นั่งเรือข้ามฝาก “เที่ยวเกาะเกร็ด” เดินตลาดรอบเกาะ เที่ยวชมธรรมชาติใกล้เมืองหลวงแค่ไม่กี่กิโล

เกาะเกร็ด แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ที่มีลักษณะเป็นเกาะอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เป็นแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงทางด้านการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมพื้นบ้านของชุมชนชาวมอญที่มีศิลปะหัตถกรรมและเครื่องปั้นดินเผาเป็นจุดเด่น จนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับสินค้า OTOP ต้นแบบ และสำหรับใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวพักผ่อนในช่วงวันหยุดและไม่อยากเดินทางไกลจากกรุงเทพ วันนี้ทาง CheckInChill จึงอยากจะขอนำเสนอรีวิวที่เที่ยว เกาะเกร็ด ไว้เป็นอีกหนึ่งในทางเลือกสำหรับใครหลาย ๆ คน กันครับ

การเดินทาง

การเดินทางไป เกาะเกร็ด สามารถเดินทางมาที่ วัดสนามเหนือ โดยหากเดินทางมาจากบริเวณห้าแยกปากเกร็ด ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยก่อนถึงโรงหนังเมเจอร์ฮอลลีวู้ดปากเกร็ด โดยมีระยะกว่า 2 กิโลเมตร จนถึง วัดสนามเหนือ เพื่อใช้บริการนั่งเรือข้ามฝาก ทั้งนี้บริเวณวัดยังมีพื้นที่ให้บริการที่จอดรถภายในสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย ค่าบริการอยู่ที่ 30 บาทต่อคัน

เมื่อมาถึงวัดสนามเหนือให้เดินตรงมาที่ริมแม่น้ำเพื่อขึ้นเรือ โดยมีค่าบริการเพียงคนละ 2 บาทเท่านั้น แต่ต้องบอกก่อนเลยว่าที่นี่เขามีเวลาเปิด – ปิด นะครับ โดยจะอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 9.00 – 17.30 น.

หรือหากนักท่องเที่ยวคนไหนต้องการที่จะนั่งเรือชิวๆ ชมความสวยงามรอบเกาะ แวะสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ  ก็มีให้บริการเช่นกัน ซึ่งค่าบริการของผู้ใหญ่จะอยู่ที่ 70 บาท และสำหรับเด็กจะอยู่ที่ 40 บาท

ถึงเวลาลงเรือเพื่อข้ามฟากไปยังเกาะเกร็ดกันแล้ว

โดยเรือที่เราใช้บริการจะพาเรามาส่งที่ท่าเรือของ วัดปรมัยยิกาวาส(วัดปากอ่าว) ซึ่งเป็นวัดเริ่มต้นของเส้นทางหลักในการขึ้นไปเที่ยวชมบนเกาะเกร็ด

เกาะเกร็ด

เมื่อขึ้นฝั่งมาแล้วก็เข้ามากราบไหว้สักการะบูชา พระประธานปางมารวิชัย ในพระอุโบสถของวัดปรมัยยิกาวาส ภายในเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่เข้ามากราบไหว้ทำบุญ

บริเวณของวัดปรมัยยิกาวาส จะมีที่ตั้งของพระเจดีย์มุเตาหรือเจดีย์เอียง ตั้งเด่นเป็นสัญลักษณ์ของเกาะเกร็ดอยู่ริมน้ำที่หลายคนคุ้นตากัน

ที่บริเวณด้านหลังพระอุโบสถ เป็นที่ตั้งของ พระมหารามัญเจดีย์ ซึ่งเป็นแบบจำลองมาจากเจดีย์ชเวดากองของพม่า เป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.๕ ทรงเสด็จมาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเอาไว้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๗

หลังจากเที่ยวชมบริเวณ วัดปรมัยยิกาวาส เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็เดินกันต่อไปตามเส้นทางของชุมชนบนเกาะเกร็ด ที่เป็นแนวยาวตลอดสายหลายร้อยเมตรกันเลยทีเดียว

สำหรับใครที่ไม่ได้ซื้อแพคเก็จเพื่อนั่งเรือชมรอบเกาะแบบเรา ก็ต้องทนร้อนกันนิดหนึ่งนะครับยิ่งถ้าอยู่ในช่วงที่อากาศร้อนแบบเดียวกับที่เราเจอ ต้องบอกเลยว่ามีเหงื่อไหลกันแน่นอน แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรมากมาย เพราะเมื่อมีของกินคลายร้อนอยู่มากมายตามเส้นทางเดิน เราเลยจัดไอติมกะทิ หอมหวาน แล้วเดินทางกันต่อเลยครับ

ในระหว่างทางเดินทั้งสองข้างทางก็เต็มไปด้วยร้านค้าร้านขายมากมายที่เต็มไปด้วยทั้งของกิน ของฝากให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชมเลือกซื้อกันอย่างจุใจ

โดยเฉพาะขนมไทยที่มีให้เลือกซื้ออย่างหลากหลายกันตามชอบเลยครับ

ยิ่งมาใส่ในหม้อดินเผาแบบร้านนี้แล้วยิ่งทำให้น่ากินไม่น้อยเลยครับ

หรือว่าแบบทำขนมกันสดใหม่หน้าร้าน ที่เรียกได้ว่ากลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทางเดิน

อีกหนึ่งของกินคลายร้อนอย่างวุ้นเย็น ๆ สีสันสดใส น่ากินมาก

หรือจะเป็นของฝากอย่างหัวโขน ที่ถูกสร้างขึ้นจากงานฝีมือสุดงดงาม

เมื่อเดินมาได้ซักพักก็จะถึงบริเวณวัดไผ่ล้อม เป็นอีกวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งที่สำคัญของเกาะเกร็ด ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย

ด้านหน้าของวัดไผ่ล้อม มีลานจัดแสดงวัฒนธรรม ไทย – มอญ เป็นอีกสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าชุมชนเกาะเกร็ดให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมเอาไว้

และอีกหนึ่งสถานที่ที่เราเดินมาถึงคือ วัดเสาธงทอง ที่มีชื่อเดิมว่า วัดสวนหมาก เป็นวัดสมัยกรุงศรีอยุธยาที่สร้างโดยชาวมอญ ซึ่งแต่เดิมมีต้นหมากขึ้นอยู่มากมาย จนได้ชื่อว่า วัดสวนหมาก

เข้ามากราบไหว้พระประธานปางมารวิชัย ในพระอุโบสถ ที่ด้านบนเพดานเขียนลายทองเป็นลายกรวยเชิงอันงดงาม

ด้านข้างของอุโบสถมีเจดีย์ทรงมะเฟืองกลีบอวบ ที่ถือว่าเป็นองค์เจดีย์สุดท้ายของโลก

หลังจากที่เรากราบไหว้พระที่วัดเสาธงทองเสร็จแล้ว เราจึงต้องตัดสินใจเดินทางกลับไปยัง วัดปรมัยยิกาวาส เนื่องจากวัดต่อไปคือวัดจันทร์(ร้าง) กับจุดที่เราอยู่มีระยะทางไกลกันพอสมควร ซึ่งถ้าอยากสบายกว่านี้ก็แนะนำให้ใช้บริการนั่งเรือเที่ยวรอบเกาะครับ หรือใครเดินได้อึดกันหน่อยก็ลุยโลดเลยครับ

ระหว่างเดินทางกลับก็แวะนั่งพักสั่งน้ำให้หายร้อนกันซักหน่อย ที่ร้านขนมถ้วยคันทรี่ แต่น่าเสียดายมาก เพราะเขาบอกว่าขนมถ้วยร้านนี้อร่อยมาก แต่เมื่อเราไปถึงดันหมดซะก่อน อดเลยครับงานนี้ 😭 ไว้คราวหน้าจะมาลองชิมให้ได้

และของกินที่ห้ามพลาดอีกอย่างก็คือ ทอดมันหน่อกะลา ซึ่งเป็นทอดมันที่ผสมเข้ากับ “หน่อกะลา” พืชพื้นเมืองประจำท้องถิ่นของเกาะเกร็ด เมื่อกินเข้าไปจะรู้สึกคล้ายกับยอดมะพร้าวอ่อน ถ้าหากใครที่มาแล้วไม่ได้ชิม ต้องบอกเลยครับว่าพลาดมาก

ถ้าอยากจะไปเที่ยวรอบเกาะด้วยตัวเอง ที่นี่ไม่มีรถยนต์ให้บริการนะครับ จะมีแค่ช่องทางสำหรับมอเตอร์ไซค์และจักรยาน บนเกาะมีจักรยานให้เช่าครับ ปั่นไปได้ทั่วเกาะ ที่ให้เช่าจะอยู่ตรงท่าเรือข้ามฟากวัดสนามเหนือและตามจุดต่างๆ ปั่นจักรยานออกไปรอบเกาะจะมีร้านกาแฟไว้สำหรับแวะพักกลางทางด้วย เหนื่อยก็แวะพักดื่มกาแฟเครื่องดื่มหวานๆกันได้ หากใครที่ชอบสไตล์พักผ่อนกับบรรยากาศธรรมชาติไม่ห่างจากกรุง เกาะเกร็ด คือตัวเลือกหนึ่งที่เราแนะนำครับ

นอกจากนี้ “เกาะเกร็ด” ยังถือเป็นที่ๆรวมวัดกว่า 6 แห่งอยู่บนเกาะแห่งนี้ มาทีนี้จะต้องได้แวะไหว้พระเสริมสิริมงคลให้กับชึวิต ทิ้งท้ายก่อนจบ…ผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะเกร็ดแห่งนี้รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าแถวนี้ส่วนมากแล้วเป็นคนที่อัทยาศัยดีครับ

สำหรับที่เที่ยวพักผ่อนในวันหยุดอย่าง “เกาะเกร็ด” เป็นอย่างไรกันบ้างครับ? ที่ทั้งเดินทางสะดวกและอยู่ใกล้กรุงเทพ และในครั้งถัดไปเราจะมีเรื่องราวสถานที่ท่องเที่ยวใดมาแนะนำ ก็อย่าลืมกดแชร์กดติดตาม ไม่พลาดทุกเรื่องที่เกี่ยวกับที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก อย่างแน่นอน” >> ติดตามเราบน Facebook <<

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : นั่งเรือข้ามฝาก “เที่ยวเกาะเกร็ด” เดินตลาดรอบเกาะ เที่ยวชมธรรมชาติใกล้เมืองหลวงแค่ไม่กี่กิโล