเเบบ ที่มีความสวยงาม เเละมีความเเปลกเเหวกเเนวไม่เหมือนใคร โดยบางบ่อนั้นมีความน่าสนใจในเรื่องของกลิ่นที่มีความหอมเป็นอย่างยิ่ง โดยเปิดให้บริการทุกวันตั้งเเต่เวลา 10.00 น. จนถึงเวลา 15.00 น. โดยเสียค่าบริการคนละ 1,500 เยน หรือหากจะเข้าพักค้างคืนก็เสียค่าบริการคนละ 6,000 เยน โดยมีอาหารสองมื้ออีกด้วย นับว่าเป็นอีกหนึ่งในบริเวณที่น่ามาท่องเที่ยวของซัปโปโรเป็นอย่างยิ่ง

การเดินทางไปโจซังเคออนเซ็น :

ใช้บริการของรถบัส Jotetsu Bus หมายเลข 7 หรือหมายเลข 8 จากสถานีรถบัส Sapporo Station Bus Terminal ได้เลย โดยรถจะออกชั่วโมงละ 2-3 เที่ยว ใช้เวลาในการเดินทางมายังโจซังเคออนเซ็น 75 นาที เเละเสียค่าโดยสารคนละ 770 เยนสำหรับการเดินทางเที่ยวเดียว

แผนที่ Google Map โจซังเคออนเซ็น :


2. Mount Moiwa (ภูเขาโมอิวะ)

สำหรับภูเขาโมอิวะนั้น เป็นภูเขาที่มีความสวยงามถึงเเม้ว่าจะมีขนาดเล็ก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จากใจกลางเมืองซัปโปโร เป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งจากบรรดาชาวเมืองซัปโปโรเเละนักท่องเที่ยวในการมาชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองเเห่งนี้ โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ตกดินนั้นเป็นช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในการมาเที่ยวชม

การขึ้นมายังภูเขาโมอิวะ สามารถใช้บริการของกระเช้าซึ่งจะขึ้นไปที่ความสูง 3 ใน 4 ของความสูงภูเขา จากนั้นนักท่องเที่ยวต้องมาเปลี่ยนใช้บริการมินิเคเบิ้ลคาร์ เพื่อขึ้นไปยังสถานีบนยอดเขา ซึ่งบริเวณยอดเขานั้นจะมีดาดฟ้าสำหรับชมวิวทิวทัศน์ของเมืองซัปโปโรที่มีความสวยงามอีกด้วย เเละมีร้านอาหารไว้บริการอีกด้วย ทำให้เป็นอีกจุดที่มีนักท่องเที่ยวเเละชาวเมืองซัปโปโรขึ้นมาดื่มด่ำกับทัศนียภาพที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้เเล้วก็ยังมี อาคารที่เป็นท้องฟ้าจำลอง เเละมีโรงละครตั้งอยู่อีกด้วย นับว่ามีหลายจุดที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

รีสอร์ตบนภูเขาโมอิวะ ตั้งอยู่ที่ทางลาดด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของภูเขา ซึ่งเป็นที่นิยมของบรรดานักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองซัปโปโรเป็นอย่างมากอีกด้วย โดยที่ภูเขาเเห่งนี้เปิดให้ขึ้นมาชมทุกวันในเวลา 10.30 น. จนถึง 22.00 น. ส่วนทางด้านของธันวาคมถึงเดือนมีนาคม จะเปิดให้ขึ้นชมในเวลา 11.00 น. จนถึงเวลา 21.00 น. เเละปิดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ในช่วงเดือนเมษายน โดยต้องเสียค่าขึ้นกระเช้า 1,700 เยนต่อคน ซึ่งเป็นเเพ็คเกจรวมทั้งค่ากระเช้า เเละค่ามินิเคเบิ้ลคาร์เเบบไป-กลับ ส่วนทางด้านของค่ากระเช้าเเบบไป-กลับนั้นจะอยู่ที่เรท 1,100 เยนต่อคน เเละค่ามินิเคเบิ้ลคาเเบบไป-กลับ นั้นจะอยู่ที่ราคา 600 เยน

การเดินทางไปภูเขาโมอิวะ :

ใช้บริการของรถบัสสาย Sapporo’s only streetcar line จาก Susukino โดยมาลงที่ป้าย Ropeway Iriguchi Station โดยใช้เวลาประมาณ 25 นาที เเละเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 170 เยน เเล้วจะมีรถบัสฟรีเคยรับส่งระหว่างป้ายเเห่งนี้กับสถานีกระเช้าด้านล่าง โดยใช้เวลาเพียงเเค่ 5 นาทีเท่านั้น เเละรถจะออกทุกๆ 20 นาที

แผนที่ Google Map ภูเขาโมอิวะ :


3. Horomitoge Lavender Garden (สวนดอกลาเวนเดอร์โฮโรมิโตเกะ)

ตั้งอยู่ชานเมืองซัปโปโร ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงอย่างมากของเมืองซัปโปโร เเละได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวอยู่ตอลดทั้งปี โดยบริเวณเเห่งนี้มีจุดเด่นที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งจากการที่มีการปลูกดอกลาเวนเดอร์ไว้เป็นจำนวนมาก เเละในช่วงฤดูกาลหนึ่งก็จะผลิดอกสวยงามเป็นอย่างยิ่งด้วยสีม่วงตลอดทั้งสวน ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 5,000 ดอกเลยทีเดียว

ลักษณะของสวนดอกลาเวนเดอร์โฮโรมิโตเกะ นั้นมีความสวยงามตรงที่มันตั้งอยู่จุดที่เป็นเนินเขาสูง ทำให้มีจุดที่สามารถชมความสวยงามของดอกลาเเวนเดอร์ไปพร้อมๆ กับการชมวิวทิวทัศน์ที่มีความสวยงามของเมืองซัปโปโร โดยมีจุดถ่ายภาพมากมายหลายจุดให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้ถ่ายภาพกันอย่างชัดเจนเเละสนุกสนาน รวมทั้งสามารเลือกซื้อหาผลิตภัณฑ์ที่เป็นของที่ระลึกซึ่งผลิตมาจากดอกลาเวนเดอร์ ทั้งในส่วนของน้ำมันหอมระเหยกลิ่นดอกลาเวนเดอร์ เเละโปสการ์ดจำนวนมากที่มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง

ช่วงเวลาที่เหมาะในการมาเที่ยวสวนดอกลาเวนเดอร์โฮโรมิโตเกะ จะอยู่ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม เพราะจะเป็นช่วงเวลาที่ดอกลาเวนเดอร์จะบานสะพรั่งสวยงามเป็นอย่างยิ่ง โดยที่นี่จะเปิดให้เข้าชมในช่วงเดือนเมษายนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน ระหว่างเวลา 10.00 น. ถึง 17.00 น. เเละอีกช่วงคือเวลา 18.00 น. ถึง 1.30 น. ของอีกวัน โดยต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 300 เยนสำหรับช่วงเวลากลางวัน เเละ 500 เยนสำหรับช่วงเวลากลางคืน

การเดินทางไปสวนดอกลาเวนเดอร์โฮโรมิโตเกะ :

ใช้บริการของรถไฟจากสถานีซับโปโร ไปลงที่สถานีโอโดริ เเล้วให้คุณต่อรถไฟใต้ดินสาย Subway Tozai Line ไปลงที่สถานี Maruyamakoen Station เเล้วให้คุณใช้บริการของเเท็กซี่จากหน้าสถานีไปยัง สวนลาเวนเดอร์โฮโรมิโตเกะ โดยใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีก็จะถึงเเล้ว

แผนที่ Google Map สวนดอกลาเวนเดอร์โฮโรมิโตเกะ :


4. Maruyama Zoo (สวนสัตว์มารุยาม่า)

เป็นสวนสัตว์ประจำเมืองซัปโปโร เเละจังหวัดฮอกไกโด เป็นสวนสัตว์ขนาดใหญ่ เเละมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ตั้งอยู่ที่เชิงเขามารุยามะ ในตัวเมืองซัปโปโร ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งนึ่งของเมืองนี้ เเละได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นเอง เเละนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เมื่อมาเยือนเมืองซับโปโร

ภายในสวนสัตว์มารุยามะ มีการเเบ่งออกเป็นหลายโซนที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในส่วนของโซนวิวัฒนาการของสัตว์ ซึ่งเเสดงข้อมูลการวิวัฒนาการของสัตว์ต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ชม เเละได้ความรู้อีกด้วย ทางด้านของโซนนกนั้นก็จะเต็มไปด้วยนกมากมายหลากหลายพันธุ์ ในขณะที่โซนลิงนั้นได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีลิงมากมายหลากหลายพันธุ์ โดยเฉพาะลิงหน้าเเดงที่ชอบเเช่น้ำร้อน ซึ่งเป็นพันธุ์เฉพาะถิ่นบนฮอกไกโดนั้นได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง ไม่เเพ้โซนหมีขั้วโลก ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน โดยมีทั้งหมีขั้วโลก หรือจะเป็นหมีสีน้ำตาล ทางด้านของโซนร้านค้า นั้นก็เต็มไปด้วยร้านค้าจำนวนมากที่จำหน่ายสินค้ามากมายหลายชนิดด้วยกัน เเละมีโซนสำหรับเด็กที่สามารถเข้าไปเล่นกับสัตว์บางชนิดได้อีกด้วย

นอกจากนี้ สวนสัตว์มารุยามะ ยังมีสัตว์หลากหลายสายพันธุ์มากมาย ทั้งในส่วนของเเพนด้าเเดง ยีราฟ จิงโจ้ เเม้กระทั่งสิงโต รวมไปถึงหมาป่า เเละนกเพนกวินอีกด้วย โดยที่นี่จะเปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 16.00 น. ส่วนเดือนกุมพาพันธ์ จนถึงเดือนตุลาคม นั้นจะเปิดในเวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 17.00 น. โดยต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 600 เยน

การเดินทางไปสวนสัตว์มารุยามะ :

ใช้เส้นทางของรถไฟใต้ดินสาย Tozai โดยให้มาลงที่สถานี Maruyama Koen เเล้วเลือกทางออกที่ 2 หรือ 3 จากนั้นเดินต่อไปอีก 100 เมตร เเล้วให้เลี้ยวซ้ายตรงไปอีก 120 เมตร จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายอีกครั้งเเล้วเดินตรงไปประมาณ 100 เมตร ก็จะถึงทางเข้าสวนสัตว์เเล้ว

แผนที่ Google Map สวนสัตว์มารุยามะ :


5. Former Hokkaido Government Office Building (อาคารที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด)

นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับเเลนด์มาร์คอีกเเห่งของเมืองซัปโปโร โดยตั้งอยู่บริเวณเดียวกับสวนโอโดริ ซึ่งเป็นจุดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากมายหลายเเห่งตั้งอยู่ โดยอาคารเเห่งนี้เป็นอาคารหลังเเรกๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงเวลาของการพัฒนาภูมิภาคฮอกไกโดในช่วงเวลาเเรกๆ เมื่อร้อยกว่าปีมาเเล้ว โดยเป็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมในสมัยเมจิที่มีความสวยงาม เเละมีสไตล์ที่คล้ายคลึงกับสถานีรถไฟโตเกียว เพราะมีการใช้อิฐสีเเดงในการก่อสร้างเหมือนกัน โดยเริ่มเเรกนั้นใช้เป็นที่ทำการของรัฐบาลท้องถิ่นฮอกไกโด เเละเป็นอาคารสำหรับหน่วยงานราชการมาอย่างยาวนาน ก่อนที่จะมีการสร้างอาคารรัฐบาลใหม่ขึ้นมาเเทนที่ อาคารเเห่งนี้จึงยุติบทบาทเเละเป็นเพียงพิพิธภัณฑ์เเละหอสมุกที่เก็บบันทึกทางราชการในปัจจุบันเท่านั้น

อาคารที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด สร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1888 โดยเป็นอาคารไม่กี่หลังในยุคนั้นของญี่ปุ่นที่มีขนาดใหญ่โตเเละหรูหราเป็นอย่างมากด้วยการตกเเต่งที่สวยงาม ซึ่งด้านหน้านั้นนักท่องเที่ยวจะพบกับสัญลักษณ์ดาวห้าแฉก เเละธงรูปดาวเจ็ดแฉก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองซัปโปโร เเละฮอกไกโด พร้อมกันนี้บริเวณรอบๆ ยังรายล้อมไปด้วยสวนหย่อมที่ให้ความร่มรื่น เเละมีการปลูกตนซากุระเรียงรายสลับกับต้นเเปะก๊วยไว้อีกด้วย

นักท่องเที่ยวนั้นสามารถเข้ามาชมความสวยงามของอาคารที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโดได้ทั้งภายนอก เเละภายในอาคารหลังนี้ ซึ่งนับว่าเป็นจุดยอดนิยมในการมาถ่ายภาพของบรรดานักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนซัปโปโรเป็นอย่างยิ่ง โดยสามารถเข้าชมได้ฟรีทุกวัน โดยภายในอาคารนั้นเปิดให้เข้าชมในเวลา 8.45 น. ถึงเวลา 18.00 น. ส่วนทางด้านของสวนหน้าอาคารนั้นเปิดในเวลา 7.00 น. จนถึงเวลา 21.00 น.

การเดินทางไปอาคารที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด :

ใช้บริการของรถไฟเจอาร์ มาลงที่สถานีเจอาร์ ซัปโปโร เเล้วเดินต่อมาอีกเพียงเล็กน้อยก็จะถึงเเล้ว เเต่หากใช้บริการของรถไฟใต้ดินสาย Toho หรือสาย Namboku ก็ให้มาลงที่สถานี Sapporo เเล้วเลือกทางออกที่ 10 จากนั้นเดินต่อไปอีก 1 บล็อค เเล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 120 เมตร ก็จะถึงอาคารที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด

แผนที่ Google Map อาคารที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด :


6. Odori Park (สวนสาธารณะโอโดริ)

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับเเลนด์มาร์คเช่นกัน เพราะมันตั้งอยู่ใจกลางเมือง โดยมีเเนวคิดในการสร้างเหมือนกับเซ็นทรัลพาร์คที่มหานครนิวยอร์ก เเละเป็นกึ่งกลางที่เเบ่งเมืองออกเป็นสองส่วนด้วยกัน ทั้งในส่วนของฝั่งทางทิศเหนือ เเละทิศใต้ ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่ รวมทั้งมีลานจอดรถที่มีขนาดความยาวถึง 1 กิโลเมตรครึ่งเลยทีเดียว จึงกลายมาเป็นอีกจุดท่องเที่ยวหลัก เพราะมันตั้งอยู่ใจกลางสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากมาย ในตัวเมืองซัปโปโร

ด้วยความที่สวนสาธารณะโอโดรินั้น กินอาณาบริเวณถึง 12 บล็อกด้วยกัน ทำให้ในช่วงเวลาปกตินั้นจะทำหน้าที่เป็นสวนสาธารณะประจำเมืองที่มีความสำคัญ เพราะมีสีเขียวสวยงามเป็นอย่างมาก โดยทางด้านของด้านทิศตะวันออกนั้นจะโดดเด่นมาเเต่ไกล เพราะเป็นจุดที่ตั้งของซัปโปโรทาวเวอร์ที่มีความสูงกว่า 150 เมตร เเละด้านบนจะเป็นจุดชมวิวที่มีความสวยงามเเละเป็นที่นิยมเป็นอย่างยิ่งของนักท่องเที่ยว ยิ่งในช่วงเวลากลางคืนนั้นจะมีความสวยงามด้วยเเสงไฟที่สวยงาม

นอกจากนี้ ความสำคัญของสวนสาธารณะโอโดริ คือ ในช่วงฤดูหนาวบริเวณเเห่งนี้ จะถูกใช้เป็นพื้นที่ของการจัดงานเทศกาลหิมะซัปโปโร เป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก เเละเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นเองเเละชาวต่างชาติ ทำให้เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งได้รับความนิยมเเละเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองหลวงของฮอกไกโดเเห่งนี้อีกด้วย โดยที่นี่เปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 9:30 น. ถึง 21:30 น. ในช่วงกลางเดือนตุลาคม ถึงเดือนมีนาคม ส่วนในช่วงเดือนเมษายน ถึงกลางตุลาคม จะเปิดในเวลา 9:00 น. ถึงเวลา 22:00 น. เสียค่าเข้าชมคนละ 720 เยน

การเดินทางไปสวนสาธารณะโอโดริ :

ใช้บริการของรถไฟใต้ดิน โดยให้มาลงที่สถานี Odori Subway Station เเล้วเดินต่อมาอีกเพียงเล็กน้อยก็จะถึงเเล้ว หรือสามารถนั่งรถไฟเจอาร์มาลงที่สถานี JR Sapporo Station เเล้วเดินต่อมาอีกประมาณ 10 นาที ก็จะถึงเช่นเดียวกัน

แผนที่ Google Map สวนสาธารณะโอโดริ :


7. Okurayama Observatory (จุดชมวิวโอคุรายาม่า)

จุดชมวิวโอคุรายาม่า หรือที่นักเล่นสกี นิยมเรียกกันว่า Okuayama Ski Jump (โอคุเอยาม่าสกีจั๊มพ์) นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองซัปโปโรที่มีความน่าสนใจเเละได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวเเละนักเล่นสกีเป็นอย่างมาก โดยการเดินทางขึ้นไปชมนั้นต้องใช้บริการของลิฟท์เก้าอี้ เพื่อขึ้นไปด้านบน โดยในฤดูกาลปกตินั้นบริเวณเเห่งนี้จะเป็นจุดชมวิวที่มีความสวยงามเพราะสามารถมองเห็นเมืองซัปโปโรในมุมสูงได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว ส่วนในฤดูหนาวนั้นที่นี่ก็จะเป็นจุดที่เอาไว้เล่นสกีซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

บริเวณจุดชมวิวโอคุรายาม่านั้นยังมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายจุดด้วยกันทั้งในส่วนของ พิพิธภัณฑ์กีฬาฤดูหนาวซัปโปโร ซึ่งจะเป็นการจัดเเสดงข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันโอลิมปิกกีฬาฤดูหนาวที่จัดขึ้นที่ซัปโปโรในปี 1972 เเละภายในนั้นจะมีเกมส์จำลองให้คุณได้เล่นอีกด้วยทั้ง กระโดดสกี สเก็ต และฮอกกี้ โดยจุดนี้จะเปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 18.00 น. โดยเสียค่าเข้าชม 600 เยน นับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

โดยทางด้านของจุดชมวิวโอคุรายาม่านั้น ถือว่ามีการเดินทางขึ้นไปเที่ยวชมที่มีข้อมูลน่าสนใจในเเต่ละฤดูกาล โดยเวลาเปิดปิดบริการของลิฟท์เก้าอี้ในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม จะอยู่ที่ช่วงเวลา 8.30 ถึง 18.00 น. ส่วนทางด้านของช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนเมษายน จะอยู่ในช่วงเวลา 9.00 นง จนถึง 17.00 น. ส่วนตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน จะเปิดตั้งเเต่เวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 21.00 น. โดยเสียค่าบริการไป-กลับ 500 เยนต่อคน

การเดินทางไปจุดชมวิวโอคุรายาม่า :

ใช้บริการของรถบัส JR Burari Sapporo Kanko Bus  จากป้ายหน้าสถานี JR Sapporo Station โดยมาลงที่ป้าย Okurayama Ski Jump Staduim ใช้เวลาในการเดินทาง 45 นาที เเละเสียค่าโดยสาร 210 เยน สามารถใช้งานร่วมกับ JR Pass ได้อีกด้วย โดยรถบัสนี้จะเปิดให้บริการในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ส่วนให้ที่ใช้บริการของรถไฟใต้ดินสามารถเดินทางได้ตลอดทั้งปี ด้วยการใช้บริการของสาย Tozai Subway Line  จากสถานี Odori Station  โดยมาลงที่สถานี Maruyama Koen Station

แผนที่ Google Map จุดชมวิวโอคุรายาม่า :


8. Sapporo Jogai Market (ตลาดซัปโปโรโจไง)

เป็นหนึ่งในตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองซัปโปโร โดยมีร้านค้าเเละร้านอาหารตั้งเรียงรายไปตลอดเเนวกว่า 80 ร้านเลยทีเดียว ทำให้เป็นอีกหนึ่งในจุดที่มีชาวเมืองซัปโปโรให้ความนิยมไปเลือกซื้อหาสินค้า เเละรับประทานอาหารกันอย่างมากมาย รวมทั้งเป็นอีกจุดท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจ เเละน่ามาเที่ยวชมอีกเเห่งของเมืองซัปโปโร เเม้ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะไม่ค่อยรู้จักก็ตาม

ร้านค้าต่างๆ ในตลาดซัปโปโรโจไงนั้น ส่วนใหญ่เเล้วจะจำหน่ายอาหารทะเล หรือผลิตภัณฑ์จากทะเลเป็นหลัก รวมทั้งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่สำคัญของฮอกไกโด ทั้งผัก เเละผลไม้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก โดยมีทั้งในส่วนของ เเตงโม ข้าวโพด เเละที่น่าสนใจคือมันฝรั่งที่จะมีจำหน่ายตามเเต่ละฤดูกาล ในราคาที่ไม่เเพงเเต่อย่างใดเลยทีเดียว ส่วนอาหารทะเลนั้นก็มีทั้งในส่วนของหอยเชลล์ ปลาหมึก ไข่ปลาแซลมอน หอยเม่นทะเล เเละปูต่างๆ พร้อมกับผลิตภัณฑ์ทางทะเลอีกมากมายหลายชนิดด้วยกัน

จุดที่น่าสนใจอีกอย่างของตลาดซัปโปโรโจไง คือ ร้านอาหารที่มีเมนูท้องถิ่นจำนวนมากมายหลายเมนูด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่เเล้วจะเป็นอาหารทะเลที่มีรสชาติดีเป็นอย่างยิ่ง โดยอย่างเมนูดอมบูริ นั้นก็เป็นเมนูท้องถิ่นที่มีความอร่อย เเละมีชื่อเสียงอย่างมากของฮอกไกโด โดยจะเป็นการนำอาหารทะเลสดๆ ต่างๆ มาเสิร์ฟพร้อมกับข้าว ถือว่ามีรสชาดอร่อยเป็นอย่างยิ่ง โดยร้านค้าส่วนใหญ่ในตลาดเเห่งนี้จะเปิดหันในเวลา 6.00 น. จนถึงเวลา 17.00 น. ส่วนเวลาเเน่นอนของเเต่ละร้านนั้นจะมีความเเตกต่างกันออกไป

การเดินทางไปตลาดซัปโปโรโจไง : 

ใช้บริการของรถไฟเจอาร์ จากสถานี JR Sapporo Station มาลงที่สถานี JR Soen Station โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 นาที เสียค่าโดยสารเพียง 170 เยน เเล้วหลังจากนั้นก็เดินต่อมาอีกเพียงเเค่ 10 นาทีก็จะถึงเเล้ว เเต่หากมาด้วยรถไฟใต้ดินนั้นก็สามารถขึ้นรถไฟใต้ดินจากสถานี Odori Station โดยมาลงที่สถานี Nijuyonken Subway Station โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็จะถึงเเล้ว หลังจากนั้นก็เดินต่อไปอีกเพียงเเค่ 10 นาทีก็จะถึงเเล้ว

แผนที่ Google Map ตลาดซัปโปโรโจไง :


9. Teine Ski Resort (สกีรีสอร์ทเทเนะ)

สำหรับสกีรีสอร์ทเทเนะนั้นว่ากันว่า เป็นลานสกีที่มีขนาดกว้างขวางเป็นอย่างมากในบรรดาลานสกีขนาดกลาง โดยตั้งอยู่ที่ชานเมืองซัปโปโร เเละใช้เวลาในการเดินทางมาจากตัวเมืองประมาณ 40 นาที นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งมีนักท่องเที่ยว เเละผู้ที่นิยมในการเล่นสกีเเวะเวียนมาใช้บริการกันเป็นอย่างยิ่ง โดยที่นี่จะเปิดให้บริการเเก่ผู้ที่สนใจในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาว ซึ่งมีลานสกีมากมายในฮอกไกโดที่เปิดบริการ เเละเป็นช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมในการมาเล่นสกีของชาวญี่ปุ่น

สกีรีสอร์ทเทเนะ นั้นนับว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีกิจกรรมมากมายทั้งจุดสำหรับเล่นสกีที่มีความน่าสนใจเเละท้าทายความสามารถเป็นอย่างยิ่ง โดยมีเส้นทางในการเล่นสกีที่หลากหลายเส้นทางด้วยกันทั้งในส่วนของเเบบที่มีความลาดชันน้อยๆ สำหรับเหล่าบรรดามือใหม่ เเละที่มีความลาดชันมากๆ สำหรับบรรดามืออาชีพ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในลานสกีที่มีนักสกีให้ความนิยมมาเที่ยวชมเเละมาเล่นสกีอย่างยิ่ง ส่วนห้องพักนั้นก็มีความสวยงามเเละสามารถรองรับการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี เเละมีเรทราคาที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

โดยกิจกรรมต่างๆ ในสกีรีสอร์ทเทเนะนั้น มีความน่าสนใจ นอกจากการเล่นสกีเเล้ว ก็ยังมีการฝึกสอนการเล่นสกี เเละกีฬาประเภทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกันอีกด้วย พร้อมกับมีบริการในการให้เช่าอุปกรณ์ต่างๆ โดยอย่างค่าเช่าอุปกรณ์เกี่ยวกับสกีจะอยู่ที่เรท 4,950 เยน ส่วนสโนว์บอร์ดนั้นจะอยู่ที่เรท 4,950 เยน เเละเสื้อผ้าสำหรับใส่เล่นกีฬาประเภทนี้จะอยู่ที่เรท 3,700 เยน โดยที่นี่จะเปิดในเวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 21.00 น. โดยต้องเสียค่าเช่าหลายเเบบทั้งเเบบเหมาทั้งวันอยู่ที่ 4,800 เยน ส่วน 4 ชั่วโมงอยู่ที่ 3,500 เยน เเละส่วน 6 ชั่วโมงอยู่ที่เรท 3,900 เยน เเละในช่วงกลางคืนตั้งเเต่เวลา 16.00 น. จนถึงเวลา 21.00 น. จะอยู่ที่เรท 1,800 เยน

การเดินทางไปสกีรีสอร์ทเทเนะ :

ใช้บริการของรถไฟจากสถานี JR Sapporo โดยมาลงที่สถานี Teine Station จากนั้นก็ให้คุณใช้บริการของรถบัสเจอาร์ หมายเลข 70 โดยไปลงที่ป้าย Ski Resort โดยรถบัสจะจอดที่ป้ายที่ 3 ตรงทางออกทิศใต้จากตัวสถานี

แผนที่ Google Map สกีรีสอร์ทเทเนะ :


10. Sapporo Beer Museum (พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร)

พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะในอดีตนั้น เมืองซัปโปโรนั้นเป็นแหล่งผลิตเบียร์เเห่งเเรกของญี่ปุ่น เเละมีความเก่าแก่เป็นอย่างยิ่ง เพราะเริ่มมีการกลั่นเบียร์มาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1877 เเละทำให้เบียร์ที่ผลิตในฮอกไกโดเป็นที่นิยมกันอย่างมากในญี่ปุ่นเเละมีการขยายออกไปขายยังทั่วโลกอีกด้วย จึงทำให้มีการสร้างพิพิธภัณฑ์เเห่งนี้ขึ้นมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการผลิตเบียร์ฮอกไกโดนั่นเอง

โดยพิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโรนั้นเริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยว เเละผู้สนใจ เข้าชมเมื่อปี ค.ศ.1987 โดยใช้อาคารเก่าที่เคยเป็นโรงกลั่นเบียร์ตั้งเเต่สมัยเมจิมาปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ ทำให้มีบรรยากาศที่ดีเป็นอย่างยิ่ง เเละมีมนต์เสน่ห์เเห่งการเป็นพิพิธภัณฑ์เบียร์อย่างสมบูรณ์ โดยภายในนั้นจะมีการจัดเเสดง เเละบอกเล่าเรื่องราวของการผลิตเบียร์ ตั้งเเต่กระบวนการเเรกจนถึงกระบวนการสุดท้าย ประวัติความเป็นมาในการผลิตเบียร์ของโลก เเละของญี่ปุ่น เเถมด้วยการเชิญชวนให้ผู้เข้าชมได้ทดลองชิมเบียร์ที่ผลิตในฮอกไกโดนั่นเอง โดยทั้งหมดนั้นจะมีการอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่

นอกจากนี้เเล้วบริเวณรอบๆ ของพิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร จะมีร้านอาหารตั้งอยู่อีกด้วย คือ ร้านการ์เดน กิล เเละ เก็นชิ คัน ฮอลล์ ซึ่งจะจำหน่ายทั้งอาหารเครื่องดื่ม เเละที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ เบียร์ ซึ่งจะเป็นเมนูที่น่ากินอย่างยิ่งกับบาร์บีคิวเนื้อแกะ ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นยอดนิยมเมื่อกินร่วมกับเบียร์เเล้วนับว่าเป็นรสชาติชั้นเลิศเลยทีเดียว นับว่าเป็นอีกเมนูที่น่าชิมเป็นอย่างยิ่ง โดยที่นี่จะเปิดให้ชมฟรีทุกวันในเวลา 10.30 น. จนถึงเวลา 18.30 น. เเละจะปิดทุกวันจันทร์ ถือว่าเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร :

ใช้บริการของรถบัสสาย Loop 88 Factory Line bus โดยขึ้นจากป้ายหน้าสถานี Odori Station หรือหน้าห้างสรรพสินค้าเซบุก็ได้ โดยรถบัสจะออกทุกๆ 20 นาที เเละเสียค่าโดยสาร 210 เยน

แผนที่ Google Map พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร :


เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? สำหรับ 10 สถานที่ท่องเที่ยว เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด พาทแรก น่าไปเที่ยวทั้งนั้นเลยใช่ไหม โดยเฉพาะงานเทศกาลหิมะเนี่ย ดูน่าสนใจเป็นพิเศษเลยล่ะค่ะ เพราะจัดขึ้นปีละครั้ง แถมแต่ละปีนั้นมีคอนเซปตามกระแสโลกอีกด้วย พร้อมชมแสง สี เสียง ถ้ามีโอกาสได้ไป รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน แต่สถานที่ท่องเที่ยวเมืองซัปโปโร ยังไม่หมดเพียงเท่านี้นะ สามารถอ่านพาทสองกันต่อได้ที่นี่ >>“14 สถานที่ท่องเที่ยว” เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด (Part 2)<< บอกเลยว่า มีแต่สถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ ทั้งนั้นเลย

ถ้าชอบก็กดไลท์ ใช่ก็กดแชร์ หรือกดติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ : >>CheckInChill<< คอยติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก กับเช็คอินชิลล์กันด้วยนะคะ ขอบคุณจ้าาา

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : “10 สถานที่ท่องเที่ยว” เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด (Part 1)