8 สิ่งที่ต้องทำ! เมื่อไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ในเดือนพฤศจิกายน

ในเดือนพฤศจิกายน ประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงอย่างเต็มตัวแล้ว ในหลายๆ สถานที่ของโตเกียว และจังหวัดอื่นๆ บนเกาะฮอนชูนั้น เหล่าใบไม้ต่างก็เปลี่ยนสีสัน จากสีเขียว กลายเป็นสีแดง สีส้ม และสีเหลือง สวยงาม ส่วนอากาศนั้น ค่อนข้างเย็น อากาศแห้งๆ อุณหภูมิประมาณ 10-20 องศาเซลเซียส ควรพกเสื้อกันหนาวไปด้วยนะคะ เพราะเวลาลมพัดมาทีนึง ตัวสั่นระรัวเลยจ้า บางพื้นอาจมีฝนตกบ้าง ทำให้มีอากาศที่หนาวขึ้นไปอีก แต่อากาศเย็นแบบนี้ ทำให้เราสามารถเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้ปลี่ยนสีสวยงาม ราวกับภาพวาด หากไปเที่ยวญี่ปุ่น ในเดือนพฤศจิกายน ห้ามพลาดกิจกรรมชมใบไม้เปลี่ยนสีอย่างเด็ดขาดเลยล่ะ ในโซนโตเกียว ภูเขาทาคาโอะ ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะมีให้ชมตลอดทั้งเดือน ส่วนช่วงปลายๆ เดือน ขอแนะนำเป็นสวนริคุงิเอน ปกคลุมไปด้วยต้นเมเปิ้ลสีแดง มีงานใบไม้เปลี่ยนสี ในสวนประดับไฟของไดเมียว สามารถชมไฟได้ในช่วงหลังพระอาทิตย์ตกดินจนถึงสามทุ่มเลยล่ะ ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนสามารถชมได้ด้านล่างเลยจ้า

หรือหากใครต้องการชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบเน้นๆ เราขอแนะนำให้ไปอ่านที่ แนะนำ “8 สถานที่” ชมใบไม้เปลี่ยนสีและดอกไม้ ในกรุงโตเกียว ช่วงปลายปี 2019 นี้ ! 

✿ ใบไม้เปลี่ยนสี ภูเขาทาคาโอะ (ญี่ปุ่น: 高尾山秋 อังกฤษ: Takao Mount Fall)

วันจัดงาน : วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2019
สถานที่ : ภูเขาทาคาโอะ (Takao Mount), เมืองฮาจิโอจิ เขตทามะ กรุงโตเกียว

ภูเขาทาคาโอะ เป็นภูเขาที่ตั้งอยู่แถบชานเมืองของกรุงโตเกียว เมืองฮาจิโอจิ  มีระดับความสูงอยู่ 599 เมตร จากระดับน้ำทะเล สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักปืนเขา ศึกษาธรรมชาติ และพักผ่อนหย่อนใจ ของชาวญี่ปุ่น และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพราะเดินทางสะดวก มีกิจกรรมมากมาย และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย อาทิเช่น พิพิธภัณฑ์ทาคาโอะ 599, วัดยาคุโอะ อิน, ออนเซน เคอิโอะ ทาคาโอะซัง เป็นต้น

ด้านบนภูเขา มีจุดชมวิวที่สามารถชมวิวทิวทัศน์ของเมืองและธรรมชาติได้ และมีโซนร้านอาหารและเบียร์การ์เด้น ที่ให้คุณอิ่มท้อง พร้อมชมวิวด้านบนภูเขา อันนี้ไม่ควรพลาดเลยล่ะ อีกทั้งตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายน จะมีการจัดงานเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี เขาทาคาโอะ เป็นเทศกาลชมใบไม้เปลี่ยนที่คึกคัก นอกจะได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามแล้ว ยังมีการแสดงอีกมากมาย คอนเสิร์ต ศิลปะการแสดงของคนญี่ปุ่นโบราณ พร้อมจิบสาเกมาสุ งานจัดขึ้นที่บริเวณลานหน้าสถานีเคเบิลคาร์ Kiyotaki

การเดินทาง : ขึ้นรถไฟจากสถานี Shinjuku (Keio Line) มาลงที่สถานี Takaosanguchi โดยสามารถซื้อตัวได้ที่ตู้ของ Keio มีทั้งแบบเที่ยวเดียว, ไป-กลับ และมีแบบแพ็คเกจ ตั๋วไป-กลับ พร้อมตั๋วเคเบิลคาร์/กระเช้าลิฟต์ ทั้งขึ้นและลง (แพ็คเกจถูกกว่า) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนการขึ้นไปบนเขาทาคาโอะนั้น มี 3 ทาง คือ เดินขึ้น, นั่งเคเบิลคาร์ และนั่งกระเช้าลิฟต์ (นั่งห้อยขา) สามารถชมวิวทิวทัศน์ได้ตลอดทางขึ้น


✿ เทศกาลคาระซึ คุนชิ (ญี่ปุ่น: 唐津くんち อังกฤษ: Karatsu Kunchi)

วันจัดงาน : วันที่ 2 – 4 พฤศจิกายน 2019
สถานที่ : ศาลเจ้าคาระซึ (Karatsu Shrine), เมืองคาระซึ จังหวัดซากะ เกาะคิวชู

เทศกาลประจำปีของเมืองคาระซึ จังหวัดซากะ เป็นเทศกาลฤดูใบไม้ร่วง จัดขึ้นที่ศาลเจ้าคาระซึ ในวันที่ 2 – 4 พฤศจิกายน คำว่า คุนชิ (Kunchi) หมายถึง เทศกาลฤดูใบไม้ร่วงที่ยึดถือ ทางตอนเหนือของคิวชู หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เทศกาลฮิกิยามะ (Hikiyama) ถูกกำหนดให้เป็น ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จับต้องไม่ได้ที่สำคัญ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นในปี 1980 และเป็น มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ โดยองค์การยูเนสโก ในปี 2016 ด้วย 14 ขบวนรถแห่อันงดงาม รถแห่นี้ เรียกว่า ฮิกิยามะ ทำมาจากไม้ แลคเกอร์ญี่ปุ่น และวัสดุอื่นๆ มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งสิงโต หมวกซามูไร ปลา มังกร และสัตว์ประหลาดอื่นๆ

เป็นเทศกาลที่สามารถดึงดูดผู้คนได้ราวๆ 5 แสนคน ตลอดทั้ง 3 วัน ขบวนจะเคลื่อนผ่านเมืองที่มีปราสาทคาระซึ อันเก่าแก่ (อยู่ใกล้กับศาลเจ้า) โดยทีมที่ถูกคัดเลือกจากครอบครัวที่อาศัยอยู่ในย่านดั้งเดิมของคาระซึ 14 ตำบล มาพร้อมเสียงตะโกนว่า n-ya! En-ya! และ Yoisa! Yoisa! มีดนตรีบรรเลงจากระฆังญี่ปุ่น กลองไทโกะ และขลุ่ย ซึ่งรถแห่แต่ละคัน มีน้ำหนักมากถึง 2-3 ตัน สูง 5-6 เมตร และมีการตกแต่งอย่างสวยงาม เต็มไปด้วยสีสันต่างๆ สำหรับงานวันที่ 2 พฤศจิกายน งานเริ่มเวลา 19.30 – 22.00 น., วันที่ 3 พฤศจิกายน งานเริ่มเวลา 09.30 – 16.30 น. และวันที่ 4 พฤศจิกายน งานเริ่มเวลา 10.00 – 17.30 น.


✿ เทศกาลขบวนแห่เจ้าเมือง (ญี่ปุ่น: 箱根 大名行列 อังกฤษ: Hakone Daimyo Gyoretsu)

วันจัดงาน : วันที่ 3 พฤศจิกายน 2019
สถานที่ : ยูโมโตะ ออนเซ็น (Yumoto Onsen), เมืองฮาโกเนะ จังหวัดคะนะงาวะ

เทศกาลขบวนแห่เจ้าเมือง หรือ ฮาโกเนะ ไดเมียว เกียวเรสึ เป็นเทศกาลประจำปี จัดขึ้นทุกวันที่ 3 พฤศจิกายน วันวัฒนธรรม ซึ่งเป็นวันหยุดประจำชาติของญี่ปุ่น ขบวนแห่ไดเมียว เทศกาลนี้ จะมีขบวนแห่ของไดเมียว พวกขุนนาง กว่า 200 คน สวมชุดย้อนยุค รวมถึงซามูไร ถืออาวุธ ทหารับใช้ เกอิชา เจ้าหญิง และเกจิ (ผู้หญิงที่ให้ความบันเทิงแก่แขกในงานปาร์ตี้สาเกด้วยเพลงและเต้นรำ) มาพร้อมนักดนตรี วงโยธวาทิต และนักเต้นรำ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้เหมือนสมัยยุคเอโดะ โอบล้อมไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามของฤดูใบไม้ร่วง

ในช่วงสมัยเอโดะ มีกฎหมายที่เรียกว่า Sankin-Kotai เป็นระบบที่จัดตั้งโดยรัฐบาลโทคุงาวะ เพื่อลดอำนาจของไดเมียว (หัวหน้าของซามูไรในแต่ละดินแดน) ซึ่งไดเมียวแต่ละคนจะต้องไปที่เอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) ต้องจากดินแดนของพวกเขา เพื่อไปอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 1 ปี เพื่อให้ทหารรับใช้ และคนของไดเมียว ได้ทำสิ่งต่างๆ ที่รัฐบาลโทคุงาวะสั่ง หลังจากครบ 1 ปี จะต้องกลับไปยังดินแดนของตัวเองและอยู่ 1 ปี สลับกันไป ส่วนภรรยาและลูกของไดเมียว ก็ต้องไปอยู่เอโดะด้วย เพื่อเป็นตัวประกัน เป็นการป้องกันไม่ให้ไดเมียวก่อกบฎ และไม่สามารถทำสงครามได้ เพราะจะสูญเงินไปกับการเดินทาง มีขบวนแห่เวลาเดินทาง และต้องจ่ายเงินเพื่อบำรุงรักษาที่อยู่อาศัยทั้ง 2 ที่ แถมการเดินทางบ่อยครั้งของไดเมียว ยังช่วยกระตุ้นการสร้างถนนทั่วประเทศ และการก่อสร้างโรงแรมขนาดเล็ก รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ตลอดเส้นทาง ถือเป็นการเกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

สำหรับขบวนแห่ เริ่มเวลาประมาณ 10.00 น. จากโรงเรียนประถมศึกษายูโมโตะ ใกล้วัดซอนจิ ผ่านโรงแรมในย่านเทอิเซอิเอน ประมาณเที่ยง และผ่านสถานีฮาโกเนะ ยูโมโตะ ก่อนจะสิ้นสุดที่โรงแรมยูโมโตะ ฟูจิยะ ประมาณ 14.00 น. คุณสามารถจะได้สัมผัสประสบการณ์สมัยเอโดะ ชมขบวนแห่ที่มีการแต่งกายแบบดั้งเดิม


✿ โทริ โน อิชิ (ญี่ปุ่น: 酉の市 อังกฤษ: Tori No Ichi)

วันจัดงาน : วันที่ 8 พฤศจิกายน และวันที่ 20 พฤศจิกายน 2019
สถานที่ : ศาลเจ้าโอโทริ (Otori Shrine),ย่านเซ็นโซคุ แขวงไทโต โตเกียว

เทศกาลของศาลเจ้าโอโทริ ในย่านเซ็นโซคุ ใกล้กับย่านอาซากุสะ เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะ มีต้นกำเนิดมาจากเรื่องราวในตำนานเทพเจ้าญี่ปุ่น “Ameno Hiwashino Mikoto” (อามิโนะ ฮิวาชิโนะ มิโกโตะ) และ “Yamato Takeruno Mikoto” (ยามาโตะ ทาเกะรุโนะ มิโกโตะ) จัดขึ้นตามธรรมเนียมในเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินจันทรคติ กำหนดเป็นวันนักษัตร ปีระกา ซึ่งเป็นวันมงคล ศาลเจ้าจะเต็มไปด้วยผู้คนที่เข้ามาสักการะ บริเวณรอบๆ มีแผงขาย คุมาเดะ (Kumade) มากกว่า 300 แผง เป็นคราดนำโชค ที่จะช่วยกวาดความเจริญรุ่งเรือง โชคลาภ กวักเงิน กวักทอง ค้าขายเจริญๆ จะมอบความมั่งคั่งแก่ผู้ซื้อ มีความเชื่อว่า ในทุกๆ ปี จะต้องซื้อคุมาเดะ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อการค้าขายที่เจริญยิ่งๆ ขึ้นไป เป็นเทศกาลในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่น่าสนใจ ได้สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริง เหล่าพ่อค้าแม่ค้าที่จำหน่ายคุมะเดะในแต่ละร้าน จะปรบมือเรียกลูกค้าเป็นจังหวะ สร้างความคึกคักภายในงาน หากคุณซื้อคุมาเดะ คุณสามารถเข้าร่วมปรบมือไปกับพ่อค้าตามจังหวะได้

งานนี้ จะเริ่มเมื่อมีเสียงกลองไทโกะดังขึ้น ในเวลาเที่ยงคืน สิ้นสุดที่เที่ยงวัน โดยในปีนี้ จะจัดขึ้น 2 ครั้ง คือ วันที่ 8 พฤศจิกายน และวันที่ 20 พฤศจิกายน นอกจากคุมะเดะแล้ว ยังมีแผงขายอาหารมากมาย มาร่วมออกบูธจำหน่ายอาหาร ให้คุณได้ลิ้มลองรสชาติอาหารญี่ปุ่น ทั้งขนมแป้งคิริซันโช, มันยัตสึกะชิระ, อุด้ง, โอโคโนมิยะกิ, ทาโกะยากิ, ยากิโซบะ และอื่นๆ อีกมากมาย กินกันแบบจุกๆ อิ่มกลับโรงแรมเลยจ้าาา


✿ การแข่งขันซูโม่ ฟุกุโอกะ (ญี่ปุ่น: 大相撲トーナメント อังกฤษ: November Fukuoka Sumo Tournament 2019)

วันจัดงาน : วันที่ 10 – 24 พฤศจิกายน 2019
สถานที่ : ฟุกุโอกะ โคคุไซ เซ็นเตอร์ (Fukuoka Kokusai Center), แขวงฮากาตะ นครฟุกุโอกะ จังหวัดฟุกุโอกะ

การแข่งขันซูโม่ ฟุกูโอกะ เดือนพฤศจิกายน เป็นการแข่งขันซูโม่รอบที่ 5 ประจำปี 2019 ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจัดแข่งตั้งแต่ช่วงเช้าถึงช่วงบ่าย มาถึงคิวของเมืองฟุกุโอกะ ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนกันยายน โดยการแข่งขันซูโม่จัดขึ้นในเดือนที่เป็นเลขคี่ สถานที่จัดจะเวียนไปเรื่อยๆ ทั้งโตเกียว โอซาก้า นาโกย่า ฯลฯ ใครที่อยากเห็นการแข่งขันซูโม่ของจริง แนะนำให้ซื้อตั๋วเข้าไปชมการแข่งขัน ได้อารมณ์ความเป็นญี่ปุ่นเข้าไปเต็มๆ อีกทั้งด้านในยังมีข้าวกล่องเบนโตะ ไก่ปิ้ง และสามารถนั่งจิบเหล้าสาเก ชมการแข่งขันไปด้วยแบบฟินๆ เรียกว่า เข้าถึงการดูการแข่งขันซูโม่อย่างแท้จริง ได้ความตื่นตา ตื่นใจ ตื่นเต้น ไปกับการชม และรับประทานอาหารญี่ปุ่น

นักท่องเที่ยวสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ โดยราคาแตกต่างกันไปตามแต่ประเภทที่นั่ง ซื้อได้ในเว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) >>sumo<< จิ้มได้เลยค่ะ หรือจะซื้อตามบริษัททัวร์ต่างๆ ก็ได้ มีหลากหลายราคา ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แบ่งเป็นเซ็ต จะมาเดี่ยวหรือมากลุ่ม เลือกได้หลากหลายมากๆ แต่ละเซ็ตก็จะมี ตั้งแต่ราคา 200 เยน ไปจนถึง 37,200 เยน ไปเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที ไม่ควรพลาดชมกีฬาที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นเลยล่ะ


✿ เทศกาลฉลองอายุ 3, 5 และ 7 ขวบ (ญี่ปุ่น:七五三 อังกฤษ: Shichi Go San)

วันจัดงาน : วันที่ 15 พฤศจิกายน 2019
สถานที่ : ทั่วประเทศญี่ปุ่น

เทศกาลฉลองอายุ 3, 5 และ 7 ขวบ เป็นเทศกาลประจำปีของญี่ปุ่น เพื่อเฉลิมฉลองการเติบโตของเด็กๆ ครอบครัวชาวญี่ปุ่น จะพาลูกชาย-ลูกสาว ที่มีอายุครบ 3, 5 และ 7 ขวบ แต่งกายชุดกิโมโน ไปยังศาลเจ้า เพื่อไหว้พระขอพร ให้เทพเจ้าอำนวยพรให้มีสุขภาพดีตลอดไป เป็นการฉลองการอยู่รอดของเด็กๆ เพราะในสมัยก่อน ชาวญี่ปุ่นต้องสูญเสียลูก เนื่องจากมีเด็กที่สุขภาพไม่ดีมากมาย กล่าวกันว่า เทศกาลนี้ มีต้นกำเนิดมาจากยุคเฮอัน ในหมู่ขุนนางชั้นศาลที่จะเฉลิมฉลองเส้นทางของเด็กๆ ในวัยกลางคน ตัวเลข 3, 5 และ 7 นั้น ถือเป็นเลขคี่ที่นำโชคของชาวเอเชียตะวันออก โดยถูกกำหนดให้เป็นวันที่ 15 พฤศจิกายน ในยุคคามาคุระ

เมื่อเวลาผ่านไป ประเพณีนี้ ส่งผ่านไปยังชนชั้นซามูไร ทำให้มีการใช้ประเพณีกันอย่างแพร่หลาย เด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบ ตามธรรมเนียม คือ ต้องโกนผม ก็เปลี่ยนเป็นได้รับอนุญาตให้ไว้ผม, เด็ก 5 ขวบ สามารสวมใส่กางเกงฮากะมะ (กางเกงซามูไร) ได้ และเด็กหญิง 7 ขวบ สามารถสวมผ้าคาดเอวทับชุดกิโมโนได้ ส่วนในสมัยเมจินั้น มีการนำเอาประเพณีมาในใช้ในหมู่ไพร่เช่นกัน รวมถึงพิธีกรรมมีการพัฒนามากขึ้น โดยการไปศาลเจ้าเพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้าย และขอพรให้มีสุขภาพที่ดียาวนาน


✿ ใบไม้เปลี่ยนสี ในสวนประดับไฟของไดเมียว (ญี่ปุ่น: 紅葉と大名庭園のライトアップ อังกฤษ: Lighting up of Autumn leaves and Daimyo Garden)

วันจัดงาน : วันที่ 20 พฤศจิกายน – วันที่ 12 ธันวาคม 2019
สถานที่ : สวนริคุงิเอน (Rikugien Garden), ย่านฮอนโกะมะโกเมะ แขวงบุงเกียว กรุงโตเกียว

อีกหนึ่งสถานที่สำคัญในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของโตเกียว สวนริคุงิเอน ตั้งอยู่ในแขวงบุงเกียว ของกรุงโตเกียว เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ที่ใช้เวลาสร้างถึง 7 ปี คำว่า ริคุงิเอน มีความหมายว่า “สวนโคลงหกบท” ชื่อนี้ได้มาเพราะภายในสวนมีทัศนียภาพสวยงามตามบทกวีญี่ปุ่นโบราณ และเรื่องราวประวัติศาสตร์ของจีน มีห้องชากุหลาบพันปี สวนแห่งนี้ปกคลุมไปด้วยต้นเมเปิ้ลมากมาย

ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จะมีการจัดงานใบไม้เปลี่ยนสี ในสวนประดับไฟของไดเมียว ในปีนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 19 คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับต้นไม้สีแดง สีเหลืองทองอร่ามตา สะท้อนผิวน้ำ ในค่ำคืนแห่งฤดูใบไม้ร่วง บรรยากาศเงียบสงบ ที่คุณให้ได้ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติที่สวยงาม สามารถชมไฟได้หลังจากพระอาทิตย์ตกดินจนถึง 21.00 น.

เวลาเปิด-ปิด ของสวนริคุงิเอน คือ เวลา 9.00 – 21.00 น. (เข้าสวนรอบสุดท้าย เวลา 20.30 น.) คุณสามารถชมใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสี ได้ทั้งกลางวัน และกลางคืน ซึ่งได้อารมณ์คนละแบบ มีอัตราค่าเข้าชม 300 เยน ภายในสวนยังมีร้านอาหาร-เครื่องดื่ม เช่น อาหารรองท้อง ชา ขนมญี่ปุ่น เป็นต้น อีกทั้งยังมีร้านขายของที่ระลึกของสวนริคุงิเอนอีกด้วย


✿ ตลาดคริสต์มาส โกดังอิฐแดง โยโกฮาม่า (ญี่ปุ่น: クリスマスマーケット อังกฤษ: Yokohama Red Brick Warehouse Christmas Market 2019)

วันจัดงาน : วันที่ 22 พฤศจิกายน – วันที่ 25 ธันวาคม 2019
สถานที่ : โกดังอิฐแดง โยโกฮาม่า (Yokohama Red Brick Warehouse), เขตนากะ เมืองโยโกฮาม่า จังหวัดคานะงาวะ

โกดังอิฐแดง อาคารสไตล์ย้อนยุค ทางเดินปูด้วยหิน ฉากหลังเป็นชิงช้าสวรรค์ Cosmo Clock 21 แต่เดิมเป็นโกดังสินค้า ในปัจจุบันเป็นศูนย์การค้า และศูนย์วัฒนธรรม มีร้านค้า คาเฟ่ และกิจกรรมตามฤดูกาลมากมาย ช่วงสิ้นปีแบบนี้ แน่นอนว่าจะต้องมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับคริสต์มาส กับตลาดคริสมาสต์ โกดังอิฐแดง โยโกฮาม่า มีร้านขายมากมาย ทั้งของใช้ ของกระจุกกระจิก และของกิน มีพื้นที่สำหรับรับประทานอาหาร-เครื่องดื่ม ภายในตลาดถูกประดับประดาไปด้วยแสงไฟระยิบระยับมากมาย พร้อมกับต้นคริสต์มาสยักษ์สูงถึง 10 เมตร ตลาดถูกจำลองมาจากคริสต์มาสในยุโรปแบบดั้งเดิม ในปี ค.ศ. 1393 ที่เยอรมัน ซึ่งจะจัดใน 4 สัปดาห์ก่อนคริสต์มาส เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ Weihnachtsmarkt ตลาดที่เกิดขึ้นทุกปลายเดือนพฤศจิกายน เพื่อให้คุณได้สนุกสนานไปกับช็อปปิ้ง สำหรับเตรียมคริสต์มาส ในประเทศเยอรมันจะมีตลาดคริสต์มาส เกิดขึ้นเกือบทุกเมือง แม้กระทั่งเมืองเล็กๆ

ภายในตลาดถูกตกแต่งไปด้วยแสงไฟสวยงาม ที่จะช่วยสร้างบรรยากาศ และความโรแมนติก ที่คุณสามารถแชะภาพได้แบบรัวๆ เลยล่ะ เต็มไปด้วยของที่เกี่ยวกับคริสต์มาสให้คุณได้เลือกซื้อ ทั้งแก้วน้ำ ตุ๊กตา ของที่ระลึก และของตกแต่งต่างๆ ส่วนของกิน ก็ต้องไส้กรอก, ไวน์ร้อน (Glühwein), ขนมปังสโตแลน (ขนมปังเยอรมันแบบดั้งเดิม) และเค้กคริสต์มาส พร้อมกับเสียงดนตรี รับรองว่า คุณจะเข้าถึงอารมณ์ความเป็นคริสมาสต์อย่างแท้จริง เดินเล่นรับลมหนาว ถ่ายรูปเก๋ๆ ทานของอร่อย ชมไฟคริสต์มาสต์ ฟินนนนนน


วางแผนท่องเที่ยวกันให้ดี เตรียมเสื้อผ้าสวยๆ อุ่นๆ ไปถ่ายรูปกับใบไม้เปลี่ยนสี ฟินไปกับอากาศหนาว เย็นสบาย เที่ยวแบบไม่ต้องร้อนเลยล่ะ ในเดือนพฤศจิกายน ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นช่วงที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย รับรองว่า คึกคักอย่างแน่นอน

ถ้าชอบก็กดไลท์ ใช่ก็กดแชร์ หรือกดติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ : >>CheckInChill<< คอยติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับการที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก กับเช็คอินชิลล์กันด้วยนะคะ ขอบคุณค่า

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : 8 สิ่งที่ต้องทำ! เมื่อไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ในเดือนพฤศจิกายน