9 สิ่งที่ต้องทำ ! เมื่อไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เดือนธันวาคม

สำหรับเดือนธันวาคม สภาพอากาศในประเทศญี่ปุ่น ก็จะเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มตัวแล้ว ทางเหนือของญี่ปุ่น เกาะฮอกไกโด หิมะจะเริ่มตก ส่วนในโตเกียว อากาศเย็น อุณหภูมิเลขตัวเดียว และต้นไม้บางต้น ยังคงมีสีแดง สีเหลือง ส่งท้ายฤดูใบไม้ร่วง ได้อย่างงดงาม ควรพกเสื้อกันหนาวหนาๆ เสื้อโค้ท ไปให้ครบครัน ลมพัดที สั่นสะท้านไปยั้นขั้วหัวใจเลยจ้าาาา อากาศจะแห้งๆ หากได้ซดราเมนร้อนๆ คงจะฟิน เดือนธันวาคม เป็นเดือนส่งท้ายปี แถมยังได้เฉลิมฉลองวันคริสต์มาส และวันปีใหม่อีกด้วย ทำให้หลายๆ ที่ ในเมืองจะประดับประดาไปด้วยไฟหลากสีสัน ต้นคริสต์มาสสวยๆ ได้บรรยากาศโรแมนติก อีกทั้งยังมีกิจกรรม เทศกาลต่างๆ ให้คุณได้เข้าร่วม อินไปกับบรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่น เทศกาลดั้งเดิม ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม เช็คอินชิลล์ จึงนำกิจกรรมและเทศกาลในช่วงเดือนธันวาคม ที่คุณสามารถใส่เข้าไปในแพลนท่องเที่ยวของคุณได้เลย

 

✿ เทศกาลประดับไฟ ห้างคาเรทต้า ชิโอโดเมะ (ญี่ปุ่น: カレッタ汐留のイルミネーション อังกฤษ:Caretta Shiodome Winter Illumination)

วันจัดงาน : วันที่ 15 พฤศจิกายน – วันที่ 25 ธันวาคม 2019
สถานที่ : ห้างคาเรทต้า ชิโอโดเมะ (Caretta Shiodome),ย่านชิโอโดเมะ แขวงมินาโตะ กรุงโตเกียว

ห้างคาเรทต้า ชิโอโดเมะ เป็นแหล่งช็อปปิ้ง และศูนย์อาหาร ในย่านชิโอโดเมะ แขวงมินาโตะ ภายในห้าง มีร้านอาหาร ชั้นที่ 46 ที่สามารถเห็นวิวของกรุงโตเกียวได้อย่างสวยงาม ทั้งโตเกียวสกายทรี, โตเกียวทาวเวอร์, สะพานสายรุ้ง, โอไดบะ,​ชินจูกุ, พระราชวังอิมพิเรียล และอ่าวโตเกียว สามารถขึ้นชมวิวได้ฟรีที่ชั้น 46 แต่เป็นเพียงแค่จุดชมวิวเล็กๆ หากต้องการดื่มด่ำบรรยากาศของโตเกียวในยามค่ำคืนอย่างเต็มที่ ต้องไปยังร้านอาหาร Sky Restaurant บริการอาหารแสนอร่อย (ต้องเสียเงินรับประทาน) พร้อมวิวที่ยอดเยี่ยมของโตเกียว ซึ่งแต่ละร้าน มีวิวที่ไม่เหมือนกัน

นอกจากแหล่งช็อปปิ้ง และร้านอาหารแล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์โฆษณา ที่อุทิศให้กับการโฆษณาและการตลาดของญี่ปุ่น, โรงละคร, ปะติมากรรมต่างๆ ห้างนี้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของการประดับไฟ ในช่วงฤดูหนาว ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงคริสต์มาส เป็นการประดับไฟคริสต์มาส บริเวณหน้าห้าง ที่มีความสวยงาม อลังการ แสงไฟส่องสว่างในคอนกลางคืน ท่ามกลางอากาศหนาว โรแมนติกสุดๆ ใครๆ เห็นก็ต้องแวะถ่ายรูป ถือเป็นมาร์คสปอทที่ควรไปในช่วงนั้นเลยนะ


✿ เทศกาลฤดูใบไม้ร่วง ถนนอินุอิ (ญี่ปุ่น: 紅葉の皇居乾通りを一般公開 อังกฤษ: Autumn Public Opening of Inui Street 2019)

วันจัดงาน : วันที่ 30 พฤศจิกายน – วันที่ 9 ธันวาคม 2019
สถานที่ : ประตูซากะชิตะ พระราชวังอิมพิเรียล (Sakashita Gate), แขวงชิโยดะ กรุงโตเกียว

เมื่อถนนอินุอิ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรในพระราชวังอิมพิเรียล เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม ซึ่งจะเกิดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรก คือ ช่วงปลายเดือนมีนาคม ถึงต้นเดือนเมษายน เป็นช่วงที่ดอกซากุระบานสะพรั่ง และครั้งที่สองคือ ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ถึงต้นเดือนธันวาคม ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ที่จะมีใบไม้เปลี่ยนสี จากสีเขียว เป็ยสีน้ำตาล แดง และเหลือง สร้างความสวยงาม ด้วยฉากหลังพระราชวังอิมพีเรียล งดงามราวกับภาพวาด

การชมจะเริ่มจากประตูซากะชิตะ (Sakashita Gate) ไปจนถึงประตูอินุอิ (Inui Gate) ทางเหนือของพระราชวัง หรือเลือกออกที่ประตู Ote-mon Gate เพื่อไปยังสวนนิโนะมารุ (Ninomaru Garden) ทางตะวันออกของพระราชวังได้ โดยเดินเลี้ยวขวาจากประตูนิชิฮาเนะบาชิ (Nishihanebashi-mon Gate) เนื่องจากถนนอยู่ในเขตพระราชวัง ควรแต่งกายสุภาพ และมีการรักษาความปลอดภัย เปิดบริการ 09.00 – 15.30 น. ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการเข้าชม ในช่วงสุดสัปดาห์ อาจมีผู้เข้าชมมาก อาจต้องรอคิวเป็นเวลานาน ควรเช็คเวลาให้ดี


✿ เทศกาลกลางคืน จิจิบุ (ญี่ปุ่น: 秩父夜祭 อังกฤษ: Chichibu Night Festival)

วันจัดงาน : วันที่ 2 – 3 ธันวาคม 2019
สถานที่ : ศาลเจ้าจิจิบุ (Chichibu Shrine), เมืองจิจิบุ จังหวัดไซตามะ

หนึ่งในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาคคันโต จัดขึ้นทุกวันที่ 2 และ 3 ธันวาคม ของทุกปี ในเมืองจิจิบุ จังหวัดไซตามะ เทศกาลที่มีขบวนรถแห่ เฉลิมฉลองไปทั่วเมือง เต็มไปด้วยสีสัน และดอกไม้ไฟ รถแห่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม และหรูหรา โดยรถแห่มี 2 แบบ คือ ยะไต และคาสะโบโกะ บนยะไต จะมีพิธีกรรมบนรถแห่ ทั้งเต้นรำและการแสดงละครคาบูกิ  ที่แสดงโดยเด็กๆ ในท้องถิ่น มาพร้อมเสียงกลองไทโกะ ขลุ่ย และเครื่องดนตรีพื้นบ้าน ความไม่ธรรมดาของรถแห่คือ จะมีการเคลื่อนที่อย่างทรงพลัง เพราะต้องขึ้นเนินสูงชัน และมีจังหวะเปลี่ยนทิศทางรถแห่ ด้วยเทคนิคที่รวดเร็ว สร้างความประหลาดใจให้กับผู้เข้าร่วมชมไม่ใช่น้อย

งานวันที่ 2 จะค่ำคืนก่อนเทศกาลหลัก และงานวันที่ 3 เป็นวันเทศกาลหลัก  ไฮไลท์สำคัญของงาน คือ ในช่วงกลางคืน รถแห่จะประดับประดาไปด้วยโคมไฟ และมีมิโกะชิจากศาลเจ้าจิจิบุ ถูกแห่ไปยังสวนจิจิบุ เมื่อขบวนแห่มาถึง จะมีการจุดดอกไม้ สร้างสีสันสวยงามบนท้องฟ้ายามค่ำคืนในฤดูหนาวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีแผงขายอาหารมากมาย อาหารญี่ปุ่นหลายๆ ประเภท ทั้งปลาแม่น้ำ เนื้อทอด ไปจนถึงยากิโซบะ กล้วยราดช็อกโกแลต รับรองว่า อิ่มจนจุก แนะนำให้รับประทานอาหารก่อนไปชมขบวนแห่นะ เพราะเดี๋ยวจะไม่มีเวลามาทานเลยล่ะ


✿ เทศกาลดอกไม้ไฟสายรุ้ง โอไดบะ 2019 (ญี่ปุ่น: お台場しインボー花火 อังกฤษ: Odaiba Rainbow Fireworks 2019)

วันจัดงาน : วันเสาร์ที่ 6, 13, 20 และ 27 ธันวาคม 2019
สถานที่ : สวนริมทะเลโอไดบะ (Odaiba Seaside Park), แขวงมินาโตะ กรุงโตเกียว

เทศกาลดอกไม้ไฟสายรุ้ง โอไดบะ เป็นเทศกาลประจำปีที่สวนริมทะเลโอไดบะ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดชมดอกไม้ไฟที่ดีที่สุดของโตเกียว สำหรับเทศกาลนี้ จัดขึ้นในช่วงฤดูหนาว ทุกวันเสาร์ของเดือนธันวาคม พบกับดอกไม้ไฟ ที่มาสร้างสีสันยามค่ำคืน แสงไฟที่ชวนให้นึกถึงคริสต์มาส ที่เปลี่ยนโอไดบะให้เป็นดินแดนมหัศจรรย์แห่งจินตนาการ คุณจะได้รับประสบการณ์อันยอดเยี่ยม สวยงามทั้งดอกไม้ไฟ และสะพานสายรุ้ง  โดยพลุจะเริ่มแสดงในเวลา 19.00 น. ใช้เวลาแสดง 10 นาที เท่านั้น

นอกจากสวนริมทะเลโอไดบะแล้ว ยังมีจุดอื่นๆ ที่สามารถชมดอกไม้ไฟได้ คือ สะพานทาสึมิ ซากุระ (Tastumi Sakura Bridge), ศูนย์กีฬาอาริอาเกะ (Ariake Sports Center), ทิศเหนือของสวนชิโอกาเซะ (Shiokaze Park) และบริเวณสถานีชินางะวะ (Shinagawa Station) ใครที่อยากชมดอกไม้ไฟสวยๆ สัมผัสความโรแมนติกของแสงสีรุ้งจากพลุในย่ามค่ำคืน พร้อมรับลมหนาว ช่างเป็นประสบการณ์ที่คุณจะไม่มีวันลืมเลยล่ะ


✿ เทศกาลประดับไฟ เมืองโกเบ (ญี่ปุ่น: 神戸ルミナリエ อังกฤษ: Kobe Luminarie)

วันจัดงาน : วันที่ 6 – 15 ธันวาคม 2019
สถานที่ : บริเวณสวนฮิกาชิ ยูเอ็นจิ (Higashi Yuenchi Park), เมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ

เทศกาลประดับไฟ เมืองโกเบ เป็นเทศกาลประจำปี ครั้งที่ 25 จัดขึ้นในเมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ เกิดทุกเดือนธันวาคม ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 จนถึงปัจจุบัน เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ฮันชิน ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวร้ายแรงที่สุดในรอบ 72 ปี ขนาด 6.8 ริกเตอร์ ลึกลงไปใต้ผิวโลก 16 กิโลเมตร จุดเหนือศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่บริเวณเกาะอาวาจิ ที่อยู่ห่างจากเมืองโกเบเพียง 20 กิโลเมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 6,434 คน ในจำนวนนี้ประมาณ 4,600 คน มาจากโกเบ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่อยู่ใกล้ที่สุด บ้านเรือนเสียหายพังทลายกว่า 2 แสนหลัง โครงสร้างทางด่วนสายฮันชินพังล้มลงมากว่า 1 กิโลเมตร และปั้นจั่นของท่าเรือเสียหายเป็นร้อย มูลค่าความเสียหายทั้งหมดราวๆ 10 ล้านล้านเยน

เมื่อเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ฮันชิน ในวันที่ 17 มกราคม 1995 ทำให้ผู้ประสบภัยต้องอยู่ในความมืดมิด ขาดไฟฟ้า น้ำประปา แก๊ส และน้ำสะอาดเพื่อดื่ม ก่อให้เกิดความคิดในการจัดแสดงไฟ เพื่อทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง การฟื้นฟู และการซ่อมแซม แม้ว่างานนี้ ควรจัดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่ความนิยมและความต้องการของประชาชน จึงทำให้กลายเป็นงานประจำปีไปโดยปริยาย

สำหรับเทศกาลนี้ หลอดไฟในงาน รัฐบาลอิตาลี เป็นผู้บริจาค และทำการติดตั้งให้ ผลิตโดย Valerio Festi และ Hirokazu Imaoka เป็นไฟมากกว่า 200,000 ดวง ที่ถูกเพนท์ด้วยมือ หลอดไฟใช้แสงสว่าจากไฟฟ้าที่ผลิตจากชีวมวล เพื่อเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยงานจะจัดขึ้น 10 วัน และเปิดในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ในช่วงเย็น ถนนสายหลักจะทำการปิดการจราจร บริเวณถนนหน้า Former Foreign Settlement ไปจนถึงสวนฮิกาชิ ยูเอ็นจิ เพื่อให้คนสามารถเดินชม และเพลิดเพลินไปกับแสงไฟอันสวยงาม ในแต่ล่ะปี มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมมากกว่า 4 ล้านคน


✿ เทศกาลประดับโคมไฟ อาราชิยาม่า ฮานะโทโระ (ญี่ปุ่น: 京都・嵐山花灯 อังกฤษ: Kyoto Arashiyama Hanatouro 2019)

วันจัดงาน : วันที่ 13 – 22 ธันวาคม 2019
สถานที่ : สะพานโทเงะสึเคียว (Togetsukyo Bridge) และป่าไผ่อาราชิยาม่า (Arashiyama Bamboo Groves) ,เมืองอาราชิยาม่า จังหวัดเกียวโต

เทศกาลประดับโคมไฟ อาราชิยาม่า ฮานะโทโระ เป็นเทศกาลที่ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ ริมน้ำ ป่าไผ่ และทรัพย์สินทางประวัติศาสตร์ ในย่านซากะ-อาราชิยาม่า มีทางเดินรวมประมาณ 5 กิโลเมตร โดยเทศกาลนี้จะประดับประดาไฟกลางแจ้ง ทำให้เกิดแสง และเงา ให้ความรู้สึกของญี่ปุ่น มีการจัดดอกไม้มากมาย เพื่อสร้างบรรยากาศเดินท่ามกลางธรรมชาติ จนเป็นเส้นทางแห่งแสงและดอกไม้ ด้วยความร่วมมือจากสมาคมเกียวโต อิเคบานะ

ที่บริเวณสะพานโทเงะสึเคียว จะส่องสว่างท่ามกลางความมืด ทั้งเชิงเขา และริมน้ำ ฟังเสียงสายน้ำไหลผ่าน ชมความสวยงามของแสงไฟ และใบไม้เปลี่ยนสี ช่างเป็นฉากที่สวยงามตระการตา รวมถึงป่าไผ่อาราชิยาม่า สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเกียวโต ทางเดินทั้งสองข้าง จะส่องสว่างไปด้วยแสงไฟ มองเห็นต้นไผ่สูงถึงยอด สีเขียวนวล จากศาลเจ้าโนโนมิยะ ถึงวิลล่าโอโคชิซันโซ เป็นฉากที่สวยงามแปลกตา เหมาะแก่การไปเดินเล่น รับลมหนาว สัมผัสกับธรรมชาติอันงดงาม เวลาเปิดไฟ คือ เวลา 17.00 – 20.30 น.


✿ ตลาดนัดเซตะกายะ โบโรอิจิ (ญี่ปุ่น: 世田谷のボロ市 อังกฤษ: Setagaya Boro-ichi)

วันจัดงาน : วันที่ 15 – 16 ธันวาคม 2019
สถานที่ : บริเวณถนนโบโรอิจิ (Arashiyama Bamboo Groves) ,แขวงเซตางายะ กรุงโตเกียว

ตลาดนัดเซตะกายะ โบโรอิจิ จัดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1578 ในปัจจุบันได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่า เป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จับต้องไม่ได้ของโตเกียว คำว่า โบโร ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า เศษผ้า สมัยก่อนเป็นตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนเศษผ้าและสิ่งทอ เดิมทีเป็นตลาดเสรีในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 ซึ่งอนุญาตให้ค้าขายแบบปลอดภาษี เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ จัดขึ้น 6 ครั้งต่อเดือน ตลาดจึงเป็นจุดนัดพบสำคัญของพ่อค้าในสมัยเอโดะ ในปัจจุบันตลาดจัดขึ้นเพียงปีละครั้งเท่านั้น

ในตลาดจะเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย ประมาณ 700 ร้านค้า จำหน่ายสินค้าหลากหลาย ตั้แต่ของใช้ประจำวัน ไปจนถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆ ของเล่น ต้นไม้ เสื้อผ้ามือสอง และของเก่า จำนวนมาก อีกทั้งคุณจะได้สัมผัสกับสตรีทฟู้ดมากมาย พบกับแผงขายอาหารต่างๆ ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลิน ที่สำคัญห้ามลืมทาน Daikan Mochi โมจิที่เป็นเอกลักษณ์ของตลาด


✿ เทศกาลไม้ตีขนไก่โบราณ (ญี่ปุ่น: 羽子板市 อังกฤษ: Hagoita Ichi)

วันจัดงาน : วันที่ 17 – 19 ธันวาคม 2019
สถานที่ : วัดเซนโซจิ (Sensoji Temple) ,ย่านอาซากูซะ แขวงไทโต กรุงโตเกียว

เทศกาลประจำปีของวัดเซนโซจิ วัดที่เก่าแก่ที่สุดของโตเกียว กับเทศกาลไม้ตีขนไก่โบราณ บริเวณรอบๆ วัด จะเต็มไปด้วยแผงขายไม้ตีขนไก่โบราณ มากกว่า 50 แผง ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ฮาโกอิตะ (Hagoita) เป็นไม้พายรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ประดับตกแต่งด้วยรูปนักแสดงคาบูกิ ใช้ในเกมส์แบบดั้งเดิม เล่นเพื่อฉลองปีใหม่ ที่เรียกว่า ฮาเนะสึกิ (Hanetsuki) มันคล้ายแบดมินตัน

ในปัจจุบัน จะถูกตกแต่งด้วย คนดัง ดารา นักแสดง นักกีฬา แม้กระทั่งตัวการ์ตูน เชื่อว่า เป็นของขวัญที่ซื้อแล้ว เป็นเครื่องรางแห่งความโชคดี นำโชค ทำลายความชั่วร้าย เพื่อต้อนรับปีใหม่ ฮาโกอิตะ จะถูกประดับตกแต่งอย่างสวยงาม วางขายเรียงราบรอบวัด คุณสามารถซื้อเก็บไว้เอง หรือซื้อฝากคนอื่นๆ ได้ นำไปตั้งโชว์ก็สวยงามไม่ใช่น้อย โดยงานนี้ มีต้นกำเนิดมาจากธรรมเนียมที่อยากให้หญิงสาวเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง นับตั้งแต่ยุคเมจิ หากคุณซื้อขายกับพ่อค้า คุณจะต้องเตรียมปรบมือตามจังหวะให้สอดคล้องกับพ่อค้า ถ้าเกิดสงสัยว่าทำอย่างไร แนะนำให้ดูคนซื้อก่อนหน้าคุณ


✿ เทศกาลฤดูหนาว ฮาโกดาเตะ (ญี่ปุ่น: はこだて冬フェスティバル อังกฤษ: Hakodate Winter Festival)

วันจัดงาน : วันที่ 1 ธันวาคม 2019 ถึง ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2020
สถานที่ : ย่านโมโตมาจิ (Motomachi), เนินฮาจิมัน-ซากะ (Hachiman-Zaka Slope), ป้อมโงเรียวกาคุ (Fort Goryokaku) และโกดังอิฐแดง (Red Brick Warehouses), เมืองฮาโกดาเตะ จังหวัดฮอกไกโด

ฮาโกดาเตะ เป็นเมืองท่า ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเกาะฮอกไกโด เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป ที่มีความสวยงามมาก รวมถึงเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องของวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนสุดอลังการ วิวพาโนรามา ชวนน่าหลงใหล แถมยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย (สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ สถานที่ท่องเที่ยวฮาโกดาเตะ) เป็นเมืองที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทุกมุมโลก

ในช่วงฤดูหนาวแบบนี้ ฮาโกดาเตะ ได้จัดกิจกรรมพิเศษ กับเทศกาลฤดูหนาว ฮาโกดาเตะ ที่ช่วยสร้างภาพลวงตา และความแปลกใหม่ กับงาน “Hakodate Illumination” ใน ย่านโมโตมาจิ ย่านเมืองเก่า ในบรรยากาศสุดวินเทจ เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่ ที่มีความหมายในทางประวัติศาสตร์ โดยอาคารจะประดับตกแต่งไปด้วยไฟ ส่องสว่างในยามค่ำคืนที่สวยงาม ท่ามกลางอากาศหนาว

เนินฮาจิมัน-ซากะ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะของจุดชมวิว ที่มีความสวยงามทุกฤดูกาล สามารถมองเห็นท่าเรือฮาโกดาเตะ ท้องทะเล ฉากหลังเป็นภูเขา สวยงามตระการตา อีกทั้งถนนเป็นสโลปทอดยาวลงไป จึงกลายเป็นจุดถ่ายรูปที่ดีที่สุด ในฤดูต้นไม้สองข้างทาง จะประดับประดาไปด้วยไฟ ส่องสว่าง ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก รวมถึงบริเวณอ่าวฮาโกดาเตะ อีกทั้งยังมีการจุดดอกไม้ไฟ ส่องสว่าง ท่ามกลางค่ำคืน ที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้จบ

หากต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย แนะนำให้ไปที่ ป้อมโงเรียวกาคุ สถานที่ท่องเที่ยวระดับเเลนด์มาร์คของฮาโกดาเตะ มีความสวยงามเเละสำคัญอย่างมากทั้งเชิงการท่องเที่ยวเเละประวัติศาสตร์ เรียกสั้นๆ ว่า ป้อมดาว 5 แฉก ในสมัยก่อนเป็นฐานตั้งปืนใหญ่ เพื่อปกป้องญี่ปุ่นจากชาติตะวันตก ปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะ ในช่วงเดือนพฤษภาคม ดอกซากุระจะบานสะพรั่งเต็มสวน ส่วนในช่วงฤดูหนาว ก็จะประดับไฟสวยงาม ตามแฉกของดาว เสมือนดาวบนดิน

สุดท้าย โกดังอิฐแดง ซึ่งเป็นแลนมาร์คอีกแห่งของฮาโกดาเตะ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำของอ่าวฮาโกดาเตะ เป็นแหล่งช็อปปิ้งและแฮงเอ้าท์ขึ้นชื่อของเมือง มีทั้งร้านเสื้อผ้าแฟชั่น คาเฟ่ ร้านอาหาร และสถานบันเทิงยามค่ำคืน ในช่วงฤดูหนาว วันที่ 1 – 25 ธันวาคม จะมีงาน Hakodate Christmas Fantasy จะมีการประดับประดาต้นคริสมาสต์ขนาดยักษ์ พร้อมกับขบวนซานตาครอส ที่มาสร้างความครื้นเครง


เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม เดือนส่งท้ายปี ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศโรแมนติก ท่ามกลางฤดูหนาว ทั้งแสงไฟประดับ ใบไม้เปลี่ยนสี ดอกไม้ไฟ และเทศกาลต่างๆ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศ และประสบการณ์ดีๆ ให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี เดือนธันวาคม จึงเป็นเดือนที่เหมาะแก่การไปเที่ยวญี่ปุ่นเลยนะ แต่อากาศเย็นมาก ควรเตรียมเสื้อกันหนาวไปให้พร้อมนะคะ และวางแผนการท่องเที่ยวดีๆ จะได้เที่ยวกันอย่างมีความสุขจ้าาาา

ถ้าชอบก็กดไลท์ ใช่ก็กดแชร์ หรือกดติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ : >>CheckInChill<< คอยติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับการที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก กับเช็คอินชิลล์กันด้วยนะคะ ขอบคุณค่า

9 สิ่งที่ต้องทำ! เมื่อไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ในเดือนกรกฎาคม

สภาพอากาศในเดือนกรกฎาคมของญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ยังคงมีฝนตกอยู่ แต่แถบเกาะทางใต้ของญี่ปุ่น จะไม่มีฝนแล้ว จึงเหมาะแก่การไปเที่ยวพักผ่อนแถวโอกินาว่า และเกาะคิวชู ในส่วนของโตเกียว โอซาก้า และเกียวโต ยังคงมีฝนตกในช่วงต้นเดือน ส่วนในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เด็กๆ จะปิดเทอมฤดูร้อน และออกไปพักผ่อนกันแถวชายหาด หากใครไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงเดือนนี้ ทะเลทางตอนใต้ จึงถือเป็นจุดหมายที่ดีมากเลยล่ะ เบื่อทะเลไทย ไปทะเลญี่ปุ่นดีกว่า นอกจากนี้ ฤดูร้อนของญี่ปุ่น ก็จะมีเทศกาลดอกไม้ไฟ ซึ่งเป็นเทศกาลที่น่าจับตามองที่สุด อีกทั้งในเดือนนี้ ยังมีเทศกาล และมีอีเวนท์ที่น่าสนใจอีกหลายอย่างเลยล่ะ  มาวางแผน จัดแพลนเที่ยวญี่ปุ่น แบบครบรสกัน

 

☂ เทศกาลกิอง (ญี่ปุ่น: 祇園祭 อังกฤษ: Gion Matsuri)

วันจัดงาน : วันที่ 1 – 29 กรกฎาคม 2019
สถานที่ : ศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) และถนนชิโจ (Shijo)
, จังหวัดเกียวโต

อีกหนึ่งเทศกาลที่โดดเด่นของเกียวโต เทศกาลกิอง ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม จัดโดยศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) ในอดีตเกียวโตเคยเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ มีผู้คนล้มตายจำนวนมาก ชาวเกียวโตไม่มีที่พึ่งทางจิตใจ ทางศาลเจ้าจึงจัดขบวนแห่บูชาเทพเจ้า เพื่อปัดเป่า และเรียกขวัญกำลังใจให้กับชาวเมือง ขบวนจะแห่ไปตามถนนในเกียวโต และนำสิ่งที่ไม่ดีทิ้งลงไปในแม่น้ำ ความเชื่อนี้มีมายาวนานกว่า 1,000 ปี โดยงานจะขึ้นทุกปีจากรุ่นสู่รุ่น มาจนถึงปัจุบัน

ภายในงานมีการเฉลิมฉลอง ปิดถนน มีขบวนรถลากประดับ มีร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ วางขาย วัยรุ่นมักใส่ชุดยูกาตะออกมาเดินเล่น ทำให้ได้ฟีลลิ่งความเป็นญี่ปุ่นที่แท้ทรู ซึ่งขบวนแห่รถลาก Yamaboko Junkō จะจัดขึ้นในวันที่ 17 กรกฎาคม และ 24 กรกฎาคม เป็นไฮไลท์ของงาน ขบวนแห่รถลากตกแต่งตระการตามากกว่า 30 ขบวน เรียกว่า โบโกะ และ ยามะ ผู้คนจะเดินแห่ไปรอบเมือง เด็กและผู้ใหญ่จะขึ้นไปบน Yamaboko มีการเล่นดนตรีสำหรับงานเทศกาล เป่าขลุ่ย ตีฆ้อง เพื่อสร้างบรรยากาศให้กับงาน

สามคืนก่อนมีการแห่ขบวนยามะโบโกะ จะมีงานออกร้านต่างๆ ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ยามะโบโกะก็ถูกจัดแสดงบนถนน สตรีทปาร์ตี้นี้ถูกเรียกว่า โยอิยามะ หญิงสาวสวมชุดยูกาตะออกมาเดินเล่น ใส่รองเท้าเกี๊ยะ ถือพัด ถือได้ว่าเป็นเทศกาลส่งท้ายหน้าร้อนที่เกียวโต ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว


☂ เทศกาลดอกผักบุ้ง (ญี่ปุ่น: 入谷朝顔まつり อังกฤษ: Morning Glory Festival)

วันจัดงาน : วันที่ 5 – 7 กรกฎาคม 2019
สถานที่ : วัดชินเจนจิ (Shingenji Temple)
, กรุงโตเกียว

เทศกาลที่จะพาคุณย้อนยุคสู่ยุคเอโดะ สัมผัสประสบการฤดูร้อนย้อนอดีต ความสวยงามยามเช้าที่ทำให้ชาวโตเกียวมีความสุข กับเทศกาลดอกผักบุ้ง บริเวณถนนโกโตโตะอิ และวัดชินเจนจิ เรียงรายไปด้วยแผงขายของกว่า 60 ร้านค้า ซึ่งเป็นแผงขายดอกผักบุ้งของผู้เชี่ยวชาญและแผงอื่นๆ อีก 90 กว่าร้าน งานนี้สามารถดึงดูดผู้คนได้มากกว่า 400,000 คน

ดอกผักบุ้ง เป็นดอกไม้ที่มีชื่อเสียง และได้รับการกล่าวขาน ไปจนถึงปลายสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603-1867) ดอกไม้ได้ถูกในบริเวณโอกาชิมาจิ (Okachimachi) ในโตเกียว แต่เมื่อสมันเอโดะจบลง สวนได้ถูกจัดขึ้นในวัดแห่งนี้ มาในช่วงยุคกลางเมจิ (ค.ศ. 1868-1912) สายพันธุ์ที่ปลูกในวัด มีเสน่ห์ดึงดูด กลายเป็นพืชประดับที่ได้รับความนิยม ในยุครุ่งเรืองของดอกผักบุ้งนี้ ทำให้ผู้ที่ปลูกดอกผักบุ้งในวัด ได้สร้างดอกผักบุ้งมากกว่า 1,000 สายพันธุ์ ผ่านการผสมเกสร ในยุคไทโช (ค.ศ. 1912-1926) ดอกไม้หายไป แต่หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวบ้านและสมาคมการท่องเที่ยวชิตายะ ได้ฟื้นฟู และจัดงานเทศกาลตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน


☂ การแข่งขันซูโม่ นาโกย่า (ญี่ปุ่น: 入谷朝顔まつり อังกฤษ: July Nagoya Sumo Tournament 2019)

วันจัดงาน : วันที่ 7 – 21 กรกฎาคม 2019
สถานที่ : โรงยิมอเนกประสงค์จังหวัดไอจิ (Aichi Prefectural Gymnasium)
, เมืองนาโกย่า,จังหวัดไอจิ

การแข่งขันซูโม่ ในเมืองนาโกย่า เป็นการแข่งขันซูโม่รอบที่ 4 ประจำปี 2019 ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งจัดแข่งตั้งแต่ช่วงเช้าถึงช่วงบ่าย มาถึงคิวของเมืองนาโกย่า ซึ่งต่อจากกรุงโตเกียว โดยการแข่งขันซูโม่จัดขึ้นในเดือนที่เป็นเลขคี่ สถานที่จัดจะเวียนไปเรื่อยๆ ทั้งโตเกียว โอซาก้า นาโกย่า ฟุกุโอกะ ฯลฯ ใครที่อยากเห็นการแข่งขันซูโม่ของจริง แนะนำให้ซื้อตั๋วเข้าไปชมการแข่งขัน ได้อารมณ์ความเป็นญี่ปุ่นเข้าไปเต็มๆ อีกทั้งด้านในยังมีข้าวกล่องเบนโตะ ไก่ปิ้ง และสามารถนั่งจิบเหล้าสาเก ชมการแข่งขันไปด้วยแบบฟินๆ เรียกว่า เข้าถึงการดูการแข่งขันซูโม่อย่างแท้จริง มีความสุข ตื่นเต้น ไปกับการชม และรับประทานอาหาร สุโค่ยยยย

นักท่องเที่ยวสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ โดยราคาแตกต่างกันไปตามแต่ประเภทที่นั่ง ซื้อได้ในเว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) >>sumo<< จิ้มได้เลยค่ะ หรือจะซื้อตามบริษัททัวร์ต่างๆ ก็ได้ มีหลากหลายราคา ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แบ่งเป็นเซ็ต จะมาเดี่ยวหรือมากลุ่ม เลือกได้หลากหลายมากๆ แต่ละเซ็ตก็จะมี ตั้งแต่ราคา 200 เยน ไปจนถึง 37,200 เยน ไปเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที ไม่ควรพลาดชมกีฬาเอกลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น


☂ เทศกาลดอกไม้ไฟ คามะกุระ (ญี่ปุ่น: 入谷朝顔まつり อังกฤษ: Kamakura Fireworks Festival 2019)

วันจัดงาน : วันที่ 10 กรกฎาคม 2019
สถานที่ : บริเวณหาดยูอิงาฮามะ (Yuigahama Beach) เมืองคามะกุระ
, จังหวัดคะนางาวะ

เมืองเล็กๆ ในจังหวัดคะนางาวะ ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางปะวัติศาสตร์ ทั้งวัดและศาลเจ้า หากคุณเบื่อเทศกาลดอกไม้ไฟในเมืองที่มีคนพลุกพล่าน เราขอแนะนำเทศกาลดอกไม้ไฟคามะกุระ ที่จัดขึ้นบริเวณชายหาดยูอิงาฮามะ ชายหาดที่มีระยะทางเพียง 3.2 กิโลเมตร เราสามารถนั่งพักผ่อนริมชายหาดชมดอกไม้ไฟ วิวทะเล สวยงามตระการตากับดอกไม้ไฟถึง 2,500 นัด ด้วยดอกไม้ไฟชนิดพิเศษ ที่สามารถระเบิดใต้น้ำได้ แสงไฟสวยๆ ยามค่ำคืน ในย่านที่คนไม่พลุกพล่านนัก ในบรรยากาศสบายๆ ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลิน และฟินสุดๆ ยิ่งมากับแฟน คนรัก หรือคนในครอบ คงจะมีความสุขมากๆ เลยล่ะ ถือเป็นประสบการณ์ที่พิเศษเลยนะ งานจะจัดในช่วงเวลา 19.20 – 20.10 น. (เวลาท้องถิ่นในญี่ปุ่น) หากใครไปเที่ยวแถวจังหวัดคะนางาวะ อย่าลืมแวะไปชมนะ


☂ เทศกาลชาวมหาสมุทร (ญี่ปุ่น: 入谷朝顔まつり อังกฤษ: Ocean Peoples 2019)

วันจัดงาน : วันที่ 12 – 13 กรกฎาคม 2019
สถานที่ : สวนสาธารณะโยโยงิ (Yoyogi Park)
 ย่านชิบูย่า, กรุงโตเกียว

เทศกาลสำหรับผู้ที่รักทะเล ผู้ที่มีความสุขไปกับท้องทะเล ท้องทะเลนั้นมีวัฒนธรรมเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงอาหาร ดนตรี กีฬา การท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อม หากใครที่คิดถึงทะเล ต้องมางานนี้ เพราะมีกิจกรรมมากมายให้คุรได้ร่วมสนุก ทั้งอาหารทะเล เทศกาลอาหารทะเลริมชายหาดขนาดใหญ่, พื้นที่ตลาดชายหาด พบกับสินค้าแฟชั่นชายหาด และอุปกรณ์ต่างๆ ผลงานของศิลปินยอดนิยม ทั้งในและต่างประเทศ, การแสดงสดของศิลปิน ฟังเพลงสบายๆ ที่เข้ากับช่วงฤดูร้อน และกิจกรรมชายหาด อาทิเช่น การโต้คลื่น, ดำน้ำลึก เป็นต้น งานเริ่มตั้งแต่เวลา 11.00 – 20.00 น. ทั้งสองวัน


☂ เทศกาลดอกไม้ไฟ โยโกฮาม่า (ญี่ปุ่น: 入谷朝顔まつり อังกฤษ: Yokohama Sparkling Twilight 2019)

วันจัดงาน : วันที่ 13 – 14 กรกฎาคม 2019
สถานที่ : สวนยามาชิตะ (Yamashita Park) และย่านไชน่าทาวน์, 
เมืองโยโกฮาม่า, จังหวัดคานางาวะ

สำหรับเทศกาลดอกไม้ไฟในช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่นนั้น เทศกาลดอกไม้ไฟประจำปีของเมืองโยโกฮาม่า เมืองท่าระดับโลกที่ถือเป็นงานที่น่าจับตามองที่สุด มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย ภายในงาน คือ Sparkling Parade พาเหรดมิโกะชิ (ศาลเจ้าเคลื่อนที่) ของศาลเจ้าต่างๆ ทั่วเมืองโยโกฮาม่า, การสาธิตการกู้ภัยทางทะเล, ขบวนพาเหรดเรือ (ออกจากฝั่งสวนสาธารณะยามาชิตะ), เรือประดับไฟ, คอนเสิร์ตและการแสดงบนเวที และร้านอาหารริมทะเล รวมถึงบาร์ จากร้านอาหารและเครื่องดื่มจากร้านอาหารเก่าแก่ที่โด่งดังในโยโกฮาม่า ไฮไลท์สำคัญ คือ ดอกไม้ไฟ 3,000 นัด ที่สว่างไสวขึ้นบนท้องฟ้า นั่งชมความสวยงามของพลุ จิบเบียร์เย็นๆ ฟินนนน สำหรับช่วงเวลาการเริ่มงาน เริ่มในเวลา 13.00 น. จนถึง 20.15 น. ส่วนร้านอาหารและบาร์ เปิดตั้งแต่ 11.30 – 20.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นในญี่ปุ่น)


☂ เทศกาลโคมไฟโอไดบะ 2019 (ญี่ปุ่น: 海の灯まつり อังกฤษ: Odaiba Lantern Festival 2019)

วันจัดงาน : วันที่ 13 – 15 กรกฎาคม 2019
สถานที่ : สวนริมทะเลโอไดบะ (Odaiba Seaside Park) แขวงมินาโตะ
, กรุงโตเกียว

เทศกาลโคมไฟโอไดบะ เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นโดยสวนริมทะเลโอไดบะและพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล เพื่อเฉลิมฉลองความสำคัญของมหาสมุทร เนื่องในวันแห่งทะเล จัดขึ้นทุกวันจันทร์ที่สามของเดือนกรกฎาคม งานโคมไฟประจำปี ที่มีโคมไฟหลากสีนับพันจุดวางเรียงกันเต็มชายหาด นอกจากโคมไฟที่เป็นไฮไลท์ของงานแล้ว ยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำ อาทิเช่น นั่งชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ฟังเพลงที่คาเฟ่ริมชายหาด ที่คุณสามารถเพลิดเพลินไปทิวทัศน์ที่สวยงาม เคลอไปกับดนตรีเบาๆ พร้อมจิบเครื่องดื่มเย็นๆ นั่งกินอาหารทะเล เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถชมความสวยงามของสะพานสายรุ้ง แสงไฟจากตึกสูงระฟ้า ในโตเกียว ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด เดินเล่นแบบชิลล์ๆ ชมโคมไฟสวยๆ ในตอนกลางคืน ฟินนน


☂ เทศกาลประจำปีย่านชิมบาชิ 2019 (ญี่ปุ่น: 新橋こいち祭 อังกฤษ: Shimbashi Koichi Festival 2019)

วันจัดงาน : วันที่ 25 – 26 กรกฎาคม 2019
สถานที่ : จัตุรัสสถานีชิมบาชิ ทางออกฝั่งตะวันตก หรือ จัตุรัส (หัวรถจักรไอน้ำ) SL [SL (Steam Locomotive) Square] แขวงมินาโตะ
, กรุงโตเกียว

เทศกาลประจำปีของย่านชิมบาชิ ในปี 2019 นี้ เป็นครั้งที่ 24 เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม โดยสมาคมผู้อยู่อาศัยและอาสาสมัคร จัดเทศกาล 2 วัน ที่รวมการเต้นรำ ตีกลอง กิน และดื่ม บริเวณจัตุรัสสถานีชิมบาชิ หรือที่เรียกว่า จัตุรัสหัวรถจักรไอน้ำ ที่มีหัสรถจักรจัดแสดง เป็นจุดเริ่มต้นของสถานนีรถไฟสายแรกของญี่ปุ่น

ภายในงานมีการประกวดชุดยูกาตะ เป็นยูกาตะฤดูร้อน ที่สามารถประกวดได้ทุกคน โดยไม่คำนึงถึงเพศและอายุ ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล 1 แสนเยน และตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ฮาวาย 4 วัน 6 คืน จำนวน 2 ที่นั่ง สำหรับการประกวดชุดยุกาตะ จะเริ่มเวลา 18.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นในญี่ปุ่น) สามารถชมความสวยงามของสาวญี่ปุ่นได้จากการประกวดนี้ ส่วนกิจกรรอื่นๆ ก็จะมีเวทีสำหรับเต้นรำ Bon Odori การเต้นรำพื้นบ้านสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อให้เกียรติแก่วิญญาณบรรพบุรุษ (การเต้นรำจะแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค) รอบๆ มีการตีกลองไทโกะ ผู้คนจะขึ้นมาเต้นรำบนเวที สนุกสนานไปกับดนตรี อิ่มท้องไปกับแผงขายอาหาร และเครื่องดื่มมากมาย


☂ เทศกาลลอยโคมชิโยดะ (ญี่ปุ่น: 千代田区 納涼の夕べ อังกฤษ: Chiyoda Lantern-Floating)

วันจัดงาน : วันที่ 26 กรกฎาคม 2019
สถานที่ : คูเมืองชิโดริงะฟูจิ (Chidorigafuchi) บริเวณสวนคิตาโนมารุ (Kitanomaru Park) แขวงชิโยดะ
, กรุงโตเกียว

เทศกาลลอยโคมชิโยดะ ที่คูเมืองชิโดริงะฟูจิของสวนคิตาโนมารุ ที่มีฉากหลังเป็นปราสาทอิมพีเรียลอันสวยงาม โคมลอยน้ำจำนวน 600 กว่าโคม ส่องแสงสว่าง ในตอนกลางคืน มีโคมจำหน่าย เราสามารถซื้อและเขียนคำอธิฐานลงไป จุดไฟ แล้วนำไปลอยน้ำ คุณสามารถชมโคมลอยยน้ำได้บนบกและในน้ำ โดยการพายเรือท่ามกลางโคมไฟที่ลอยน้ำอยู่ สำหรับเรือพายขนาดเล็ก ราคา 2,000 เยน/คน ไม่รวมค่าเรือ 500 เยน โดยราคานี้ รวมโคมไฟและค่าประกันแล้ว สมมติพาย 2 คน ต้องจ่าย 4,500 เยน ได้เรือ 1 ลำ โดยเรือ 1 ลำ จุได้ไม่เกิน 3 คน (รวมเด็กเล็ก) แถมเรือยังมีจำนวนจำกัด ต้องจองล่วงบนเว็บไซต์ visit-chiyoda พายเรือ พร้อมกับชมความสวยงามของโคมลอยน้ำ ถ่ายรูปเก๋ๆ ลงโซเชียลกันจ่ะ งานเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นในญี่ปุ่น) เป็นต้นไป


เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับกิจกรรมต่างๆ ในเดือนกรกฎาคม ดูน่าสนุก น่าตื่นเต้นกันบ้างไหม หากใครไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงเดือนกรกฎาคม ลองวางแพลนให้ตรงกับกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะได้สัมผัส เรียนรู้วิถีชีวิตของบ้านเค้า เราจะได้พูดอย่างเต็มว่า เราไปถึงญี่ปุ่นจริงๆ ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่พอได้ไปครั้งนึงแล้ว เราจะอยากไปเรื่อยๆ แบบว่าไม่มีเบื่อจริงๆ ทั้งบ้านเมือง วัฒนธรรม ผู้คน คุณภาพชีวิต ดีไปหมดทุกอย่างเลยเนอะ

ถ้าชอบก็กดไลท์ ใช่ก็กดแชร์ หรือกดติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ : >>CheckInChill<< คอยติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับการที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก กับเช็คอินชิลล์กันด้วยนะคะ ขอบคุณค่า

9 สิ่งที่ต้องทำ! เมื่อไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ในเดือนพฤษภาคม

สำหรับประเทศญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคมนั้น เป็นช่วงที่อากาศอบอุ่นแบบสบายๆ อากาศดีมากๆ และเป็นเดือนสุดท้ายของฤดูใบไม้ผลิที่สวยงาม ก่อนจะเข้าฤดูฝน ในเดือนนี้ต้นไม้เริ่มผลิใบสีเขียว แต่ก็ยังมีบางพื้นที่ที่มีดอกไม้ผลิดอกสวยงาม การท่องเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงเดือนนี้ จะเต็มไปด้วยเทศกาลต่างๆ ทั่วประเทศ และมีกิจกรรมให้เข้าร่วมมากมายตลอดเดือนพฤษภาคม แค่นึกก็น่าสนุกแล้วเนอะ โดยสามารถเช็คกิจกรรมต่างๆ ของเดือนพฤษภาคมได้ด้านล่างเลยค่า เช็คอินชิลล์อยากให้คุณเที่ยวแบบสบายใจ สบายอารมณ์ และที่สำคัญคือ ต้องแพลนไว้ก่อนเสมอ กันพลาด จะได้เที่ยวกันแบบหายห่วงจ้าาา

 

✝ การฟ้อนรำฤดูใบไม้ผลิ (ญี่ปุ่น: 鴨川をどり อังกฤษ: Kamogawa Odori)

วันจัดงาน : วันที่ 1 – 24 พฤษภาคม 2019
สถานที่ : โรงละครพอนโตโชะ คาบุเรนโจ (Pontocho Kaburenjō Theatre) ถนนชิโจ เขตพอนโตโชะ (Pontocho), ย่านฮานามะชิ (Hanamashi
), เมืองเกียวโต (Kyoto)

การแสดงของเกอิโกะและไมโกะ

การฟ้อนรำในฤดูใบไม้ผลิประจำปีของเขตพอนโตโชะ ในเกียวโต โดยเกอิโกะ (เกอิชา) และไมโกะ (เกอิชาฝึกหัด) โดยจะฟ้อนรำแบบพื้นเมืองในช่วงซากุระบาน สำหรับการฟ้อนรำที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ การฟ้อนรำมิยะโกะ โอโดริ “ฟ้อนรำซากุระ” และ “ฟ้อนรำเมืองหลวงเก่า” การฟ้อนมีความอ่อนช้อยสวยงาม ผู้ชมจากทั่วประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลกต่างมาเที่ยวชมงานนี้ เกอิชาในย่านกิองอยากให้เรียกพวกเธอว่า เกอิโกะ ซึ่งหมายถึงสตรีผู้มีความสามารถในการฟ้อนรำและดนตรี ในอดีตมีทั้งการเต้นรำฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง แต่ในปัจจุบันมีเพียงแค่ในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นแสดงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น เป็นส่วนหนึ่งของการพยายามฟื้นเศรษฐกิจของเมือง หลังจากเมืองหลวงของญี่ปุ่น ย้ายไปอยู่กรุงโตเกียว ในปี 1868 การแสดงนี้จัดขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ เป็นประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การชมยิ่งนัก

การแสดงของเกอิโกะและไมโกะ

การแสดงจัดขึ้นทั้งหมด 24 วัน ในแต่ละวันมีการแสดงวันละ 3 รอบ คือ เวลา 12.30 น., 14.20 น. และ 16.10 น. (เวลาญี่ปุ่น) การแสดง 1 รอบ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที สำหรับตั๋วการแสดงมี 3 ประเภท คือ

  • ราคา 4,800 เยน – ที่นั่งพิเศษพร้อมพิธีชงชาแบบเกียวโตสไตล์
  • ราคา 4,200 เยน – ที่นั่งพิเศษ
  • ราคา 2,300 เยน – ที่นั่งธรรมดา

***สามารถซื้อตั๋วชาเพิ่มได้ ในราคา 700 เยน
ซื้อตั๋วได้ที่เว็บไซต์หลัก จิ้ม >>kamogawa-odori<<.


✝ เทศกาลแข่งว่าว (ญี่ปุ่น: 浜松まつり อังกฤษ: Hamamatsu Kite Festival)

วันจัดงาน : วันที่ 3 – 5 พฤษภาคม 2019
สถานที่ : เนินทรายนากาทะจิมะ (Nakatajima Sand Dunes), เมืองฮามะมัทสึ (Hamamatsu), จังหวัดชิซุโอกะ (Shizuoka)

การแข่งขันว่าว

เทศกาลแข่งว่าว ในเมืองฮามะมัทสึ เป็นที่รู้จักกันว่า เป็นการแข่งว่าวมากมายตลอดทั้งวัน และเป็นสนามแข่งว่าวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เทศกาลนี้เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1558 เพื่อเฉลิมฉลองการประสูติลูกชายของจักรพรรดิแห่งปราสาทฮามะมัทสึ จักรพรรดิและที่ปรึกษาคนสนิท ได้ชักว่าวที่เขียนชื่อลูกชายเอาไว้ในยุคเอโดะ ไม่เพียงแต่ในฮามะมัทสึเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงประเทศญี่ปุ่น ทำให้กลายเป็นวันเล่นว่าวที่มีชื่อเสียงในวันเด็กผู้ชาย (วันที่ 5 พฤษภาคม) เป็นวันที่เฉลิมฉลองการเติบโตที่ดีของเด็กและอนาคตที่สดใสของพวกเขา

ขบวนแห่ตอนกลางคืน

การแข่งว่าว จะมีขึ้นที่เนินทรายนากาทะจิมะ ซึ่งเป็นเนินทราย 1 ใน 3 ของเนินทรายที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เนินนี้สามารถมองเห็นทะเลเอ็นชู-นาดะ (Enshu-nada) จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับเล่นว่าว เพราะ,uลมจากทะเล ว่าวแต่ละตัวจะมีชื่อของเด็กๆ เขียนอยู่ และเครื่องหมายของแต่ละเมือง ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะต้องพยายามต่อสู้ และต้องทำให้พันกัน หนา 5 มิลลิเมตร และสามารถตัดสายของฝ่ายตรงข้ามได้โดยแรงเสียดทาน คนญี่ปุ่นเชื่อว่า ยิ่งว่าวบินขึ้นสูงเท่าไร สุขภาพของเด็กๆ จะเติบโตขึ้นอย่างดี โดยเทศกาลนี้ จัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ในเวลากลางวัน ส่วนเวลากลางคืน จะมีขบวนแห่สวยงามในเมือง เป็นปะติมากรรมประดับไฟงดงาม หญิงสาวจะเล่นดนตรีโบราณของญี่ปุ่น เช่น กลอง, ขลุ่ย และระฆัง คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับขบวนแห่และดนตรีได้จากด้านข้างของถนน


✝ เทศกาลวันเด็กผู้ชาย (ญี่ปุ่น: こどもの日 อังกฤษ: Kodomo no Hi)

วันจัดงาน : วันที่ 5 พฤษภาคม 2019
สถานที่ : ทั่วประเทศญี่ปุ่น

ธงปลาคาร์พหลากสีสวยงาม

วันเด็กผู้ชาย อยู่ในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ของชาวญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ 5 เดือน 5 (พฤษภาคม) เป็นวันเฉลิมฉลองในช่วง Golden Week (โกลเด้นวีค) คือ สัปดาห์วันหยุดยาวประจำปีของประเทศญี่ปุ่น เป็นวันที่ควรเคารพบุคลิคภาพของเด็กๆ และเฉลิมฉลองให้กับความสุขของพวกเขา ให้พวกเขาเติบโตเป็นอย่างดี มีอนาคตสดใส เป็นวันหยุดราชการของรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งมีการฉลองมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ก่อนเป็นวันที่มีชื่อว่า Tango no Sekku และเด็กผู้ชายจะเป็นที่ยอมรับของบิดา ในปัจจุบัน เปลี่ยนไปแล้ว มันรวมถึงทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง แต่ทว่าวันที่ 5 นี้ กลายเป็นที่รู้จักในนามของวันเด็กผู้ชาย ในขณะที่วันเด็กผู้หญิง เป็นวันที่ 3 มีนาคม รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศให้เป็นวันหยุดประจำชาติเพื่อเฉลิมฉลองความสุขให้กับเด็กๆ และแสดงความกตัญญูต่อมารดา เลยเปลี่ยนชื่อเป็น Kodomo no Hi 

งานเฉลิมฉลองวันเด็กผู้ชายที่สวนอะคุตากะวะซากุระซุสึมิ เมืองทากะสึกิ จังหวัดโอซาก้า

ในวันนี้ ครอบครัวจะยกธงรูปปลาคาร์พขึ้นเสาภายในบ้าน ในตำนานจีน ปลาคาร์พที่ว่ายน้ำที่ต้นน้ำจะกลายเป็นมังกร เวลาลมพัดธง จะดูเหมือนปลาคาร์พกำลังว่ายน้ำ โดยธงจะเรียงลำดับดังนี้ ปลาคาร์พสีดำ (Magoi) อยู่ด้านบนสุด หมายถึง พ่อ , ปลาคาร์พสีแดง (Higoi) หมายถึง แม่ และปลาคาร์พตัวถัดมา หมายถึง ลูก โดยมีปลาคาร์พเพิ่มเติมสำหรับเด็กที่เกิดทีหลัง ส่วนสีและตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และอายุ ธงโบกปลิวสไว โต้ลมสวยงาม เหมือนปลาคาร์พแหวกว่ายอยู่บนท้องฟ้า ตามเมืองต่างๆ จะมีการจัดงานเพื่อเฉลิมฉลอง ในที่สาธารณะ จะมีธงปลาคาร์พสีสันสวยงามแหวกว่ายสวยงามมากๆ

งานเฉลิมฉลองวันเด็กผู้ชายที่สวนอะคุตากะวะซากุระซุสึมิ เมืองทากะสึกิ จังหวัดโอซาก้า

อีกทั้งยังมีตุ๊กตา คินทาโร่ (Kintarō) เป็นตุ๊กตาที่สวมชุดเกราะซามูไรโชว์อยู่ในบ้าน และครอบครัวก็สนุกสนานไปกับขนมพิเศษสำหรับวันเด็ก คือ เค้กจข้าวโมจิห่อด้วยใบโอ๊ก และขนมชิมากิ (คล้ายบ๊ะจ่าง เป็นแป้งเหนียห่อด้วยใบไผ่)


✝ เทศกาลคันดะ มัตสึริ (ญี่ปุ่น: 神田祭 อังกฤษ: Kanda Matsuri)

วันจัดงาน : วันที่ 12 – 13 พฤษภาคม 2019
สถานที่ : ศาลเจ้าคันดะ (Kanda Shrine) กรุงโตเกียว, ประเทศญี่ปุ่น

อีกหนึ่งเทศกาลชินโตที่ยิ่งใหญ่ของโตเกียว เทศกาลนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของโทกุงาวะ อิเอยาซุ ในการต่อสู้ที่เซกิงาฮาระ ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างซามูไรครั้งยิ่งใหญ่ครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ในสมรภูมิ อิเอยาซุได้เกลี้ยกล่อมให้ขุนพลฝ่ายทัพตะวันตก ทรยศเปลี่ยนฝ่ายมาเข้ากับฝ่ายตะวันออก ทำให้ทัพฝ่ายตะวันตกพ่ายแพ้ ปัจจุบัน จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่คามิของศาลเจ้าคันดะ โดยเทศกาลจะจัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ใกล้กับวันที่ 15 พฤษภาคม ในปีที่เป็นเลขคี่ สลับกับเทศกาลซันโนะ มัตสึริ ที่จัดในปีที่เป็นเลขคู่ มีการแห่ขบวนพาเหรดที่โดดเด่น มีมิโกชิ (ศาลเจ้าเคลื่อนที่) ที่มีคนแบกมากกว่า 200 คน เพราะมิโกชิหนักถึง 1,000 กิโลกรัม มีนักดนตรี นักเต้น และผู้เข้าร่วมขบวนมากมาย


✝ การแข่งขันซูโม่ ฤดูร้อน (ญี่ปุ่น: 大相撲三月場所 อังกฤษ: Tokyo Grand Sumo Tournament)

วันจัดงาน : วันที่ 12 – 26 พฤษภาคม 2019
สถานที่ : สนามกีฬาแห่งชาติเรียวโงะกุ (Ryōgoku Kokugikan) ย่านโยโกะเอมิ (Yokoami), กรุงโตเกียว

เปิดตัวนักกีฬาซูโม่

การแข่งขันซูโม่ ฤดูร้อน เป็นการแข่งขันซูโม่รอบที่ 3 ประจำปี 2019 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งจัดแข่งตั้งแต่ช่วงเช้าถึงช่วงบ่าย มาถึงคิวของเมืองหลวงอย่างกรุงโตเกียวแล้ว โดยการแข่งขันซูโม่จัดขึ้นในเดือนที่เป็นเลขคี่ สถานที่จัดจะเวียนไปเรื่อยๆ ทั้งโตเกียว โอซาก้า นาโกย่า ฯลฯ ใครที่อยากเห็นการแข่งขันซูโม่ของจริง แนะนำให้ซื้อตั๋วเข้าไปชมการแข่งขัน ได้อารมณ์ความเป็นญี่ปุ่นเข้าไปเต็มๆ อีกทั้งด้านในยังมีข้าวกล่องเบนโตะ ไก่ปิ้ง และสามารถนั่งจิบเหล้าสาเก ชมการแข่งขันไปด้วยแบบฟินๆ เรียกว่า เข้าถึงการดูการแข่งขันซูโม่อย่างแท้จริง มีความสุข ตื่นเต้น ไปกับการชม และรับประทานอาหาร สุโค่ยยยยย

บรรยากาศภายในสนาม

บรรยากาศภายในสนาม

นักท่องเที่ยวสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ โดยราคาแตกต่างกันไปตามแต่ประเภทที่นั่ง ซื้อได้ในเว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) >>sumo<< จิ้มได้เลยค่ะ หรือจะซื้อตามบริษัททัวร์ต่างๆ ก็ได้ มีหลากหลายราคา ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แบ่งเป็นเซ็ต จะมาเดี่ยวหรือมากลุ่ม เลือกได้หลากหลายมากๆ แต่ละเซ็ตก็จะมี ตั้งแต่ราคา 200 เยน ไปจนถึง 37,200 เยน ไปเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที ไม่ควรพลาดชมกีฬาเอกลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น


✝ เทศกาลอาโออิ (ญี่ปุ่น: 葵祭 อังกฤษ: Aoi Matsuri)

วันจัดงาน : วันที่ 15 พฤษภาคม 2019
สถานที่ : ขบวนแห่เริ่มจากพระราชวังอิมพิเรียลเกียวโต (Kyoto Imperial Palace) ไปยังศาลเจ้าชิโมะคาโมะ (Shimogamo Shrine) แล้วไปที่ศาลเจ้าคามิคาโมะ (Kamigamo Shrine) เมืองเกียวโต

ขบวนแห่ของเทศกาลคาโมะ

เทศกาลคาโมะ เป็นชื่ออย่างเป็นทางการของเทศกาลอาโอะอิ จัดขึ้นในวันที่ 15 พฤษภาคม เป็นเทศกาลของ 2 ศาลเจ้าคาโมะ คือ ศาลเจ้าชิโมะคาโมะ (Shimogamo Shrine) และศาลเจ้าคามิคาโมะ (Kamigamo Shrine) ศาลเจ้าทางตอนเหนือของเมืองเกียวโต เกิดในช่วงกลางศตวรรษที่ 6 เกิดปัญหาความอดอยาก จักรพรรดิคิเมะอิขอให้โหรชี้ทางแก้ปัญหา โหรบอกว่า ความอดอยากเกิดขึ้นเพราะพระเจ้าพิโรธ จักรพรรดิจึงสั่งให้จัดงานเทศกาลเลี้ยงฉลองเพื่อลดความโกรธของพระเจ้า โดยปัจจุบัน เป็นขบวนแห่ที่สวยงาม ผู้ร่วมขบวนแต่งกายในชุดโบราณสมัยเฮอัน ไฮไลท์สำคัญ คือ รถลาก โกโฉะ คุรุมะ และเกวียนวัว ซึ่งเคยใช้เมื่อ 1,000 ปีก่อน ในขบวนแห่จะต้องประดับด้วยใบฮอลลีฮอค มีนักดนตรีและนักเต้นรำ อีกทั้งยังมีจุดเด่นที่ Kamo no matsuri คาโมะ โนะ มัทซึริ คือ ม้าแข่ง/ม้าเร็ว และการสาธิตการยิงธนู ขณะขี่ม้า

รถลาก ‘โกโฉะ คุรุมะ’


✝ เทศกาลเบียร์อุเอะโดะ ฤดูใบไม้ผลิ (ญี่ปุ่น: 大江戸ビール祭り อังกฤษ: Spring Oedo Beer Festival)

วันจัดงาน : วันที่ 17 – 21 พฤษภาคม 2019
****วันธรรมดา งานเริ่มเวลา 15.00-21.00 น.
        วันเสาร์ และอาทิตย์ งานเริ่มเวลา 11.00-21.00 น.****
สถานที่ : จัตุรัสย่านความบันเทิง (Cinecity Square) หน้าโรงภาพยนตร์โตโฮ (TOHO Cinemas), ย่านคาบูกิโช (Kabukicho), แขวงชินจูกุ (Shinjuku), กรุงโตเกียว

Cinecity Square

เทศกาลเบียร์อุเอโดะ ประจำฤดูใบไม้ผลิ เป็นเทศกาลที่ทุกคนจะได้ดื่มเบียร์กันยามบ่าย ซึ่งมีคราฟต์เบียร์ให้ชิมมากกว่า 200 ชนิด ชิมกันแบบจุใจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอด 4 วัน จัดขึ้นที่ศูนย์กลางย่านคาบูกิโช มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และคนญี่ปุ่น สนใจเข้าร่วมงานกันอย่างมากมาย เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีอาหารอร่อยๆ จำหน่าย อาทิเช่น ไส้กรอกขาว ซี่โครงหมูย่าง มันฝรั่งอบ และขนมขบเคี้ยวต่างๆ กินแกล้มกับเบียร์ โดยอาหารจะเป็นอาหารที่เหมาะกับการทานคู่กับเบียร์ ให้คุณเอร็ดอร่อยแบบเพลินๆ ส่วนราคาเบียร์นั้น ขายเป็นแก้ว เบียร์ 1 แก้ว ราคาเริ่มต้นที่ 300 เยน (ประมาณ 80 บาท) ขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของแก้วด้วย ตอนกลางคืน ภายในงานจะมีการดนตรี บนเวทีส่วนกลาง สร้างบรรยากาศให้ผู้ร่วมงานได้เป็นอย่างดี

คราฟต์เบียร์ รสชาติต่างๆ มีให้เลือกมากมาย

คราฟต์เบียร์ จาก Outsider Brewing

เป็นงานที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

บรรยากาศภายในงาน


✝ เทศกาลซับโปโร ไลแลค (ญี่ปุ่น: さっぽろライラックまつり อังกฤษ: Sapporo Lilac Festival)

วันจัดงาน : วันที่ 15 – 26 พฤษภาคม 2019
สถานที่ : สวนสาธารณะโอโดริ (Odori Park) และสวนคาวาชิโมะ (Kawashimo Park), เมือง
ซัปโปโร (Sapporo), จังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido)

เทศกาลซัปโปโร ไลแลค ที่สวนสาธารณะโอโดริ

เทศกาลซัปโปโร ไลแลค เป็นงานเทศกาลที่บ่งบอกถึงการมาถึงของช่วงต้นฤดูร้อนของซัปโปโร ที่ทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับการเดินเล่นนอกบ้าน กินดื่ม หลังจากผ่านพ้นฤดูหนาวอันแสนยาวนาน ในสวนโอโดริ มีต้นไลแลคถึง 400 ต้น ที่ผลิดอกสีม่วงสวยงามไปทั้งสวน มีการมอบต้นกล้าไลแลคเป็นของขวัญ การบรรเลงเพลงในสวน พิธีชงชากลางแจ้ง และกิจกรรมแสตมป์แรลลี่ อีกทั้งยังมีไวน์การ์เด้น ให้คุณสามารถชิมไวน์ และอาหารที่มีวัตถุดิบจากฮอกไกโด แสนอร่อย ส่วนสวนคาวาชิโมะ มีป่าไลแลคที่บานสะพรั่งเต็มสวน สวยงามและมีกลิ่นหอม แถมมีกิจกรรมไลแลค-ไกด์ทัวร์, ไลแลค-ควิสแรลลี่ และคอนเสิร์ตในสวนสาธารณะคาวาชิโมะ

เทศกาลซัปโปโร ไลแลค ที่สวนสาธารณะโอโดริ

เทศกาลซัปโปโร ไลแลค ที่สวนสาธารณะโอโดริ

เทศกาลซัปโปโร ไลแลค ที่สวนคาวาชิโมะ

เทศกาลซัปโปโร ไลแลค ที่สวนคาวาชิโมะ


✝ เทศกาลชุนกิ เรไทไซ (ญี่ปุ่น: 春季例大祭 อังกฤษ: Shunki Reitaisai)

วันจัดงาน : วันที่ 17 – 18 พฤษภาคม 2019
สถานที่ : ศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine), เมืองนิกโก้ (Nikko), จังหวัดโทจิกิ (Tochigi)

ขบวนแห่ ชุนกิ เรไทไซ

เทศกาลชุนกิ เรไทไซ เป็นเทศกาลประจำปีสุดยิ่งใหญ่ จัดขึ้นที่ศาลเจ้าโทโชกุ เมืองนิกโก้ จังหวัดโทจิกิ โดยศาลเจ้าแห่งนี้ เป็นศาลเจ้าชินโตที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แด่โชกุน ‘โทกุกะวะ อิเอะยะซุ’ ในสมัยเอโดะ ซึ่งเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่ถูกรวมอยู่ในส่วนหนึ่งของอุทยานวัฒนธรรม “ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก” ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

ศาลเจ้าโทโชกุ

จุดเด่นของเทศกาลนี้ คือ “ขบวนนักรบซามูไร” ซึ่งคนญี่ปุ่นเรียกว่า ฮยาคุโมโนะ-โซโรเอะ เซนนิน เกียวเระสึ (Hyakumono-Zoroe Sennin Gyoretsu) โดยผู้ชายจำนวน 1,000 คน แต่งตัวเป็นนักรบซามูไร โดยขบวนจะเดินออกจากศาลเจ้าที่เรียกว่า โอตะบิโช ทางสะพานศักดิ์สิทธิ์ชินเคียว (สะพานแดง) ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของศาลเจ้าฟุตะระซัง (Futarasan-jinja) นำขบวนโดยโชกุนทั้งสามของตระกูลโทกุกะวะ รวมถึงโชกุน โทกุกะวะ อิเอะยะซุ ด้วย ตามมาด้วยศาลเจ้าเคลื่อนที่ นักบวชนั่งบนหลังม้า และนักรบซามูไร สวมเกราะเต็มรูปแบบ ซึ่งมีเสน่ห์น่าดึงดูด ดูขลัง โอ่อ่า และมีความสง่างามของนักรบซามูไร

นอกจากนี้ ยังมีดนตรีโบราณ และการแสดงการเต้นรำ จัดแสดงบนศาลเจ้าเคลื่อนที่ ที่ศาลเจ้าโทโชกุ

ศาลเจ้าเคลื่อนที่

นักบวชนั่งบนหลังม้า

ขบวนนักรบซามูไร

ขบวนแห่ ชุนกิ เรไทไซ


ประเทศญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคมนี้ เหล่าเจ้าพ่อเจ้าแม่แฟชั่นทั้งหลาย สามารถแต่งตัวแฟชั่นได้ตามสบายเลยจ้า แต่ไม่ค้องเอาโค้ท เอาเฟอร์ไปนะ ร้อนแย่ ควรสวมแค่เพียงแจ็คเก็ต หรือเสื้อแขนยาว เพื่อกันลมและแสงแดดก็พอ หรืออาจจะพกร่มไว้ก็ไม่เสียหาย ใครที่มีแพลนไปเที่ยวช่วงเดือนนี้ จะได้รับแสงแดดอุ่นๆ แบบสบายๆ อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 20 องศา ไม่หนาว ไม่ร้อน กำลังพอดี แต่ปลายเดือนอาจมีฝนเล็กน้อย ยังไงก็ศึกษาสภาพอากาศกันก่อนไปด้วยนะคะ จะได้เที่ยวกันแบบหายห่วง

 ถ้าชอบก็กดไลท์ ใช่ก็กดแชร์ หรือกดติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ : >>CheckInChill<< คอยติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับการที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก กับเช็คอินชิลล์กันด้วยนะคะ ขอบคุณค่า

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : 9 สิ่งที่ต้องทำ! เมื่อไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ในเดือนพฤษภาคม