15 ที่ท่องเที่ยวโอซาก้า 2023 แลนมาร์คที่ต้องแวะแชะรูป เช็คอิน

ญี่ปุ่นนั้นเป็นดินเเดนที่น่ามาท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะมีความสวยงามเเละน่าค้นหา ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมากมายที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว ยิ่งในภูมิภาคที่เรียกว่าคันไซเเล้ว มีหลายเมืองใหญ่ที่เป็นเป้าหมายของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมกัน เเละเมืองใหญ่ในภูมิภาคเเห่งนี้ที่เป็นเเม่เหล็กในการเข้ามาเที่ยวของนักท่องเที่ยวคงจะหนีไม่พ้นโอซาก้า เเละวันนี้ CheckInChill จะพาทุกคนไปเที่ยว 15 ที่ท่องเที่ยวโอซาก้า 2023 แลนด์มาร์คที่ต้องแวะแชะรูป เช็คอิน ที่ใครมาเที่ยวเเล้วจะต้องไม่พลาดถ่ายรูปอัพเดตลงโซเชี่ยลกันเลย


ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

ปราสาทโอซาก้า โดย ShutterStock

ปราสาทโอซาก้า นั้นตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองโอซาก้า นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโอซาก้าเลยก็ว่าได้ โดยปราสาทเเห่งนี้สร้างขึ้นมาในช่วงปลายของยุคเซนโกกุที่ว่ากันว่านองเลือดมากที่สุดในญี่ปุ่น โดย โทโยโทมิ ฮิเดะโยชิ เเต่ก็ถูกทำลายลงในเวลาต่อมา เเละหลังจากนั้นก็ถูกบูรณะเเละสร้างขึ้นใหม่โดยตระกูลโตกุกาว่าที่ครอบครองปราสาทเเห่งนี้มาโดยตลอดยุคเอโดะ โดยส่วนสำคัญของปราสาทที่สวยงามนั้นก็คือชูคาคุที่ประดับอย่างสวยงาม ก่อนที่ในปี ค.ศ.1931 จะมีการเรี่ยไรเงินของชาวเมืองโอซาก้ามาบูรณะขึ้นมาใหม่อย่างสวยงาม โดยจุดเด่นของมันอยู่ที่รูปปั้นปลาโลมาสีทองจำนวน 8 ตัวที่ประดับอยู่ เเละมีรูปเเกะสลักนูนต่ำเป็นรูปเสือที่เเคลบด้วยสีทอง สวยงามอย่างมาก โดยปราสาทเเห่งนี้นั้นมีจำนวน 8 ชั้น เเละเเบ่งออกเป็น 5 ส่วน ภายนอกภาพที่สะดุดตาอย่างมากของกำเเพงหินของปราสาทที่สูงกว่า 30 เมตร ปราสาทเเห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวันตั้งเเต่เวลา 9.00 น. จนถึง 17.00 น. โดยต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 600 เยน เเละน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการเข้าชมความสวยงามของปราสาท และแวะเที่ยวชมสวนสาธารณะปราสาทโอซาก้าซึ่งจัดอย่างสวยงามตามรูปแบบโบราณ โดยภายในรอบๆมีต้นซากุระ ท้อและบ๊วยอยู่บริเวณโดยรอบ เเถมยังเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมมาชมดอกซากุระบานในช่วงเดือนเมษายนอีกด้วย

สามารถซื้อได้ที่ห้องขายตั๋วหน้าปราสาท หรือซื้อออนไลน์ที่ https://www.asoview.com/channel/ticket/ENR9bcbN7E/ticket0000003204/

📍  ชื่อสถานที่ : ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)
🔎  เว็บไซต์ : osakacastle.net
⌚  เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 9.00 – 17.00
🌎  การเดินทาง
: นั่งรถไฟสาย Chuo Line หรือ Tanimachi Line ลงสถานี Tanimachiyonchome Station เดินต่อไปอีก 5 นาที จะเจอทางเข้า Otemon Gate เข้าทางหน้าปราสาท
🗺  Google Map : https://goo.gl/maps/TFfKeeMWp67iDxQE9


ย่านโดทงโบริ (Dotonbori)


ย่านโดทงโบริ โดย jc jc


ย่านโดทงโบริ โดย Chen Versace


ย่านโดทงโบริ โดย James Yumiya

ย่านโดทงโบริ คือเเลนด์มาร์คอีกเเห่งของโอซาก้าที่ใครมาเเล้วต้องไม่พลาดมาเที่ยวชมเเละมาช็อปปิ้งกันอย่างสนุกสนาน โดยมันเป็นถนนสายเล็กๆ ที่เลียบไปกับคลองโดทงโบริ โดยมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร โดยสองข้างนั้นจะเต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารมากมายที่มีทั้งเเบรนด์เนมชื่อดังของญี่ปุ่นเองเเละเเบรนด์ต่างชาติ สร้างสีสันให้กับเหล่าบรรดานักช็อปปิ้งอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนั้นในช่วงเวลาค่ำคืนที่นี่จะมีสีสันจากป้ายไฟต่างๆ ที่เปิดกันสร้างความคึกคักอย่างมาก เเถมยังมีร้านดื่มกินจำนวนมากมายหลายร้านที่น่ามาสัมผัสกับบรรยากาศเเบบญี่ปุ่นเเท้ๆ เเละไฮไลท์นั้นจะอยู่ที่บริเวณสะพานเอบิซุ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ป้ายไฟกูลิโกะ ที่นักท่องเที่ยวมาแล้วจะต้องเข้าไปถ่ายรูปเพื่อเช็คอิน เป็นดั่งเเลนด์มาร์คของโอซาก้าไปเเล้ว ซึ่งมีนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันอย่างมากมายในเเต่ละวัน โดยการเดินทางมายังย่านนี้นั้นนับว่าสะดวกอย่างมาก เพราะคุณสามารถใช้บริการของรถไฟใต้ดินของโอซาก้าไม่ว่าจะสายไหน ให้คุณมาลงที่สถานี Namba เเล้วให้ออกทางออกที่ 14 จากนั้นเดินต่ออีกเพียงเเค่ 5 นาที ก็จะถึงย่านเเห่งนี้เเล้ว

📍  ชื่อสถานที่ : โดทงโบริ
🔎  เว็บไซต์ : osakacastle.net
⌚  เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 24 ชั่วโมง
🌎  การเดินทาง
: สถานีรถไฟ Namba
🗺  Google Map : https://goo.gl/maps/4jAZb3P5kShX7YLc7


ย่านชินไซบาชิซุจิ (Shinsaibashi-Suji)


ย่านชินไซบาชิซุจิ โดย Moo


ย่านชินไซบาชิซุจิ โดย Toish


ย่านชินไซบาชิซุจิ โดย Ning-Yu Yang

ย่านชินไซบาชิซุจิ นั้นตั้งอยู่ใจกลางของเมืองโอซาก้า ถือว่าเป็นเเหล่งช็อปปิ้งที่สำคัญของโอซาก้า โดยหากจะเปรียบกันเเล้วมันก็คล้ายๆกับฮาราจูกุในโตเกียวนั่นเอง โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินต่อมาจากย่านโดทงโบริ โดยจะมีความยาวประมาณ 600 เมตร เเละมีหลังคาคลุมตลอด สองข้างทางนั้นเต็มไปด้วยร้านรวงที่ขายสินค้ามากมาย โดยส่วนใหญ่เเล้วจะเป็นร้านขายเสื้อผ้าเเฟชั่น โดยจะเป็นเเนววัยรุ่นเสียส่วนใหญ่ รวมทั้งร้านเเบรนด์ของญี่ปุ่นมากมายหลายร้าน โดยเสน่ห์ของที่นี่ก็คือการมีเทศกาลลดลราคาสินค้าอยู่บ่อยครั้ง จนเป็นเเหล่งช็อปปิ้งที่คุณจะสามารถมาซื้อสินค้าดีราคาถูกได้ นอกจากนี้เเล้วยังมีห้างสรรพสินค้าใหญ่ทั้ง ห้าง Daimaru เเละห้าง Sogo ย้อนกลับไปในปี 1726 Daimaru ได้เปิดร้านที่ขายชุดกิโมโนนามว่า Matsuya เป็นครั้งแรก โดยร้านค้าในย่านนี้จะเปิดทุกวันในเวลา 10.00 นง จนถึง 20.00 น. โดยคุณสามารถใช้บริการของรถไฟใต้ดินมายังย่านนี้ได้เลย โดยให้คุณมาลงที่สถานีรถไฟใต้ดิน Shinsaibashi จากนั้นเลือกทางออกที่ 5 หรือ 6 หรือ 10 ก็ได้ เเล้วเดินต่ออีกเพียงเเค่ 3 นาทีก็จะถึงเเล้ว

📍  ชื่อสถานที่ : ชินไซบาชิซุจิ (Shinsaibashi-Suji)
⌚  เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 10.00 -20.00
🌎  การเดินทาง
: สถานีรถไฟใต้ดิน Shinsaibashi
🗺  Google Maphttps://goo.gl/maps/TJPxMEczYDB9A99s8


ย่านริมอ่าวโอซาก้า (Osaka Bay Area)

ย่านริมอ่าวโอซาก้า โดย ShutterStock

ย่านริมอ่าวโอซาก้า นั้นตั้งอยู่ที่บริเวณริมอ่าวโอซาก้า โดยมันเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่สร้างโดยฝีมือของมนุษย์ โดยมีเเหล่งท่องเที่ยวมากมายในบริเวณเเห่งนี้ ทั้งหมู่บ้านเท็มโพซานฮาร์บอร์ หรือจะเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอซาก้า รวมทั้ง Osaka Aquarium ที่มีปลามากมายถึง 15 ตู้เลยด้วยกัน เเละมีความน่าสนใจมากขึ้นไปอีกกับ ชิงช้าสวรรค์เท็มโพซาน ที่มีความสูงกว่า 112.5 เมตร โดยสามารถให้คุณเห็นวิวอันน่าอัศจรรย์ของเมืองโอซาก้าได้เเบบ 360 องศา ชิงช้าสวรรค์เที่ยวหนึ่งจะใช้เวลาโดยประมาณ 17 นาทีเลย นอกจากนี้เเล้วในส่วนของภูเขาเท็มโพซาน ก็มีสวนสาธารณะที่สามารถมานั่งเล่นได้อย่างชิลๆ นอกจากนี้เเล้วก็ยังมีทั้งโซนเกาะซากิชิมะ และคอสโมสแควร์ ที่เป็นคอสโมทาวเวอร์ หรือเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ รวมทั้งศูนย์การค้าเอเซียแปซิฟิค โดยคุณสามารถใช้บริการของรถไฟใต้ดินสาย Chuo Subway Line โดยให้มาลงที่สถานี Cosmosquare Station ซึ่งอยู่บนเกาะซากิชิมะ จากนั้นก็เปลี่ยนมาใช้รถรางที่วิ่งภายในบริเวณเเห่งนี้ได้เลย

📍  ชื่อสถานที่ : ริมอ่าวโอซาก้า
🔎  เว็บไซต์ : senyo.co.jp
⌚  เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 11.00 – 21.00
🌎  การเดินทาง
: รถไฟใต้ดินสาย Chuo Subway Line โดยลงที่สถานี Cosmosquare
🗺  Google Maphttps://goo.gl/maps/ZdWfsMeHqi5o3aik8


จุดชมวิวอาเบะโนะ ฮารุกัส (Abeno Harukas)

อาเบะโนะ ฮารุกัส โดย ShutterStock

จุดชมวิวอาเบะโนะ ฮารุกัส นั้นตั้งอยู่ใจกลางโอซาก้า โดยตั้งอยู่บนชั้นที่ 58 ถึง 60 ของ Harukasu 300 โดยบนชั้นที่ 60 นั้นคุณสามารถเห็นความงดงามของตัวเมืองโอซาก้าในเเบบ 360 องศา ที่สวยงามอย่างมาก โดยบนนั้นจะมีทั้งร้านขายของที่ระลึก เเละคาเฟ่ ที่มีวิวสวยงามงานน่ามานั่งอย่างมากเลยทีเดียว โดยที่นี่นั้นจะเปิดให้นักท่องเที่ยวให้เข้าชมทุกวันในเวลา 10.00 น. ถึง 22.00 น. (ร้านอาหารเปิดถึง 23:00) โดยต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 1,500 เยน โดยบริเวณใกล้เคียงกันนั้นจะเป็นที่ตั้งของ ห้างสรรพสินค้าอาเบะโนะ ฮารุกัส คินเทซุ ที่เป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย โดยคุณสามารถใช้บริการของรถไฟ เจอาร์มาจากสถานี JR Osaka Station โดยให้มาลงที่สถานี Tennoji Station เพียงเท่านี้ก็จะถึงเเล้ว

📍  ชื่อสถานที่ : จุดชมวิวอาเบะโนะ ฮารุกัส (Abeno Harukas)
🔎  เว็บไซต์ : abenoharukas-300.jp
⌚  เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 10.00 – 22.00 (ร้านอาหารเปิดถึง 23.00)
🌎  การเดินทาง : ขึ้นรถไฟที่สถานี JR Osaka Station โดยลงสถานี Tennoji Station
🗺  Google Map : https://goo.gl/maps/vfted5nEc5XF79BU7


ย่านชินเซไก (Shinsekai)


ย่านชินเซไก โดย コマツタカキ

ย่านชินเซไก โดย ShutterStock


ย่านชินเซไก โดย KWOK SHING SAMUEL TO

ย่านชินเซไก นั้นเป็นอีกย่านในโอซาก้าที่น่ามาเที่ยวอย่างมาก เพราะมันเป็นย่านที่เพิ่งจะสร้างขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ.1903 เนื่องจากบริเวณนี้นั้นถูกใช้เป็นสถานที่จัดงาน National Industrial Exposition ซึ่งมีคนเข้ามาชมงานอย่างมากมาย โดยมีจุดเด่นเเละบรรยากาศที่น่าสนใจเหมือนกับปารีส ในฝรั่งเศส ทั้งการมี หอคอยสึเทนคาคุ ที่โดดเด่นอย่างมาก เเละมีการวางผังย่านนี้คล้ายกับเกาะโคนี่ย์ในนิวยอร์ค โดยนักท่องเที่ยวให้ความนิยมมาเดินเที่ยวชิลๆ พร้อมกับเเวะมาชิมเมนูเด็ดอย่าง คุชิคาสึ ซึ่งจะเป็นของทอดเสียบไม้ โดยมีทั้ง เนื้อวัว, ไก่ หน่อไม้ เเละฟักทอง รวมทั้งขนมเเละของหวานขึ้นชื่ออย่างมากอย่าง กล้วยทอด เเละบรรดาไอศกรีมทอด โดยร้านค้าในย่านนี้จะเปิดกันเเบบ 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว

📍  ชื่อสถานที่ : ย่านชินเซไก (Shinsekai)
🔎  เว็บไซต์ : shinsekai.jp
⌚  เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 24 ชั่วโมง
🌎  การเดินทาง : JR loop line ลงที่สถานี Shin-Imamiya Station จากนั้นเดินต่อ 5 นาที
🗺  Google Map : https://goo.gl/maps/PZQgVEJXq2sDVjvE6


ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอแจแปน (Universal Studio Japan)


สัญลักษณ์ลูกโลก Universal Studio Japan โดย 島田貴司(ダーシー)


Super Nintendo World โดย WILD CAT

Wizard World of harry potter โดย HY

ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอแจแปน นั้นตั้งอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้า โดยเป็นสวนสนุกเเบรนด์ดังจากสหรัฐอเมริกา เปิดให้บริการครั้งเเรกในปี ค.ศ.2001 เเละได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวโอซาก้าเป็นอย่างมาก เพราะเครื่องเล่นต่างๆ ที่สนุกสนานเเละน่ามาเล่นอย่างมาก เเต่จุดไฮไลท์ของที่นี่นั่นก็คงจะหนีไม่พ้น Wizard World of harry potter ที่สาวกของ เเฮร์รี่ พอตเตอร์ ต้องไม่พลาดมาเที่ยวชมทั้งฉากต่างๆ ที่เหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์เเละปราสาทฮอกวอร์ตที่เหมือนจริงอย่างมาก พร้อมกับเครื่องเล่นต่างๆ มากมายที่รับรองความน่าสนใจเเละสนุกกันเลย โดยมีร้านอาหารที่มีเมนูเเบบในหนังเลยก็ว่าได้ทั้ง ขนมต่างๆ ในร้านฮอร์กมีต เเละ Butter Beer ในราคาเเก้วละ 600 เยน แต่แฟนๆของมาริโอ้ก็ไม่ต้องเสียใจไป ที่ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ ก็ยังมีโซนเครื่องเล่นเปิดใหม่ล่าสุด Super Nintendo World ที่มาพร้อมกับตัวละครที่ออกมาทักทายถ่ายรูปกันแบบตัวเป็นๆ เครื่องเล่นหลากหลายชนิดและองค์ประกอบแบบอินเทอร์แอคทีฟมากมาย พร้อมทั้งตุ๊กตาและหมวกไว้ซื้อกลับเป็นของฝาก หรือจะใส่เดินเล่นให้เข้ากับธีมในเมืองมาริโอ้ก็ได้ โดยที่นี่จะเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งเเต่เวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 20.00 โดยตั๋วต่อคนอยู่ที่ 5,800 เยน

📍  ชื่อสถานที่ : ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอเจแปน Universal Studio Japan
🔎  เว็บไซต์ : usj.co.jp
⌚  เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 9.00 – 20.00
🌎  การเดินทาง : JR Yumesaki Line จอดอยู่ที่สถานี JR Nishikujo แล้วนั่งมาลงที่ สถานี Universal City เลือกทางออกประตูทางด้านขวา
🗺  Google Map : https://goo.gl/maps/TuTZBjt8g4Q1odA67


ศาลเจ้าสุมิโยชิ ไทชะ (Sumiyoshi Taisha)

ศาลเจ้าสุมิโยชิ ไทชะ โดย ShutterStock

ศาลเจ้าสุมิโยชิ ไทชะ นั้นเป็นศาลเจ้าในลัทธิชินโตที่มีความเก่าเเก่มากที่สุดของญี่ปุ่น สร้างมาตั้งเเต่สมัยศตวรรตที่ 3 ก่อนที่พุทธศาสนาจะเข้ามาเผยเเพร่ในญี่ปุ่นเสียเอง เเละสถาปัตยกรรมของศาลเจ้าเเห่งนี้ก็มีความเเตกต่างจากศาลเจ้าที่อื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด โดยเป็นสไตล์ในเเบบ สุมิโยชิ-ซึคุริ โดยมีลักษณะที่หลังคาจะลาดตรงไม่ได้มีลักษณะโค้งมนเเบบศาลเจ้าอื่นๆ ในญี่ปุ่น โดยจะมีรั้วล้อมรอบตัวศาลเจ้าเอาไว้อีกด้วย เเละมันจะหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นข้อที่แตกต่างจากศาลเจ้าอื่นๆ ในญี่ปุ่นที่จะหันหน้าไปทางทิศใต้ตามหลักฮวงจุ้ยของจีน โดยชาวญี่ปุ่นนิยมเดินทางมาขอพรที่นี่กันอย่างมาก เเละรับรองว่าคุณอาจจะได้พบกับมิโกะ ซึ่งคือหญิงสาวบริสุทธิ์ที่เป็นผู้ดูเเลเเละทำพิธีกรรมต่างๆ ในศาลเจ้า อีกจุดไฮไลต์ในศาลเจ้าแห่งนี้ก็คือ สะพานโค้งสีแดงขนาดใหญ่ที่มีชื่อเรียกว่า “สะพานโซริบะชิ (Soribashi)” เปรียบเสมือนทางเดินสายรุ้งที่เชื่อมระหว่างโลกกับเทพเจ้าบนสวรรค์ ใครที่มาเดินข้ามสะพานนี้นั้นหมายความว่าจะเป็นการเริ่มต้นปีที่ดีหรือเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆที่ดีและสะพานนี้ยังเป็นจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวนิยมอีกด้วย โดยศาลเจ้าเเห่งนี้สามารถเข้าชมได้ฟรีทุกวันตั้งเเต่เวลา 6.00 น. จนถึงเวลา 17.00 น. โดยคุณสามารถใช้บริการของรถไฟ Nankai โดยมาลงที่สถานี Sumiyoshitaisha ก็จะถึงเเล้ว

📍  ชื่อสถานที่ : ศาลเจ้าสุมิโยชิ ไทชะ (Sumiyoshi Taisha)
🔎  เว็บไซต์ : sumiyoshitaisha.net
⌚  เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 6.00 – 17.00
🌎  การเดินทาง : รถไฟ Nankai โดยลงที่สถานี Sumiyosthiaisha
🗺  Google Map : https://goo.gl/maps/yH1USwwVCHWqqiARA


วัดชิเทนโนจิ (Shitennoji Temple)

วัดชิเทนโนจิ โดย ShutterStock

วัดชิเทนโนจิ คือวัดในพุทธศาสนาที่มีความเก่าเเก่มากที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว โดยมันสร้างมาตั้งเเต่ ค.ศ.593 โดยบัญชาของเจ้าชายโชโทคุ ผู้ซึ่งนำพุทธศาสนาเข้ามาสู่ญี่ปุ่น โดยรูปเเบบของวัดนั้นถูกสร้างมาในเเบบสถาปัตยกรรมของจีนอย่างครบถ้วน โดยอาคารของวัดนั้นจะรายล้อมไปด้วยระเบียงทางเดิน ซึ่งว่ากันว่านี่คือต้นเเบบของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นในเวลาต่อมา โดยความเก่าเเก่ของวัดเเห่งนี้ทำให้สภาเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ก่อนที่จะมีการบูรณะขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ.1963 โดยมีเจดีย์ 5 ชั้นที่สวยงามตามเเบบเจดีย์ญี่ปุ่น ซึ่งจะมีร้านน้ำชาเเละร้านขนมมันจูที่จำหน่ายให้เเก่ผู้ที่เข้ามาชมความงดงามของวัดเเห่งนี้ เเละที่พลาดไม่ได้เลยคือในช่วงของเดือนเมษายนจะมีซากุระบานมากมายในบริเวณของวัด โดยคุณต้องเสียค่าเข้าชมทั้งหมด 1,100 เยน เเบ่งเป็น 300 เยนสำหรับวิหารชั้นใน เเละอีก 300 เยนสำหรับชมสวน Gokuraku-jodo เเละในส่วนของหอสมบัติ ต้องเสีย 500 เยน เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งเเต่เวลา 8.30 น. จนถึงเวลา 16.30 น. โดยคุณสามารถใช้บริการของรถไฟใต้ดินมาลงยังสถานี Shitennojimae Yuhigaoka เเล้วเลือกทางออกหมายเลข 4 จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 5 นาทีก็จะถึงเเล้ว

📍  ชื่อสถานที่ : วัดชิเทนโนจิ (Shitennoji Temple)
🔎  เว็บไซต์ : shitennoji.or.jp
⌚  เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 8.30 – 16.30
🌎  การเดินทาง : รถไฟใต้ดินมาลงยังสถานี Shitennojimae Yuhigaoka แล้วเลือกทางออกหมายเลข4 จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ5นาที
🗺  Google Map : https://goo.gl/maps/XEYqEhVVaMTCcfNn8


ตึกอูเมดะสกาย (Umeda Sky Building)

ตึกอูเมดะสกาย โดย ShutterStock

ตึกอูเมดะสกาย นั้นเป็นอาคารที่มีรูปทรงทันสมัยอย่างมากของโอซาก้า มันตั้งอยู่ในย่านคิตะ เป็นอาคารสูงที่สุดในย่านเเห่งนี้ เเละมีความเเปลกตาด้วยสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่เเสนจะสวยงาม โดยมันมีเป็นที่รู้จักภายใต้ขื่อของ New Umeda City โดยเป็นตึกที่มีความสูงกว่า 173 เมตรมีทั้งหมด 40 ชั้น แบ่งเป็น 2 อาคารมีทางเชื่อมด้านบนและมีพื้นที่ไว้ชมวิวโอซาก้าในมุมสูง ได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวในการมาชมความเเปลกตา เเละมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันอย่างมากมาย ส่วนใครที่จะเข้าชมในส่วนของจุดชมวิวก็ต้องซื้อตั๋วกันก่อน โดยราคาสำหรับผู้ใหญ่ 1500 เยน สำหรับเด็ก 700 เยน (บัตร Osaka Amazing Pass เข้าฟรี!) เเละด้วยความที่มันตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ Osaka เเละสถานีรถไฟ Umeda ทำให้คุณสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกอย่างมาก เพราะจากทั้งสถานีใช้เวลาเพียงเเค่ 15 นาทีก็จะถึงอาคารเเห่งนี้เเล้ว

📍  ชื่อสถานที่ : ตึกอูเมดะสกาย Umeda Sky Building
🔎  เว็บไซต์ : skybldg.co.jp
⌚  เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 9.30 – 22.30
🌎  การเดินทาง : จากสถานี Osaka-umeda รถไฟสาย Hankyu (Chayamachi Exit) เดินประมาณ 9 นาที
🗺  Google Map : https://goo.gl/maps/Q2f9jgi5hoc8d5VDA


ตลาดปลาโอซาก้า (Kuromon Market)


ตลาดคุโรมง หรือ ตลาดปลาโอซาก้า โดย Q Xan ตลาดคุโรมง หรือ ตลาดปลาโอซาก้า โดย ShutterStock

ตลาดคุโรมง หรือ ตลาดปลาโอซาก้า เป็นตลาดที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดในโอซาก้า แหล่งรวมอาหารทะเลและวัตถุดิบสดใหม่จากทะเลญี่ปุ่นราคาดีเกรดพรีเมี่ยม ขนม เนื้อ และผลไม้ตามฤดูกาล เปิดมานานกว่า 100 ปี และมีให้เลือกมากกว่า 150 ร้านในสองข้างทางเดินที่ทอดยาวเกือบ 600เมตร สามารถซื้อกลับไปทานที่บ้านหรือใครที่เป็นสาวก Uni และ Otoro ก็เลือกนั่งทานที่ร้านได้เลย จะได้สัมผัสกับรสชาติสดใหม่จากทะเล ในแต่ละร้านก็จะมีพื้นที่ให้นั่งทานอย่างสะดวกสบาย ตลาดปลาคุโรมงมีครบขนาดนี้จึงได้รับสมญานามว่าเป็น ครัวของโอซาก้า(Osaka’s Kitchen)เลยก็ว่าได้ และการเดินทางก็สะดวกแน่นอน นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Kintetsu-Nippombashi Station และเดินมาที่ตลาดปลาเพียงแค่3นาทีก็ถึงแล้ว

📍  ชื่อสถานที่ : ตลาดคุโรมง (Kuromon Market)
🔎  เว็บไซต์ : kuromon.com/jp
⌚  เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 9.00 – 19.00
🌎  การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Kintetsu-Nippombashi Station
🗺  Google Map : https://goo.gl/maps/mA5vkmRjrHxvkcLq5


สวนพฤกษศาสตร์นากาอิ (teamLab Botanical Garden)

Spatial Calligraphy in the Forest โดย teamLab Botanical Garden Osaka

สวนพฤกษศาสตร์นากาอิ เป็นสวนพฤกษศาสตร์กลางแจ้งในโอซาก้าที่เปิดเมื่อปี 1974 ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะนากาอิที่เปิดเมื่อปี 1944 ด้วยพื้นที่กว่า 240,000 ตารางเมตรเมื่อก่อนสวนนี้ถูกออกแบบให้เป็นสวนดอกไม้ตามฤดูกาลแต่ปัจจุบันถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะโดย teamLab Botanical Garden Osaka ได้มีแนวคิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิตัลทำงานศิลปะ จัดแสงลงบนสวนพฤกศาสตร์ให้เป็นลวดลายต่างๆกลายเป็นงานศิลปะท่ามกลางธรรมชาติได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพืชพันธุ์ต่างๆ ในแต่ละโซนก็จะมีผลงานศิลปะที่แตกต่างกันออกไป แต่ทุกงานศิลปะมีความต่อเนื่องและเชื่อมโยงถึงกัน สามารถถ่ายวีดิโอหรือภาพนิ่งก็ออกมาสวยไม่แพ้กัน การเข้าชมที่นี่จะต้องจองตั๋วผ่านเว็บไซต์ teamlab.art/th/e/botanicalgarden ราคาสำหรับผู้ใหญ่ 1600 เยน และสำหรับเด็ก 500 เยน

📍  ชื่อสถานที่ : สวนพฤษศาสตร์นากาอิ teamLab Botanical Garden Osaka
🔎  เว็บไซต์ : teamlab.art/th/e/botanicalgarden
⌚  เวลาทำการ : เปิดให้เข้าชมทุกวัน 18.00 – 21.30 (หยุดวันที่จันทร์ที่2 และ 4 ของทุกเดือน)
🌎  การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Nagai  จากนั้นออกทางออกหมายเลขที่3 จะมีป้ายบอกทางมา teamLab Botanical Garden Osaka 
🗺  Google Map : https://goo.gl/maps/ttrAWCWwz5XGizfG7


หมู่บ้านอเมริกัน (America – Mura)


ย่านหมู่บ้านอเมริกัน โดย Yuki


ย่านหมู่บ้านอเมริกัน โดย Miyu

ร้านค้าย่านหมู่บ้านอเมริกัน โดย Yuki

หมู่บ้านอเมริกัน หรือฉายา Shibuya West เป็นย่านที่ตั้งอยู่ในชินไซบาชิ โอซาก้าตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานี Shinsaibashi ศูนย์รวมแฟชั่น ความครีเอทีฟ ความกล้าแสดงออกของวัยรุ่นญี่ปุ่นยุคนี้ สวรรค์ของเด็กรุ่นใหม่ที่จะมาแสดงความเป็นตัวของตัวเอง จากอดีตโกดังที่เก็บสินค้าและเสื้อผ้ามือสองเก่าจากประเทศอเมริกา ถูกเปลี่ยนแปลงและรังสรรค์ให้เป็นย่านแฟชั่นสุดคูล ที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าหลายๆคนอยากมาสัมผัส พร้อมไปด้วยร้านอาหาร ร้านขนม และร้านขายเสื้อผ้าหลากหลายแนว และหมู่บ้านอเมริกันไม่ได้สนุกสานเพียงแค่ในตอนกลางวันเท่านั้น บาร์และคลับในตอนกลางคืนก็เต็มไปด้วยสีสันและนักเต้นเท้าไฟอย่างเต็มพื้นที่

📍  ชื่อสถานที่ : หมู่บ้านอเมริกา (America – Mura)
⌚  เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 10.00 – 20.00
🌎  การเดินทาง : ขึ้นรถไฟลงสถานี Shinsaibashi
🗺  Google Map : https://goo.gl/maps/avKnqejooB8RJKUh9


ย่านนาคาซากิโจ (Nakazakicho)


ร้านค้าย่านนาคาซากิโจ โดย ラムタル


ร้านค้าย่านนาคาซากิโจ โดย てつ

คาเฟ่ในย่านนาคาซากิโจ โดย ShutterStock

พักจากแสงสีเสียงแล้วมาเดินชิลๆกันบ้าง ที่ย่านอาร์ทิสต์นาคาซากิโจ การเดินทางมาไม่ยาก ใช้เวลาไม่นาน สามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Nakazakicho และใช้ทางออกที่ 2 ได้เลย หนีจากความพลุกพล่านของโอซาก้า มาสู่ย่านเรียบง่ายใจกลางเมือง เดินชมบ้านเมืองที่รอดพ้นจากการถูกทำลายเมื่อสมัยสงครามโลครั้งที่2 ที่ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านไม้ บ้านกึ่งปูน หรืออิฐชวนให้เรายกกล้องมาถ่ายเก็บภาพความเรียบง่ายนี้ไว้ ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์นั่งจิบกาแฟในคาเฟ่ เลือกซื้อเบเกอรี่แบบโฮมเมดกลับบ้าน หรือเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าวินเทจ ร้านค้าส่วนใหญ่จะปิดทำการวันจันทร์และวันอังคาร ส่วนวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์นั้นจะเปิดทำการปกติ เวลาทำการของร้านค้าจะอยู่ในช่วง 11.00-20.00 น.

📍  ชื่อสถานที่ : ย่านนาคาซากิโจ (Nakazakicho)
⌚  เวลาทำการ : เปิดบริการศุกร์ – อาทิตย์ เวลา  11.00 – 20.00
🌎  การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Nakazakicho
🗺  Google Map : https://goo.gl/maps/rCjNvLnBndKwrAtV9


พิพิธภัณฑ์บะหมี่สำเร็จรูป (Cup Noodles Museum Osaka Ikeda)


พิพิธภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดย 山脇孝之


ถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากอดีตถึงปัจจุบัน โดย Jungamer 64 (jungamer 64)

ขั้นตอนการทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดย ShutterStock

พิพิธภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตั้งอยู่ที่อิเคดะ จังหวัดโอซาก้า เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เล่าถึงชีวิตของคุณอันโด โมโมฟุคุผู้ก่อตั้ง บริษัท Nisshin Food ได้ทำการคิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “Chicken Ramen” แห่งแรกของโลกภายในบ้านของเค้าที่ตั้งอยู่ในเมืองแห่งนี้ ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาและรูปแบบต่างๆของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีโรงภาพยนตร์ขนาดย่อมที่เล่าถึงแรงบันดาลใจที่นำไปสู่การคิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยแรกของโลก workshopทำเส้นบะหมี่ที่แสดงให้เห็นกรรมวิธีตั้งแต่นวดแป้งจนถึงได้เส้นบะหมี่ โดยไฮไลท์ของที่นี่คือ My Cup Noodle Factory ที่จะให้ผู้เข้าชมทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในสไตล์ของตัวเอง โดยสามารถเลือกน้ำซุป ตกแต่งแก้วบะหมี่ ใส่เครื่องเคียง โดยกิจกรรมนี้จะต้องมีการจองล่วงหน้าและมีค่าใช้จ่ายในการทำ 500 เยนต่อ 1ถ้วย การเดินทางนั่งรถไฟสาย Hankyu-Takarazuka Line ลงสถานี Ikeda เดินจากทางออก Masumi-cho Homen มาประมาณ 5 นาที

📍  ชื่อสถานที่ : พิพิธภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (Cup Noodles Museum Osaka Ikeda)
🔎  เว็บไซต์ : cupnoodles-museum.jp
⌚  เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 9.30 – 16.30
🌎  การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Hankyu-Takarazuka ลงสถานี Ikeda เดินจากทางออก Masumi-Cho Homen มาประมาณ 5 นาที
🗺  Google Map : https://goo.gl/maps/7gAJ1rWFP97RVFsz6


บอกได้เลยว่าครบทุกรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้ง หาของอร่อยในย่านต่างๆ ไปเพลิดเพลินกับสวนสนุกที่ Universal Studio ชมงานแสดงศิลปะ หรือไหว้พระขอพรที่วัดดังที่เราแนะนำให้ ที่โอซาก้ามีครบรสจริงๆ เลือกกันไม่ถูกเลยว่าจะเริ่มจากที่ไหนก่อนดี แต่ขอบอกเลยว่าห้ามพลาดกับ  15 ที่ท่องเที่ยวโอซาก้า 2023 แลนด์มาร์คที่ต้องแวะแชะรูป เช็คอิน สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่เราคัดมานั้น ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวจะต้องไป ว่าแล้วก็เก็บกระเป๋า เอาทุกสถานที่ใส่ลิสต์ไว้เลยย

อ่านเพิ่มเติม

30 ที่เที่ยวญี่ปุ่น ยอดนิยม 2023 เมืองไหนดี น่าเที่ยวแค่ไหน มาดูกันเลย

ห้ามพลาด! ร้านพาร์เฟ่ต์ผลไม้สุดฮิต ย่านโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น 2023

รวมโรงแรมแคปซูล สวยสะอาด ราคาสุดคุ้ม เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น 2023

โพสต์นี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด?

กดที่ดาวเพื่อให้คะแนน 🔻

คะแนนเฉลี่ย / 5. จำนวนโหวต:

คุณเป็นคนแรกที่ให้คะแนนโพสต์นี้?

ขออภัย! หากหัวข้อนี้ไม่ถูกใจคุณ

ช่วยบอกเราได้ไหมว่ามีส่วนไหนที่ต้องแก้ไข

แสดงความคิดเห็น

Klook.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว บันทึกการตั้งค่า