เมารถทำอย่างไรดี? แก้อาการเมารถ ด้วย 7 วิธีง่ายๆ

ใครที่เคย “เมารถ” คงจะรู้ดีว่ามันทรมานแบบกระอักกระอ่วนเพียงใด เพaราะมักจะเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว ที่ไหนและเมื่อไหร่ก็ได้ จนเริ่มรู้สึกพะอืดพะอมไม่สบาย ไปจนถึง เวียนหัว คลื่นไส้ แล้วก็อาเจียนออกมา ดังนั้นวันนี้เราจึงอยากจะนำเสนอวิธีการแก้อาการเมารถมาฝากกัน

แก้อาการเมารถ

1. พยายามนั่งแถวหน้าของรถและหันหน้าไปทางหน้ารถ

การนั่งบริเวณส่วนหน้ารถและหันหน้าไปทางหน้ารถ จะช่วยให้ ประสาทส่วนต่างๆ ของเราจะได้รับรู้ถึงจังหวะการเคลื่อนตัว รวมถึงอาการโคลงเคลงของรถได้ จากการทดลองพบว่าวิธีนี้ช่วยให้ผู้ชอบเมารถ มีอาการลดลงได้อย่างดี เพราะประสาทของเรารับรู้ความเคลื่อนไหวของรถ และปรับตัวตามนั่นเอง

2. หลีกเลี่ยงการอ่านหนังสือ หรือเล่นโทรศัพท์ในขณะที่กำลังนั่งรถ

เพราะทำให้ประสาท หรือสมาธิของเราจดจ่ออยู่ที่ตรงข้างหน้าเท่านั้น และอาการที่ตามมาก็คือร่างกายปรับสมดุลตามการเคลื่อนไหวของรถไม่ได้ อาการเมารถจึงเกิดขึ้น ดังนั้นในเวลาเรานั่งรถ เราไม่ควรจ้องอยู่ที่จุดเดียว และพยายามมองวิวทิวทัศน์ภายนอกบ่อยๆก็จะสามารถช่วยลดอาการลงได้

3. ดื่มน้ำอัดลม

การดื่มน้ำอัดลมจะไปช่วยขับดันกรดในกระเพาะออกมา สามารถลดอาการเมารถลงได้พอสมควร และ ผู้ที่มีอาการเมารถควรสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ในระหว่างที่เกิดอาการ ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยให้ความรู้สึกวิงเวียนนั้นลดลงได้ครับแต่ควรดื่มใน ปริมาณพอเหมาะ

4. ยาหอม ยาอม ยาดม ยาหม่อง

ช่วยเราได้ เมื่อเริ่มมีอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ลองหยิบขึ้นมาสูดดมจะช่วยบรรเทาอาการได้ดีพอสมควร

5. อย่ากินอาหารจนอิ่มเกินไป

เพราะถ้ามีของเต็มกระเพาะ ก็มีแนวโน้มจะอาเจียนออกมาง่าย งดอาหารมันหรือเลี่ยน เพราะย่อยยาก ค้างอยู่ในกระเพาะนาน อาเจียนง่าย หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรง อันจะกระตุ้นให้ตัวเองหรือคนข้างๆ คลื่นไส้อาเจียน สุดท้ายไม่รับประทานอาหารรสจัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เผ็ดจัดเพราะเวลาอาเจียน ยิ่งถ้าผ่านรูจมูกออกมาด้วยแล้วจะแสบแบบไม่รู้ลืม

6. รับประทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว

ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะม่วง มะดัน หรือมะขาม ซึ่งรสเปรี้ยวจากผลไม้จะชนิดนี้จะสามารถช่วยลดอาการเมาหรือวิงเวียนลงได้พอสมควร

7. รับประทานยาแก้เมารถ

ยาแก้เมารถ เช่น ไดเมนไฮดริเนต (Dimenhydrinate) ปัจจุบันยาประเภทนี้มักมีขายตามร้านขายยาหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไป เหมาะสำหรับคนที่เริ่มมีอาการเมารถเกิดขึ้น ยาตัวนี้จะช่วยปรับความสมดุลของระบบประสาท ช่วยให้ร่างกายปรับตัวตามการเคลื่อนไหว หรือโคลงเคลงของรถ และขณะที่ยาตัวนี้กำลังออกฤทธิ์ จะทำให้ผู้ที่รับประทานเกิดอาการง่วงซึม แนะนำว่าให้หลับไปเลยก็ได้ครับ เพราะการนอนหลับระหว่างการเดินทางก็เป็นการแก้อาการเมารถชนิดหนึ่งเช่นกัน

สำหรับคนที่ลองทำทุกวิธีแล้วยังไม่ได้ผล แนะนำให้นอนลงแล้วหลับตาเพื่อปิดการส่งสัญญาณภาพเข้าสมอง เป็นการลดความสับสนให้สมองได้รับสัญญาณจากอวัยวะคุมการทรงตัว ที่อยู่ที่หูชั้นในเพียงอย่างเดียว อาการจะดีขึ้น ถ้าม่อยหลับไปจริง ๆ เลยได้ยิ่งดี เพราะขณะนอนหลับสมองส่วนคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย จะปิดรับสัญญาณเข้าใดๆ ความสับสนที่สัญญาณขัดแย้งกันไม่มี อาการเมารถจึงหายไปเอง


ขอขอบคุณรูปกอบ https://www.hoffmannpersonalinjury.com

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : เมารถทำอย่างไรดี? แก้อาการเมารถ ด้วย 7 วิธีง่ายๆ