“14 สถานที่ท่องเที่ยว” เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด (Part 2)

พาทแรกก็จบกันไปแล้ว มาต่อกันที่พาทสองกันเนอะ เพราะสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโดนั้น มีเยอะมากๆ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ยอดนิยมของญี่ปุ่น โดยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนสูงสุดถึง 14 ล้านคน ต่อปี ซัปโปโร มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย อาหารขึ้นชื่อของเมือง อาหารทะเลที่ทั้งสดและใหม่ เรียกว่าเป็นความสนใจหลักๆ ของนักท่องเที่ยว จึงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีมาตลอด มองหาที่พัก เราขอ แนะนำ “10 ที่พัก” เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด ! สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวต่อไปจะเป็นอะไร ตามมาดูกันเลยค่าาา

1. Sapporo Station (สถานีรถไฟซัปโปโร)

สถานีรถไฟซัปโปโร ตั้งอยู่ในเขตคิตะ ถือว่าเป็นสถานีรถไฟที่มีความเก่าเเก่ เเละเป็นอาคารหลังเเเรกๆ ที่ถูกสร้างขึ้นในเมืองซัปโปโร เนื่องจากเป็นจุดที่รถไฟเชื่อมต่อมาจากเกาะใหญ่ฮอนชู สิ้นสุดที่นี่ในยุคนั้น เเละเป็นเส้นทางในการขนวัสดุก่อสร้างเมืองซัปโปโรต่างๆ มาที่นี่ โดยมันตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโรในปัจจุบัน เเวดล้อมไปด้วยอาคารสูงมากมาย เเละกลายเป็นเเหล่งช็อปปิ้งที่สำคัญในปัจจุบันไปเเล้ว ซึ่งมีการซ่อมเเซมตัวสถานีล่าสุดเมื่อปี ค.ศ.2003 เเละมีการสร้างตัวอาคารสถานีใหม่เเต่ก็ยังคงอาคารสมัยปี ค.ศ.1800 เอาไว้อีกด้วย

โดยบริเวณรอบๆ ของ สถานีรถไฟซัปโปโร นั้นเต็มไปด้วยเเห่งช็อปปิ้ง เเละร้านค้าจำนวนมากมาย โดยร้านค้าส่วนใหญ่นั้นจะเปิดกันในเวลา 10.00 น. จนถึงเวลา 21.00 น. ส่วนบรรดาร้านอาหารส่วนใหญ่นั้นจะเปิดกันในเวลา 11.00 น. จนถึงเวลา 21.30 น. ส่วนอีกจุดที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งก็คือในส่วนของจุดชมวิว T38  ซึ่งจะตั้งอยู่บนอาคารเจอาร์ ทาวเวอร์ที่มีความสูง 38 ชั้น โดยด้านบนนั้นเป็นพื้นที่ซึ่งสามารถชมวิวของเมืองซัปโปโรได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว เเละมีการเเสดงข้อมูลต่างๆ มากมายที่น่าสนใจ โดยจุดชมวิวนี้จะเปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 10.00 น. จนถึงเวลา 23.00 นง โดยต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 720 เยน

นอกจากนี้เเล้ว ทางฝั่งทิศใต้ของสถานีรถไฟซัปโปโร ยังเป็นที่ตั้งของช็อปปิ้งเซนเตอร์ ซึ่งบนชั้นที่ 10 นั้นจะเป็นที่ตั้งของศูนย์อาคาร ซัปโปโร ราเมง รีพลับบิค ซึ่งจะมีร้านราเมงเล็กๆ กว่า 8 ร้าน ซึ่งเเต่ละร้านนั้นจะมีเมนูราเมงประจำถิ่นฮอกไกโดที่มีความโด่งดังในรสชาดของความอร่อยเป็นอย่างยิ่ง เเละภายในอาคารเเห่งนี้ก็ยังมีเเหล่งจำหน่วยสินค้าอีกมากมายหลายอย่าง จนกลายเป็นเเหล่งช็อปปิ้งชื่อดังเลยก็ว่าได้ของซัปโปโร โดยตัวอาคารเเห่งนี้ เปิดในเวลา 11.00 น. ถึง 22.00 น. ของทุกวัน ส่วนการเปิดปิดเเต่ละร้านในอาคารจะเเตกต่างกันออกไป

การเดินทางไปสถานีรถไฟซัปโปโร :

ใช้บริการของทั้งรถไฟเจอาร์ เเละรถไฟใต้ดินของซัปโปโรอีกสองสายมาลงที่สถานีเเห่งนี้ได้เลย เพราะเป็นเหมือนกันจุดศูนย์กลางของการคมนาคมทางราง

แผนที่ Google Map สถานีรถไฟซัปโปโร :

2. Sapporo Clock Tower (หอนาฬิกาซัปโปโร)

หอนาฬิกาซัปโปโร เป็นอีกหนึ่งในอาคารที่มีความเก่าเเก่เป็นอย่างมากของเมืองซัปโปโรเเละของภูมิภาคฮอกไกโด โดยมันตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของ วิทยาลัยเกษตรซัปโปโร เเละเป็นอีกหนึ่งในจุดท่องเที่ยวสำคัญของเมืองซัปโปโร เเต่นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะไม่ค่อยนิยมไปชมความสวยงามของอาคารเเห่งนี้มากนัก โดยอาคารเเห่งนี้นั้นสร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ส.1878 ซึ่งเป็นห้วงเวลาในการพัฒนาภูมิภาคฮอกไกโดในระยะเเรกๆ ทำให้ตัวอาคารทั้งหมดที่สร้างในยุคนั้นมีกลิ่นอายของความเป็นอเมริกัน เเละเป็นสถาปัตยกรรมในยุคเมจิที่มีความสวยงามเเละมีเสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง

ความโดดเด่นของหอนาฬิกาซัปโปโร อยู่ในส่วนของตัวเรือนาฬิกาที่มีการสั่งซื้อมาจากเมืองบอสตันในสหรัฐอเมริกา เเละนำมาติดตั้งที่นี่ ถือว่าเป็นหอนาฬิกาเเรกในภูมิภาคฮอกไกโดเลยก็ว่าได้ เเต่เดิมนั้นพื้นที่ของอาคารเเห่งนี้ใช้เป็นสำนักงานทางราชการ ก่อนจะมีการปรับเปลี่ยนหลายต่อหลายครั้งเเละล่าสุดนั้นได้เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดเเสดงเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของฮอกไกโด เเละการก่อสร้างสถานที่ต่างๆ ในยุคเเรก โดยทางด้านของชั้นที่สองในตัวพิพิธภัณฑ์นั้นจะเเสดงเรื่องราวเกี่ยวกับนาฬิกา เเละยังมีห้องโถงที่ปัจจุบันเอาไว้ใช้ในการจัดพิธีสำคัญๆ ต่างๆ อีกด้วย

ตัวอาคารของหอนาฬิกาซัปโปโร นั้นเป็นอาคารไม้สีขาวที่มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เเละโดดเด่นเป็นอย่างมากในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะตกลงมา ทำให้เป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมมาถ่ายภาพในช่วงฤดูหนาวเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งสถานที่เเห่งนี้จะเปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 8.45 น. จนถึงเวลา 17.10 น. โดยจะปิดทุกวันจันทร์ที่ 4 ของทุกเดือน เเละวันที่ 29 ธันวาคม ถึง 3 มกราคม ของทุกปี โดยต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 200 เยน

การเดินทางไปหอนาฬิกาซัปโปโร :

ใช้บริการของรถไฟเจอาร์ โดยมาลงที่สถานีรถไฟเจอาร์ ซัปโปโร หลังจากนั้นก็เดินต่อไปอีกประมาณ 10 นาที ก็จะถึงเเล้ว หรือไม่เช่นนั้นก็สามารถเดินจากสวนสาธารณะโอโดริไปอีกเป็นระยะทางประมาณ 1 บล็อคก็จะถึงเเล้ว

แผนที่ Google Map หอนาฬิกาซัปโปโร :

3. Sapporo Dome (ซัปโปโรโดม)

ซัปโปโรโดม เป็นสนามกีฬาในร่มขนาดยักษ์เเต่ก็เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เรียกความสนใจจากผู้ที่มาเที่ยวเมืองซัปโปโรได้เป็นอย่างดี โดยสนามเเห่งนี้นับว่าเป็นสนามกีฬาที่มีความทันสมัยมากที่สุดในญี่ปุ่น เเละจากการที่มันตั้งอยู่ในเมืองซัปโปโรบนดินเเดนหนาวเย็นอย่างฮอกไกโด ทำให้มันมีความพิเศษอยู่ที่การเปิดเปิดหลังคาได้อีกด้วย จึงสามารถทำให้การจัดการเเข่งขันกีฬานั้นเป็นไปอย่างสะดวกทุกฤดูกาลอีกด้วย

โดยซัปโปโรโดมนั้น เป็นรังเหย้าของทีมเบสบอลชื่อดังอย่าง ‘ฮอกไกโด นิปปอนเเฮม ไฟต์เตอร์’ เเละทีมฟุตบอลในเจลีกชื่อดังอย่าง คอนซาโดล ซัปโปโร ซึ่งมีนักเตะชาวไทยอย่าง เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ค้าเเข้ง อยู่ในทีมด้วย โดยเป็นสนามที่มีความจุกว่า 80,000 ที่นั่ง เปิดใช้งานมาครั้งเเรกเมื่อปี ค.ศ.2001 เเถมพื้นสนามนั้นสามารถสลับกันได้ระหว่าพื้นหญ้าจริงเเละพื้นหญ้าเทียมอีกด้วย พร้อมกับเป็นพื้นที่จัดคอนเสิร์ตต่างๆ อีกด้วย อีกทั้งรูปทรงของสนามก็ยังมีความสวยงามจนเป็นที่โดดเด่นเเละเป็นเเหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญอีกเเห่งของซัปโปโร

ด้วยการที่ซัปโปโรโดม ตั้งอยู่ชานเมืองบริเวณที่มีความสูงทำให้นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวทิวทัศน์ของเมืองซัปโปโรจากสนามเเห่งนี้ได้อีกด้วย โดยในวันเวลาปกติที่ไม่มีการเเข่งขันทั้งเบสบอลเเละฟุตบอล นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมสนามเเห่งนี้ได้ในเวลา 10.00 น. ถึง 16.00 น. โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 500 เยน ส่วนในวันเวลาที่มีการเเข่งขันนั้นต้องซื้อตั๋วเข้าไปชมเกมส์การเเข่งขันเท่านั้น เเละน่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสนใจเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของสนามเเห่งนี้ เเละมาดูลีลาของเมสซี่เจกันเป็นจำนวนมากเลยก็ว่าได้

การเดินทางไปซัปโปโรโดม :

ใช้บริการของรถไฟใต้ดินสาย Toho Line โดยให้มาลงที่สถานี Fukuzumi จากนั้นก็เลือกทางออกที่ 4 เเละเดินไปอีกประมาณ 650 เมตร หรือประมาณ 6 บล็อคก็จะถึงเเล้ว

แผนที่ Google Map ซัปโปโรโดม :

4. Kiroro Ski Resort (คิโรโระสกีรีสอร์ท)

คิโรโระสกีรีสอร์ท เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เเสดงออกถึงความเป็นฮอกไกโดอย่างเเท้จริง เพราะเป็นสถานที่สำหรับการเล่นสกีในฤดูหนาวที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากเลยทีเดียว โดยตั้งอยู่ในหมู่บ้านอะไกกาว่า ซึ่งจะใกล้ๆ กับเมืองโอตารุ โดยบริเวณเเห่งนี้จะมีความน่าสนใจเพราะจะมีเนื้อหิมะที่มีคุณภาพ เนื้อสีขาวละเอียดเป็นอย่างยิ่ง จนเหมือนกับเเป้งฝุ่น ทำให้สามารถเล่นสกีได้อย่างสนุกสนานเเละสร้างความประทับใจให้กับเหล่านักเล่นสกีเป็นอย่างยิ่ง เเถมยังเเวดล้อมไปด้วยทัศนียภาพที่มีความสวยงามของขุนเขาหลายเเห่งอีกด้วย

คิโรโระสกีรีสอร์ท ประกอบไปด้วยโรงเเรมหรูสองเเห่งด้วยกันคือ เดอะ คิโรโระ ซึ่งมีห้องพักมากกว่า 282 ห้องด้วยกัน ส่วนทางด้านของ เชอร์ราตัน ฮอกไกโด คิโรโระ รีสอร์ต มีห้องพักทั้งหมดจำนวน 140 ห้องด้วยกัน โดยเเวดล้อมไปด้วยบรรยากาศที่มีความสวยงามของเทือกเขาในหมู่บ้านอะไกกาวะ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่มีความสวยงามเป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว เเละมีความสวยงามในทุกฤดูกาลเยก็ว่าได้ ทั้งในฤดูกาลซากุระบานที่เเสนจะงดงาม เเละในส่วนของฤดูร้อนนั้นก็จะเต็มไปด้วยความสวยงามของทุ่งลาเวนเดอร์เเละดอกไม้ชนิดอื่นๆ อีกมากมาย

โดยนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเข้าพักที่คิโรโระสกีรีสอร์ท สามารถจองผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ ได้เลย โดยมีห้องพักให้เลือกหลายเเบบด้วยกัน เเละที่นี่ยังมีการสอนการเล่นสกีอีกด้วย เเละมีอุปกรณ์การเล่นสกีให้เช่าอีกด้วย โดยคำเเนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวในการจะไปเล่นสกีก็คือควรทำประกันภัยเอาไว้ล่วงหน้าอีกด้วย นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามเเละน่าสนใจมาเที่ยวชมอีกเเห่งของซัปโปโร

การเดินทางไปคิโรโระสกีรีสอร์ท :

ใช้บริการของรถไฟเจอาร์สาย Rapid Airport  จากเมืองซัปโปโร โดยให้มาลงที่สถานี JR Otaru Chikko เเล้วให้เลือกออกทางออกที่ S13 โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 13 นาทีเท่านั้นเอง หลังจากนั้นก็สามารถใช้บริการของรถบัสจากทางโรงเเรมที่ให้บริการฟรีอีกด้วย

แผนที่ Google Map คิโรโระสกีรีสอร์ท :

5. Shiroi Koibito Park (โรงงานช็อคโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ)

โรงงานช็อคโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง โดยเป็นโรงงานของบริษัทอิชิยะ ซึ่งเป็นบริษัทในการผลิตคุกกี้ชื่อดังของฮอกไกโดเเละของญี่ปุ่นอย่าง ชิโรอิโคอิบิโตะ ซึ่งเป็นของฝากที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง เเละนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ว่าจะมาท่องเที่ยวในญี่ปุ่นหรือมาเที่ยวซัปโปโร ก็ต้องไม่พลาดที่จะต้องซื้อกลับไปเป็นของฝากให้ได้ ถือว่าเป็นของดีของดังของฮอกไกโดเลยก็ว่าได้

สำหรับโรงงานช็อคโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะนั้น จะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมระบวนการผลิตคุกกี้ที่โด่งดังเเบรนด์นี้ โดยมันจะเป็นคุกกี้เนยสดที่สอดไส้ช็อกโกเเลตขาว มีรสชาติที่เเสนจะอร่อยเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้เเล้วก็มีพิพิธภัณฑ์ที่มีความน่าสนใจ เพราะมีข้อมูลของช็อคโกเเลตมากมายที่นำเสนอออกมา เเละมีการเปิดให้ผู้ที่มาเข้าชมได้ทดลองทำช็อคโกเเลตอีกด้วย เเละมีให้ลองทำคุกกี้รสชาติอร่อยอีกด้วย นับว่าเป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวเมื่อมาเยือนต่างประทับใจเป็นอย่างมาก พร้อมกันนี้ก็มีร้านค้าที่จำหน่ายทั้งในส่วนของช็อคโกเเลตหลากหลายรูปเเบบให้ซื้อหากลับไปเป็นของฝากกันอีกด้วย

ตัวอาคารของโรงงานช็อคโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะนั้น จะเป็นอาคารทรงยุโรปสไตล์เมจิที่มีความเก่าเเก่ เเละมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง โดยในเวลาค่ำคืนนั้นจะมีการเปิดไฟส่องเเสงให้มีความสวยงามอีกด้วย เเละใกล้ๆ กันนั้นก็ยังมีสนามชิโรอิโคอิบิโตะพาร์คที่เคยเป็นสนามของสโมสรฟุตบอลเจลีกอีกด้วย โดยสถานที่ท่องเที่ยวเเห่งนี้ เปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลาตั้งเเต่ 9.00 น. จนถึงเวลา 18.00 น. เเละเสียค่าเข้าชมคนละ 600 เยน

การเดินทางไปโรงงานช็อคโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ :

ใช้บริการของรถไฟใต้ดินสาย Tozai Subway Line จากสถานี Odori Station โดยมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเเละลงที่สถานี Miyanosawa Station หลังจากนั้นก็เดินต่อไปอีกประมาณ 10 นาทีก็จะถึงเเล้ว

แผนที่ Google Map โรงงานช็อคโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ :

6. Hitsujigaoka Observation Hill (จุดชมวิวฮิสึจิงาโอคะ)

จุดชมวิวฮิสึจิงาโอคะ เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองซัปโปโร โดยมันตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมือง ซึ่งบริเวณดังกล่าวนั้นมีลักษณะเป็นเนินเขาที่มีความสวยงาม เปิดให้เข้าชมครั้งเเรกในปี ค.ศ.1959 เเละได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากทั้งชาวซัปโปโรเองเเละนักท่องเที่ยวต่างถิ่นที่มาเยือนเมืองเเห่งนี้ เพราะเป็นจุดที่สามารถชมความสวยงามของทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตา เเละสามารถเห็นตัวเมืองซัปโปโรได้อย่างชัดเจนอีกด้วย นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง

จุดชมวิวฮิสึจิงาโอคะ มีจุดไฮไลท์ที่มีความน่าสนใจเเละน่ามาสัมผัสเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในส่วนของประติมากรรม ศาสตราจารย์.วิลเลียม เอส. คลาร์ก ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญ ผู้ซึ่งก่อตั้งมหาวิทยาลัยฮอกไกโด โดยที่ฐานของประติมากรรมนั้นจะเป็นช่องสำหรับใส่เเบบฟอร์มคำปฎิญาณที่ต้องการทำอย่างมุ่งมั่น ซึ่งนักเรียนนักศึกษาชาวญี่ปุ่นให้ความนิยมมาเขียนเเละหย่อนลงเพื่อเก็บรักษาเอาไว้ตลอดไป โดยมีบริการเเบบฟอร์มเเละค่าเก็บรักษาฉบับละ 100 เยน อีกด้วย ส่วนทางด้านของ ออสเตรียน เฮาส์ นั้นเเต่เดิมเป็นศาลาของประเทศออสเตรียที่เคยตั้งอยู่ในช่วง งานกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวเมื่อปี ค.ศ. 1972 เเต่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นจุดที่เอาไว้จำหน่ายสินค้าที่ระลึกต่างๆ ของฮอกไกโด ส่วนทางด้านของ Rest House นั้นก็เป็นภัตตาคาร์แบบเจงกิสข่าน ที่จำหน่ายอาหารในเเบบเนื้อแกะย่างบาร์บีคิว เเละอาหารอื่นๆ อีกมากมาย

ส่วนจุดอื่นๆ ที่มีความน่าสนใจของจุดชมวิวฮิสึจิงาโอคะ คือ โบสถ์ขนาดเล็กที่เคยใช้สำหรับจัดพิธีเเต่งงานอย่าง Clark Chapel หรือจะเป็นความน่าสนใจของเทศกาลหิมะที่มีการจัดเเสดงข้อมูลสำคัญๆ ของเทศกาลหิมะซัปโปโรที่จัดติดต่อกันมานานกว่า 60 ปีมาเเล้ว ส่วนโบสถ์สีขาวที่มีความสวยงามอย่าง Sapporo Blanc Birch Chapel ก็น่ามาเที่ยวชมไม่ต่างจาก โคอิโนมาชิ ซัปโปโร ที่เป็นอนุสรณ์สำหรับผู้แต่ง และผู้ร้องเพลงชื่อดังอย่าง  Yujiro Ishihara เเละ  Kuranosuke Hamayachi โดยการเข้าชมจุดชมวิวเเห่งนี้ต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 500 เยน โดยเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8.30 น. จนถึงเวลา 19.00 น.

การเดินทางไปจุดชมวิวฮิสึจิงาโอคะ :

ใช้บริการของรถไฟใต้ดินสาย Toho โดยมาลงที่สถานี Fukuzumi เเล้วออกมาใช้บริการของรถบัส Hokkaido Chuo สาย 84 โดยให้คุณมาลงที่ป้าย Hitsujigaoka Tenbodai

แผนที่ Google Map จุดชมวิวฮิสึจิงาโอคะ :

7. Nakajima Koen (สวนนากาจิมะ)

สวนนากาจิมะ เป็นอีกหนึ่งสวนสวยๆ ที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองซัปโปโร โดยมีเเม่น้ำคาโมะ-คาโมะ ซึ่งเป็นเเม่น้ำสาขาของเเม่น้ำโตโยโอฮิระไหลผ่านในสวนเเห่งนี้ ซึ่งเป็นสวนขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองซัปโปโร ทำให้บรรยากาศนั้นมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางสวนเเห่งนี้เลยทีเดียว เเถมยังเป็นที่ตั้งของ Sapporo Concert Hall อีกด้วย พร้อมกับรอบๆ สวนเเห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยอาคารสูงหลายหลังด้วยกัน ทำให้บรรยากาศเปรียบเหมือนป่าใจกลางเมืองเลยก็ว่าได้

โดยภายในสวนนากาจิมะนั้น มีจุดที่น่าสนใจหลายต่อหลายจุดด้วยกัน ทั้งในส่วนของ Sapporo Concert Hall  ซึ่งตั้งอยู่ทางประตูทิศตะวันตก นั้นก็เป็นอาคารที่มีความทันสมัยเป็นอย่างยิ่ง สามารถจุผู้คนได้มากกว่า 2,000 คน เเละมีออร์แกนแบบท่อลมขนาดยักษ์ที่มีจำนวนเกือบ 5,000 ท่อ พร้อมกับเป็นสถานที่เเสดงคอนเสิร์ตของวง ซัปโปโร ซิมโฟนี ออร์เคสตร้า อีกด้วย ส่วนทางด้านของอาคารโฮเฮคัน ก็เป็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานที่ลงตัวเเละสวยงามเป็นอย่างมาก โดยสร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1880 ปัจจุบันนั้นใช้เป็นร้านอาหาร เเละสถานที่จัดงานเเต่งงาน ซึ่งถือว่าเป็นอาคารไม้เเห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ยังใช้ในการจัดงานเเต่งอยู่ เเละถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของชาติอีกด้วย

นอกจากนี้เเล้วภายในสวนนากาจิมะแล้ว ยังมีอีกหนึ่งจุดที่มีความสวยงามหลายต่อหลายจุดอย่างที่ หอดูดาวซัปโปโร นั้นก็นับว่าเป็นอีกเเห่งที่มีความสวยงาม และน่ามาชมเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเป็นสถานที่เผยเเพร่ความรู้ของดาราศาสตร์ เเละเปิดให้ดูดาวได้อีกด้วย นับว่าเป็นสวนที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่ได้มาเยือนเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีความสวยงาม เเละมีจุดน่าสนใจมากมายหลายจุดด้วยกัน

การเดินทางไปสวนนากาจิมะ :

ใช้บริการของรถไฟใต้ดินสาย Namboku โดยให้มาลงที่สถานี Nakajima Koen เเล้วเลือกทางออกที่ 3 ก็จะมาถึงทางเข้าทางด้านทิศเหนือของสวน หรือไม่เช่นนั้นก็นั่งรถรางมาลงที่สถานี Nakajima Koen Dori จากนั้นก็เดินต่อไปอีกประมาณ 100 เมตรก็จะถึงประตูทางเข้าสวนทางด้านทิศตะวันตก

แผนที่ Google Map สวนนากาจิมะ :

8. Historical Village of Hokkaido (พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านฮอกไกโด)

พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านฮอกไกโด เป็นพิพิธภัณฑ์กลางเเจ้งที่มีความน่าสนใจอย่างมากอีกเเห่งของญี่ปุ่น โดยมันตั้งอยู่ชานเมืองซัปโปโร เเละมีพื้นที่กว้างขวางเป็นอย่างมาก จัดเเสดงเรื่องราวของฮอกไกโดไว้อย่างครบถ้วนภายในอาคารกว่า 60 หลัง ซึ่งเเสดงถึงวิวัฒนาการของภูมิภาคฮอกไกโดในเเต่ละยุคสมัย นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่จะทำให้คุณได้รูจักกับฮอกไกโดอย่าลึกซึ้งเลยก็ว่าได้
โดยที่ พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านฮอกไกโด นั้นมีอาคารเก่าเเก่มากมายตั้งเเต่สมัยเมจิ ซึ่งเป็นยุคเเรกของการสร้างฮอกไกโดให้เป็นภูมิภาคที่สำคัญอีกเเห่งของญี่ปุ่น จนมาถึงสมัยไทโช ซึ่งเป็นยุคของการเเผ่อิทธิพลของญี่ปุ่น โดยมีการเเบ่งการจัดเเสดงออกเป็น 4 โซนสำคัญด้วยกันทั้งในโซนหมู่บ้านชาวประมง, โซนหมู่บ้านฟาร์ม, โซนหมู่บ้านบนภูเขา เเละโซนเมือง โดยเป็นการจัดเเสดงเเบบกลางเเจ้ง ซึ่งจะเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งเเต่เวลา 9.00 น. ถึงเวลา 17.00 น. ปิดทุกวันจันทร์ โดยต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 830 เยน เเต่ในฤดูหนาวเหลือเพียงคนละ 680 เยน

โดยทางด้านของพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านฮอกไกโด ยังมีอีกส่วนจัดเเสดงที่เป็นตัวพิพิธภัณฑ์นั้น จะมีการเเบ่งการจัดเเสดงเเยกออกมา โดยเป็น 8 โซนด้วยกัน เเละมีการจัดเเสดงครอบคลุมตั้งเเต่ฮอกไกโดในช่วงก่อนประวัติศาสตร์จนถึงฮอกไกโดในปัจจุบันเลยทีเดียว ซึ่งจะฉายภาพให้ผู้เข้าชมได้เห็นบรรยากาศของฮอกไกโดเมื่อก่อนจะมีมนุษย์อยู่ หลังจากมีชาวไอนุกำเนิดขึ้นมาว่าเป็นอย่างไร เเละในยุคสงครามกลางเมืองของญี่ปุ่น รวมไปถึงช่วงสมัยเมจิที่ฮอกไกโดกลายเป็นดินเเดนที่มีการพัฒนาอย่างมากมาย จนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 เเละหลังจากยุคสงคราม โดยจุดนี้เปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 16.00 น. ปิดทุกวันจันทร์ เเละเสียค่าเข้าชมคนละ 500 เยน

การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านฮอกไกโด :

ใช้บริการของรถไฟท้องถิ่นจากสถานี Sapporo Station มาลงที่สถานี Shinrin Koen Station โดยใช้เวลาในการเดินทาง 15 นาที เสียค่าโดยสารคนละ 260 เยน จากนั้นให้คุณเลือกทางออก East เเล้วออกมาใช้บริการของรถบัสสาย 22 ที่ป้ายหน้าสถานี ใช้เวลาในการเดินทางอีก 5 นาทีก็จะถึงเเล้ว หรือคุณจะเดินจากตัวสถานีก็ใช้เวลาในการเดินประมาณ 30 นาทีก็จะถึงเช่นกัน

แผนที่ Google Map พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านฮอกไกโด :

9. Nijo Market (ตลาดนิโจ)

ตลาดนิโจ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร เเละเป็นอีกหนึ่งในเเหล่งท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจเเละน่ามาเดินเล่นเที่ยวชมกันเป็นอย่างยิ่ง โดยมันมีอาณาบริเวณครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1 บล็อค เเละมีสินค้ามากมาย ซึ่งส่วนใหญ่เเล้วจะเป็นผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีหลากหลายชนิดให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเลือกหากัน โดยตลาดเเเห่งนี้มีความพิเศษตรงมันเป็นตลาดที่ชาวเมืองซัปโปโรใช้บริการจับจ่ายใช้สอยอาหารทะเลต่างๆ ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของวิถีชีวิตประจำวันของชาวเมืองซัปโปโร นับว่าเป็นอีกหนึ่งในตลาดท้องถิ่นที่มีมนต์เสน่ห์เเละน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ตลาดนิโจนั้น ก่อตั้งมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1903 มีความเก่าเเก่ เเละมีกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมในสมัยเมจิอย่างมากมาย โดยมีสินค้าทางทะเลเป็นอาหารทะเลสดๆ ที่มีความน่าสนใจอย่าง หอยเม่นทะเล, ไข่ปลาแซลมอน, ปู เเละปลาทะเลสดๆ นานาชนิด ถึงเเม้ว่าคุณจะไม่สามารถซื้อกลับไปได้ เเต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจ หากจะมาสัมผัสกับความคึกคักของตลาดเเห่งนี้ เเละเป็นอีกจุดที่สามารถมาชมวิถีชีวิตปกติของชาวญี่ปุ่นได้อีกด้วย

ตลาดนิโจ เปิดบริการ ในเวลา 7.00 น. จนถึงเวลา 18.00 น. ของทุกวัน โดยเวลาเปิดปิดของเเต่ละร้านนั้นก็จะมีความเเตกต่างกันออกไป เเละที่น่าสนใจก็คือการมีร้านอาหารอยู่หลายร้านที่มีเมนูเป็นอาหารทะเลมากมาย ซึ่งมีรสชาดที่อร่อยเเละได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวในการมาลองลิ้มชิมรสชาดอย่างมาก โดยจะอยู่บริเวณตรอกเเคบๆ ที่ชื่อว่า ‘Noren Yokocho’ โดยมีร้านตั้งเรียงรายกันอยู่อย่างมากมายหลายร้าน เเละมีเมนูที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างยิ่งอย่าง Uni ikura donburi ซึ่งจะมีลักษณะเป็นข้าวที่เสิร์ฟมาพร้อมกับหอยเม่นทะเลและไข่ปลาแซลมอน ซึ่งมีรสชาดอร่อยเป็นอย่างยิ่ง

การเดินทางไปตลาดนิโจ :

การเดินเท้า สามารถมาได้จาก ซัปโปโร ทาวเวอร์ ในสวนสาธารณะโอโดริ มาทางทิศใต้เป็นระยะทางประมาณ 3 บล็อค ก็จะถึง ส่วนใครที่ใช้บริการของรถไฟใต้ดินสาย Toho หรือสาย Tozai Subway Lines โดยมาลงที่สถานี Odori Station เเล้วให้เดินไปทาง Nanboku ก็จะถึงตลาดเเห่งนี้เเล้ว

แผนที่ Google Map ตลาดนิโจ :

10. Hokkaido Shrine (ศาลเจ้าฮอกไกโด)

ศาลเจ้าฮอกไกโด เป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งของภูมิภาคฮอกไกโด โดยตั้งอยู่ติดกับสวนมารุยามะ สร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1871 ในยุคที่เริ่มต้นสร้างเมืองซัปโปโรขึ้นมา โดนมีการอัญเชิญเทพเจ้ามาประทับทั้งหมด 4 องค์ด้วยกัน เพื่อทำให้เมืองซัปโปโร เเละภูมิภาคฮอกไกโดมีความเจริญรุ่งเรืองตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นในยุคนั้น เเละที่นี่ยังเป็นศาลเจ้าหลักของนิกายชินโตบนเกาะฮอกไกโดอีกด้วย ทำให้เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของเมืองเเห่งนี้

บริเวณศาลเจ้าฮอกไกโดนั้น มีบรรยากาศที่มีความเงียบสงบ เเละเต็มไปด้วยอาคารไม้ที่มีความเก่าเเก่ แสดงออกถึงสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณ มีกลิ่นอายของยุคสมัยเมจิเเฝงอยู่อย่างมากมาย เเละในส่วนของอาคารหลังกลางที่ใหญ่ที่สุดนั้นสร้างจากไม้มีความใหญ่โตโออ่า เต็มไปด้วยความสวยงามของงานสถาปัตยกรรม เเละศิลปกรรมที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ได้มาชมเป็นอย่างยิ่ง มีส่วนที่น่าสนใจหลายจุดด้วยกันทั้งในส่วนของประติมากรรมองค์เทพเจ้าทั้ง 4 องค์ที่มีความสวยงามเเละอลังการงานสร้างเป็นอย่างยิ่ง

โดยศาลเจ้าฮอกไกโดนั้น ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของการเป็นสถานที่สำหรับชมความสวยงามของดอกซากุระบานในฤดูใบไม้ผลิที่มีความสวยงามเเละน่าประทับใจเป็นอย่างมาก เเละในช่วงของฤดูร้อนจะมีการจัดเทศกาลซัปโปโร มัสซุริ ซึ่งจะมีขบวนเเห่ไปรอบเมืองเเละสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยจะจัดกันทุกวันที่ 14-16 มิถุนายนของทุกปี โดยศาลเจ้าเเห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว

การเดินทางไปศาลเจ้าฮอกไกโด :

ใช้บริการของรถไฟใต้ดินสาย Tozai มาลงที่สถานี Maruyama Koen เเล้วเลือกทางออกที่ 2 หรือ 3 จากนั้นก็เดินต่อไปอีกประมาณ 100 เมตร เเล้วให้คุณเลี้ยวซ้ายจากนั้นเดินตรงไปอีกประมาณ 120 เมตรเเล้วก็ให้คุณเลี้ยวซ้ายอีกครั้งจากนั้นก็เดินตรงไปอีกประมาณ 100 เมตรก็จะถึงเเล้ว นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่ามาเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง

แผนที่ Google Map ศาลเจ้าฮอกไกโด :

11. Nopporo Forest Park (สวนป่าโนปโปโระ)

สวนป่าโนปโปโระ เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ซึ่งมีความเก่าเเก่เเละมีความหมายสำหรับผู้คนชาวฮอกไกโดเป็นอย่างยิ่ง โดยเป็นพื้นที่ป่าที่ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้ตั้งเเต่มีการสร้างเมืองซัปโปโรขึ้นมา ทำให้มีความสวยงามเเละสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง จนกลายเป็นอีกสวนป่าที่มีความสวยงามเเละได้รับการยอมรับเป็นอย่างยิ่งว่าเป็นจุดที่ควรมาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง โดยจากพื้นที่กว่า 13,000 ไร่นั้น มีความสมบูรณ์เเละเต็มไปด้วยธรรมชาติที่มีความสวยงาม จนกลายเป็นจุดที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเป็นอย่างยิ่ง

จุดเด่นอีกจุดของสวนป่าโนปโปโระ คือ ในส่วนของหอคอย Centennial Memorial Tower ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองในการครบรอบ 100 ปีของการจัดตั้งจังหวัดฮอกไกโดขึ้นมา โดยมันมีความสูงถึง 100 เมตรเลยทีเดียว เเละเป็นทั้งในส่วนของจุดชมวิวที่มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เเละเป็นหอดูดาวที่มีความสำคัญอีกเเห่งของญี่ปุ่นอีกด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในจุดไฮไลท์ของส่วนป่าเเห่งนี้ เเละนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว ณ สวนป่า มักจะไม่พลาดขึ้นไปชมวิวที่มีความสวยงาม

สวนป่าโนปโปโระนั้น มีความน่าสนใจตรงที่มีเส้นทางในการเดินชมความสวยงามของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ เเละสามารถมาเที่ยวชมได้ในทุกฤดูกาลเลยก็ว่าได้ เพียงเเค่ในฤดูหนาวนั้นอาจจะมีการเดินทางที่ค่อนข้างจะลำบากเเละเป็นช่วงปิดในการเข้าชมในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนเมษายน โดยจะเปิดให้เข้าชมในช่วงเดือนเมษายนจนถึงปลายเดือนตุลาคม ซึ่งเปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลาประมาณ 9:00 น. จนถึงเวลา 17:00 น. โดยเปิดให้เข้าชมฟรี ทั้งในส่วนของสวนป่า เเละหอคอย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่ามาเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง

การเดินทางไปสวนป่าโนปโปโระ :

ใช้บริการของรถไฟท้องถิ่นจากสถานี Sapporo Station โดยให้มาลงที่สถานี Shinrin Koen Station โดยใช้เวลาในการเดินทางเพียงเเค่ 15 นาทีเท่านั้นเอง หลังจากนั้นก็ให้เลือกทางออก East เเล้วมาใช้บริการของรถบัสสาย 22 โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาทีก็จะถึงเเล้ว โดยรถบัสนั้นจะออกชั่วโมงละ 1-2 เที่ยว

แผนที่ Google Map สวนป่าโนปโปโระ :

12. Moerenuma Park (สวนสาธารณะโมเอะเรนุมะ)

สวนสาธารณะโมเอะเรนุมะ เป็นสวนขนาดใหญ่อีกเเห่งของเมืองซัปโปโร โดยมีเส้นรอบวงที่เป็นทางเดินยาวกว่า 4 กิโลเมตร เเละมีเเต่ผืนหญ้าสีเขียวขจีสวยงามเเละมีมนต์เสน่ห์อย่างประหลาดเป็นอย่างยิ่ง จนกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเเห่งนี้ มันสร้างเสร็จในปี ค.ศ.2005 เเละเปิดให้ประชาชนเข้าใช้งานจนกลายมาเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามเเละเป็นจุดดึงดูใจนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองซัปโปโรเป็นอย่างยิ่ง

ภายในของสวนสาธารณะโมเอะเรนุมะ นั้นมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ด้วยบึงน้ำขนาดใหญ่ที่งดงาม เเละยังมีอาคารสิ่งปลูกสร้างที่มีความโดดเด่นอยู่หลายจุดด้วยกัน ทั้งในส่วนของภูเขาโมเอะเร ที่มีความสูงมากกว่า 62 เมตร ซึ่งนักท่องเที่ยว และผู้ที่เข้ามาชมสวนเเห่งนี้สามารถปีนขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ที่มีความสวยงามได้อีกด้วย ส่วนทางด้านของฮิดามารินั้น เป็นอาคารที่โดดเด่นเป็นอย่างยิ่งด้วยทรงปิรามิดที่ใช้กระจกทำทั้งหมด นับว่าเป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยภายในของฮิดามารินั้นจะเป็นศูนย์ข้อมูล เเละมีห้องโถงไว้จัดเเสดงผลงานของโนกูจิอีกด้วย

นอกจากนี้ ทางด้านทิศตะวันออกของสวนสาธารณะโมเอะเรนุมะ ยังเป็นจุดที่ตั้งของสนามเด็กเล่นที่มีความพิเศษตรงที่จะมีน้ำพุตั้งอยู่ตรงกลาง เเละเป็นน้ำพุที่เปิดการเเสดงด้วยสีสัน เเละการกำหนดการเคลื่อนที่ของสายน้ำที่มีความตื่นตาตื่นใจ โดยจะเปิดการเเสดงในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงกลางเดือนตุลาคมของทุกปี โดยถัดออกไปนั้นก็จะเป็นพื้นที่เล่นน้ำที่มีความน่าสนใจ ซึ่งบริเวณนี้จะเปิดให้ใช้บริการในช่วงต้นเดือนมิถุนายนจนถึงกลางเดือนกันยายน เเละกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมากเลยก็คือการเช่าจักรยานปั่นไปตามเส้นทางรอบๆ สวนที่มีความยาว 4 กิโลเมตร โดยสองข้างทางจะมีเเต่วิวทิวทัศน์ที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง โดยเสียค่าเช่าเพียงชั่วโมงละ 100 เยนเท่านั้นเอง โดยสวนเเห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันในเวลา 7.00 นง จนถึง 22.00 น.

การเดินทางไปสวนสาธารณะโมเอะเรนุมะ :

ใช้บริการของรถไฟใต้ดินสาย Toho Subway Line โดยให้มาลงที่สถานี Kanjodori-higashi Station หลังจากนั้นใช้บริการของรถบัสท้องถิ่นไปยังสวนเเห่งนี้ โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 25 นาที เเละรถบัสออก 2 เที่ยวต่อชั่วโมง

แผนที่ Google Map สวนสาธารณะโมเอะเรนุมะ :

13. Sapporo City Archive Museum (พิพิธภัณฑ์เมืองซัปโปโร)

พิพิธภัณฑ์เมืองซัปโปโร เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองซัปโปโร ตั้งอยู่ที่ปลายสุดของสวนโอโดริฝั่งตะวันตก ซึ่งอยู่ตรงข้ามกันพอดีกับซัปโปโรทาวเวอร์ ทำให้เป็นอีกหนึ่งในจุดท่องเที่ยวซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมกันได้อย่างต่อเนื่องในบริเวณเเห่งนี้ เเละด้วยความโดดเด่นสวยงามของงานสถาปัตยกรรมในยุคเมจินั้นก็ทำให้อาคารเเห่งนี้ได้รับความนิยมจากผู้มาเยือนในการมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันเป็นประจำเลยก็ว่าได้

เเต่เดิมนั้น อาคารของพิพิธภัณฑ์เมืองซัปโปโรนั้น ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็นศาลอุทธรณ์ประจำเมือง ที่ใช้สำหรับการจัดการในเรื่องคดีความต่างๆ ของเขตฮอกไกโด ก่อนที่วันเวลาผ่านไปจะเปลี่ยนอาคารเก่าเเก่เเห่งนี้มาเป็นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจัดเเสดงความเป็นมาเเละข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในยุคเริ่มต้นของเมืองซัปโปโร ทำให้ผู้ที่ได้เข้ามาชมได้เห็นถึงการวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในกาลก่อนเริ่มก่อตั้งเมืองเเห่งนี้ว่าเป็นอย่างไร โดยมีการเเสดงถึงประวัติความเป็นมาของเมืองเเห่งนี้เอาไว้อย่างครบถ้วน ผ่านเทคโนโลยีในการนำเสนออันทันสมัย

อีกจุดที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างยิ่งของพิพิธภัณฑ์เมืองซัปโปโร ก็คือ ในส่วนของห้องจำลองศาลที่ใช้ห้องจริงซึ่งได้รับการอนุรักษ์เอาไว้อย่างดี เเละเเสดงการจำลองถึงขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมของญี่ปุ่นในอดีตอีกด้วย โดยที่นี่เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันตั้งเเต่เวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 19.00 น. โดยปิดทุกวันจันทร์ นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในเขตตัวเมืองซัปโปโรที่มีความน่าสนใจเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์เมืองซัปโปโร :

ใช้บริการของรถไฟใต้ดินสาย Tozai Line โดยให้มาลงที่สถานี Nishi 11 Chome เเล้วให้คุณเลือกทางออกที่ 1 จากนั้นก็เดินตรงไปอีก 2 บล็อกก็จะถึงเเล้ว นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่ามาเที่ยวอย่างยิ่ง

แผนที่ Google Map พิพิธภัณฑ์เมืองซัปโปโร :

14. Sapporo Botanic Garden (สวนพฤษศาสตร์ซัปโปโร)

สวนพฤษศาสตร์ซัปโปโร เป็นอีกหนึ่งในสวนที่มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว โดยมันตั้งอยู่ใจกลางของตัวเมืองซัปโปโร เเละเป็นอาณาเขตของมหาวิทยาลัยฮอกไกโด โดยเเต่เดิมนั้นเคยเป็นส่วนหนึ่งของป่าอิชิคาริ ที่เป็นป่าสนที่มีความสมบูรณ์เป็นอย่างมากเลยทีเดียว จึงกลายเป็นอีกหนึ่งในจุดที่น่ามาท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่งเลยก็ว่าได้

ภายในสวนพฤษศาสตร์ซัปโปโรนั้น มีความน่าสนใจจากสนามหญ้าสีเขียวที่มีความสวยงามเเละโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง ทำให้มีชาวซัปโปโรมาใช้เป็นพื้นที่ในการพักผ่อนหย่อนใจ และมาปิกนิกกันอย่างมากมาย นอกจากนี้เเล้วก็ยังมีสวนต้นสน ที่มีความสวยงามร่มรื่นเเละเป็นอีกจุดที่มีมนต์เสน่ห์ทำให้สวนเเห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวอย่างยิ่ง ส่วนทางด้านของเรือนกระจกภายในสวนเเห่งนี้ก็ถือว่ามีความสวยงามเเละมีพันธุ์พืชต่างๆ ที่งดงาม เเละน่าสนใจ

นอกจากนี้เเล้วในสวนพฤษศาสตร์ซัปโปโร ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ไอนุ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่บอกเล่าเรื่องราวของชนพื้นเมืองของฮอกไกโดอย่างชาวไอนุ โดยมีการจัดเเสดงข้าวของ เเละเรื่องราวของพวกเขาอย่างน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยสวนเเห่งนี้จะเปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 16.30 น. โดยในช่วงเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนจะปิดในเวลา 16.00 น. เเละปิดทำการในช่วงวันที่ 4 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 28 เมษายน ของทุกปี โดยต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 400 เยน

การเดินทางไปสวนพฤษศาสตร์ซัปโปโร :

ใช้บริการของรถไฟมาลงที่สถานี Sapporo Station เเล้วให้ออกทางทางออกทิศตะวันตก เเล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 10 นาทีก็จะถึงเเล้ว ส่วนหากใช้บริการของรถไฟใต้ดินสาย Tozai Subway Line ก็ให้มาลงที่สถานี Nishi-Juitchome Station เเล้วให้เลือกทางออกทางทิศเหนือ จากนั้นก็เดินต่อไปอีกเพียงเเค่ 5 นาทีก็จะถึงเเล้ว

แผนที่ Google Map สวนพฤษศาสตร์ซัปโปโร :

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับเมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด เที่ยวแค่เมืองนี้เมืองเดียวก็เล่นเอาเหนื่อยเลยเนอะ แต่มันก็คุ้มนะ ได้ใช้เวลาดีๆ กับผู้ร่วมทริป ได้พักผ่อนหย่อนใจ เรียกได้ว่า ไปเที่ยวเมืองซัปโปโรที่เดียว ได้เที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ ทั้งไหว้พระ ชมธรรมชาติ เล่นสกี ทานอาหารทะเลสดๆ เดินเล่นในสวนสาธารณะ ชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ สัมผัสอากาศหนาว ชมความสวยงามของเทศกาลหิมะ อันนี้ต้องไปให้ตรงช่วงนะคะ ต้องดำเนินการจองล่วงหน้าเยอะๆ หน่อยนะคะ เพราะในช่วงนั้นนักท่องเที่ยวจะเยอะมาก แล้วค่าที่พัก ค่าตั๋วอะไรต่างๆ ก็จะมีราคาเพิ่มขึ้นด้วย คราวหน้าเราจะพาไปเที่ยวที่เมืองไหนของญี่ปุ่น ก็รอติดตามกันดูนะคะ ถ้าชอบกดไลท์ ถ้าใช่กดแชร์กันเด้อค่า แล้วก็กดติดตามกันด้วยเนอะ สำหรับ Facebook Fanpage : >>CheckInChill<< จิ้มเลยยย ยังไงก็เก็บเช็คอินชิลล์ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจกันด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ^^

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : “14 สถานที่ท่องเที่ยว” เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด (Part 2)