24 ที่เที่ยว ซัปโปโร อัปเดต 2022 เที่ยวสุดฟิน อินฮอกไกโด

ซัปโปโร (Sapporo) ศูนย์กลางความเจริญของกิ่งจังหวัดอิชิกะริ ในจังหวัดฮอกไกโด เป็นหนึ่งในเมืองใหม่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ เมืองซับโปโร ถูกพัฒนาตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญจากอเมริกา ทำให้เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานแบบอเมริกาเหนือ มีการสร้างระบบถนนแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า สังเกตได้จากสวนสาธารณะโอโดริ และยังมีสถาปัตยกรรมแบบอเมริกันถูกสร้างขึ้นหลายแห่ง อีกทั้งซัปโปโรยังเคยเป็นเมืองที่จัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว 1972 ในปัจจุบันมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของเมืองแห่งการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวมากมายเดินทางไปเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย แถมยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง เรียกได้ว่ามาเมืองเดียวก็คุ้มแล้ว ทั้งชม ชิม ช็อป กระเป๋าตังค์ฉีกอย่างแน่นอน วันนี้  เช็คอินชิลล์ ขอแนะนำ 24 ที่เที่ยว ซัปโปโร 2022 เที่ยวสุดฟิน อินฮอกไกโด เอาไว้ให้เหล่านักเดินทางได้ลิสต์แพลนไว้เที่ยว เพราะญี่ปุ่นเค้าเปิดประเทศแล้ว จองตั๋วแล้วไปเยือนซัปโปโรกัน !

(สารบัญ) ที่เที่ยวซัปโปโร ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น แสดง

สถานีรถไฟซัปโปโร

สถานีรถไฟซัปโปโร ตั้งอยู่ในเขตคิตะ ถือว่าเป็นสถานีรถไฟที่มีความเก่าเเก่ เเละเป็นอาคารหลังเเเรกๆ ที่ถูกสร้างขึ้นในเมืองซัปโปโร เนื่องจากเป็นจุดที่รถไฟเชื่อมต่อมาจากเกาะใหญ่ฮอนชู สิ้นสุดที่นี่ในยุคนั้น เเละเป็นเส้นทางในการขนวัสดุก่อสร้างเมืองซัปโปโรต่างๆ มาที่นี่ โดยมันตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโรในปัจจุบัน เเวดล้อมไปด้วยอาคารสูงมากมาย เเละกลายเป็นเเหล่งช็อปปิ้งที่สำคัญในปัจจุบันไปเเล้ว ซึ่งมีการซ่อมเเซมตัวสถานีล่าสุดเมื่อปี ค.ศ.2003 เเละมีการสร้างตัวอาคารสถานีใหม่เเต่ก็ยังคงอาคารสมัยปี ค.ศ. 1800 เอาไว้อีกด้วย

โดยบริเวณรอบๆ ของ สถานีรถไฟซัปโปโร นั้นเต็มไปด้วยเเห่งช็อปปิ้ง เเละร้านค้าจำนวนมากมาย โดยร้านค้าส่วนใหญ่นั้นจะเปิดกันในเวลา 10.00 น. จนถึงเวลา 21.00 น. ส่วนบรรดาร้านอาหารส่วนใหญ่นั้นจะเปิดกันในเวลา 11.00 น. จนถึงเวลา 21.30 น. ส่วนอีกจุดที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งก็คือในส่วนของจุดชมวิว T38  ซึ่งจะตั้งอยู่บนอาคารเจอาร์ ทาวเวอร์ที่มีความสูง 38 ชั้น โดยด้านบนนั้นเป็นพื้นที่ซึ่งสามารถชมวิวของเมืองซัปโปโรได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว เเละมีการเเสดงข้อมูลต่างๆ มากมายที่น่าสนใจ โดยจุดชมวิวนี้จะเปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 10.00 น. จนถึงเวลา 23.00 น. โดยต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 720 เยน

นอกจากนี้เเล้ว ทางฝั่งทิศใต้ของสถานีรถไฟซัปโปโร ยังเป็นที่ตั้งของช็อปปิ้งเซนเตอร์ ซึ่งบนชั้นที่ 10 นั้นจะเป็นที่ตั้งของศูนย์อาคารซัปโปโร ราเมง รีพลับบิค ซึ่งจะมีร้านราเมงเล็กๆ กว่า 8 ร้าน ซึ่งเเต่ละร้านนั้นจะมีเมนูราเมงประจำถิ่นฮอกไกโดที่มีความโด่งดังในรสชาติของความอร่อย เเละภายในอาคารเเห่งนี้ก็ยังมีเเหล่งจำหน่วยสินค้าอีกมากมายหลายอย่าง จนกลายเป็นเเหล่งช็อปปิ้งชื่อดังเลยก็ว่าได้ของซัปโปโร โดยตัวอาคารเเห่งนี้ เปิดในเวลา 11.00 น. ถึง 22.00 น. ของทุกวัน ส่วนการเปิดปิดเเต่ละร้านในอาคารจะเเตกต่างกันออกไป

ชื่อสถานที่ : สถานีรถไฟซัปโปโร (Sapporo Station)
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน

  • ศูนย์การค้า เวลา 10.00 – 21.00 น.
  • ร้านอาหาร เวลา 11.00 – 21.30 น.
  • จุดชมวิว T38 เวลา 10.00 – 23.00 น.

การเดินทาง : JR Hakodate Line, JR Gakuentoshi Line, JR Chitose, Namboku Subway Line, Toho Subway Line ทั้งหมดลงสถานี Sapporo
แผนที่ Google Map : https://goo.gl/maps/dTZm1Ko1q5tfYjJ2A


หอนาฬิกาซัปโปโร

หอนาฬิกาซัปโปโร เป็นอีกหนึ่งในอาคารที่มีความเก่าเเก่เป็นอย่างมากของเมืองซัปโปโรเเละของภูมิภาคฮอกไกโด โดยมันตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของ วิทยาลัยเกษตรซัปโปโร เเละเป็นอีกหนึ่งในจุดท่องเที่ยวสำคัญของเมืองซัปโปโร เเต่นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะไม่ค่อยนิยมไปชมความสวยงามของอาคารเเห่งนี้มากนัก โดยอาคารเเห่งนี้นั้นสร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ส.1878 ซึ่งเป็นห้วงเวลาในการพัฒนาภูมิภาคฮอกไกโดในระยะเเรกๆ ทำให้ตัวอาคารทั้งหมดที่สร้างในยุคนั้นมีกลิ่นอายของความเป็นอเมริกัน เเละเป็นสถาปัตยกรรมในยุคเมจิที่มีความสวยงามเเละมีเสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง

ความโดดเด่นของหอนาฬิกาซัปโปโร อยู่ในส่วนของตัวเรือนนาฬิกาที่มีการสั่งซื้อมาจากเมืองบอสตันในสหรัฐอเมริกา เเละนำมาติดตั้งที่นี่ ถือว่าเป็นหอนาฬิกาเเรกในภูมิภาคฮอกไกโดเลยก็ว่าได้ เเต่เดิมนั้นพื้นที่ของอาคารเเห่งนี้ใช้เป็นสำนักงานทางราชการ ก่อนจะมีการปรับเปลี่ยนหลายต่อหลายครั้งเเละล่าสุดนั้นได้เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดเเสดงเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของฮอกไกโด เเละการก่อสร้างสถานที่ต่างๆ ในยุคเเรก โดยทางด้านของชั้นที่สองในตัวพิพิธภัณฑ์นั้นจะเเสดงเรื่องราวเกี่ยวกับนาฬิกา เเละยังมีห้องโถงที่ปัจจุบันเอาไว้ใช้ในการจัดพิธีสำคัญๆ ต่างๆ อีกด้วย

ตัวอาคารของหอนาฬิกาซัปโปโร นั้นเป็นอาคารไม้สีขาวที่มีงดงามเเละโดดเด่นเป็นอย่างมากในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะตกลงมา ทำให้เป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมมาถ่ายภาพในช่วงฤดูหนาวเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งสถานที่เเห่งนี้จะเปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 08.45 น. จนถึงเวลา 17.10 น. โดยจะปิดทุกวันจันทร์ที่ 4 ของทุกเดือน เเละวันที่ 29 ธันวาคม ถึง 3 มกราคม ของทุกปี โดยต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 200 เยน

ชื่อสถานที่ : หอนาฬิกาซัปโปโร (Sapporo Clock Tower)
เว็บไซต์ : sapporoshi-tokeidai.jp/english
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 08.45 – 17.10 น.
ค่าเข้าชม
: คนละ 200 เยน

การเดินทาง :

  • JR Hakodate Line, JR Gakuentoshi Line, JR Chitose, Namboku Subway Line, Toho Subway Line ทั้งหมดลงสถานี Sapporo แล้วเดินเท้า 10 นาที
  • Namboku Subway Line, Tozai Subway Line, Toho Subway Line ลงสถานี Odori ต่อด้วยเดินเท้า 1 บล็อค ใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น

แผนที่ Google Map : https://goo.gl/maps/VGT5LPNw7yhd3QM17


สวนสาธารณะโอโดริ

สวนโอโดริ, ซัปโปโร โดย SeanPavone (envato)

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับเเลนด์มาร์คเช่นกัน เพราะมันตั้งอยู่ใจกลางเมือง โดยมีเเนวคิดในการสร้างเหมือนกับเซ็นทรัลพาร์คที่มหานครนิวยอร์ก เเละเป็นกึ่งกลางที่เเบ่งเมืองออกเป็นสองส่วนด้วยกัน ทั้งในส่วนของฝั่งทางทิศเหนือ เเละทิศใต้ ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่ รวมทั้งมีลานจอดรถที่มีขนาดความยาวถึง 1 กิโลเมตรครึ่งเลยทีเดียว จึงกลายมาเป็นอีกจุดท่องเที่ยวหลัก เพราะมันตั้งอยู่ใจกลางสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากมาย ในตัวเมืองซัปโปโร

สวนโอโดริ, ซัปโปโร โดย SeanPavone (envato)

ด้วยความที่สวนสาธารณะโอโดรินั้น กินอาณาบริเวณถึง 12 บล็อกด้วยกัน ทำให้ในช่วงเวลาปกตินั้นจะทำหน้าที่เป็นสวนสาธารณะประจำเมืองที่มีความสำคัญ เพราะมีสีเขียวสวยงามเป็นอย่างมาก โดยทางด้านของด้านทิศตะวันออกนั้นจะโดดเด่นมาเเต่ไกล เพราะเป็นจุดที่ตั้งของ Sapporo TV Tower ที่มีความสูงกว่า 150 เมตร เเละด้านบนจะเป็นจุดชมวิวที่มีความสวยงามเเละเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว (มีค่าเข้าชม) ยิ่งในช่วงเวลากลางคืนนั้นจะมีความสวยงามด้วยเเสงไฟที่สวยงาม

ซัปโปโร ทีวี ทาวเวอร์, สวนโอโดริ, ซัปโปโร โดย trip

นอกจากนี้ ความสำคัญของสวนสาธารณะโอโดริ คือ ในช่วงฤดูหนาวบริเวณเเห่งนี้ จะถูกใช้เป็นพื้นที่ของการจัดงานเทศกาลหิมะซัปโปโร เป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก เเละเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นเองเเละชาวต่างชาติ ทำให้เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งได้รับความนิยมเเละเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองหลวงของฮอกไกโดเเห่งนี้อีกด้วย โดยที่นี่เปิดให้เข้าชมทุกวัน เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ชื่อสถานที่ : สวนสาธารณะโอโดริ (Odori Park)
เว็บไซต์ : tv-tower.co.jp/en
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน

  • สวนสาธารณะโอโดริ เปิด 24 ชั่วโมง
  • Sapporo TV Tower เวลา 09.00 – 22.00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย เวลา 21.50 น.)

ค่าเข้าชม :

  • สวนสาธารณะโอโดริ เข้าชมฟรี 
  • Sapporo TV Tower มีค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 1,000 เยน, เด็ก อายุ 6-15 ปี 500 เยน, เด็ก อายุ 0-5 ปี เข้าฟรี

การเดินทาง :

  • JR Hakodate Line, JR Gakuentoshi Line, JR Chitose, Namboku Subway Line, Toho Subway Line ทั้งหมดลงสถานี Sapporo แล้วเดินเท้าอีก 10 นาที
  • Namboku Subway Line, Tozai Subway Line, Toho Subway Line ลงสถานี Odori ใช้ทางออกหมายเลข 27

แผนที่ Google Map : https://goo.gl/maps/cTscZPivs19KpB9C8


ตลาดนิโจ

ตลาดนิโจ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร เเละเป็นอีกหนึ่งเเหล่งท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจเเละน่ามาเดินเล่นเที่ยวชม โดยมีอาณาบริเวณครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1 บล็อค เเละมีสินค้ามากมาย ซึ่งส่วนใหญ่เเล้วจะเป็นอาหารทะเลที่มีหลากหลายชนิดให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเลือกหากัน โดยตลาดเเเห่งนี้มีความพิเศษตรงมันเป็นตลาดที่ชาวเมืองซัปโปโรใช้บริการจับจ่ายใช้สอยอาหารทะเลต่างๆ ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของวิถีชีวิตประจำวันของชาวเมืองซัปโปโร นับว่าเป็นอีกหนึ่งในตลาดท้องถิ่นที่มีมนต์เสน่ห์เเละน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ตลาดนิโจนั้นก่อตั้งมาตั้งเเต่ปี ค.ศ. 1903 มีความเก่าเเก่ เเละมีกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมในสมัยเมจิอย่างมากมาย โดยมีสินค้าทางทะเลเป็นอาหารทะเลสดๆ ที่มีความน่าสนใจอย่าง หอยเม่นทะเล, ไข่ปลาแซลมอน, ปู เเละปลาทะเลสดๆ นานาชนิด ถึงเเม้ว่าคุณจะไม่สามารถซื้อกลับไปได้ เเต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจ หากจะมาสัมผัสกับความคึกคักของตลาดเเห่งนี้ เเละเป็นอีกจุดที่สามารถมาชมวิถีชีวิตปกติของชาวญี่ปุ่นได้อีกด้วย

ตลาดนิโจเปิดบริการ เวลา 07.00 – 18.00 น. ร้านอาหารเปิด เวลา 07.00 – 21.00 น. โดยเวลาเปิดปิดของเเต่ละร้านนั้นก็จะมีความเเตกต่างกันออกไป เเละที่น่าสนใจก็คือมีร้านอาหารอยู่หลายร้านที่มีเมนูเป็นอาหารทะเล จึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวในการมาลิ้มลองรสชาติ โดยจะอยู่บริเวณตรอกเเคบๆ ที่ชื่อว่า ‘Noren Yokocho’ โดยมีร้านตั้งเรียงรายกันอยู่อย่างมากมายหลายร้าน เเละมีเมนูที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างยิ่งอย่าง Uni ikura donburi ซึ่งจะมีลักษณะเป็นข้าวที่เสิร์ฟมาพร้อมกับหอยเม่นทะเลและไข่ปลาแซลมอน รสชาติอูมามิ อร่อยแสงออกปาก

ชื่อสถานที่ : ตลาดนิโจ (Nijo Market)
เว็บไซต์ : sapporo.travel/th/spot/feature/sapporo-nijo
เวลาทำการ : อาจแตกต่างไปตามแต่ละร้าน

  • ตลาดนิโจ เวลา 07.00 – 18.00 น.
  • ร้านอาหาร เวลา 07.00 – 21.00 น.

การเดินทาง : Tozai Subway Line ลงสถานี Bus Center Mae ใช้ทางออก 3 เมื่อเดินขึ้นมาเจอแยกเลี้ยวซ้าย แล้วเดินตรงไปอีก 2 บล็อคถึงเลย
แผนที่ Google Map : https://goo.gl/maps/6meKwPcaEa7LswkP8


พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร

พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะในอดีตนั้น เมืองซัปโปโรนั้นเป็นแหล่งผลิตเบียร์เเห่งเเรกของญี่ปุ่น เเละมีความเก่าแก่เป็นอย่างยิ่ง เพราะเริ่มมีการกลั่นเบียร์มาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1877 เเละทำให้เบียร์ที่ผลิตในฮอกไกโดเป็นที่นิยมกันอย่างมากในญี่ปุ่นเเละมีการขยายออกไปขายยังทั่วโลกอีกด้วย จึงทำให้มีการสร้างพิพิธภัณฑ์เเห่งนี้ขึ้นมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการผลิตเบียร์ฮอกไกโดนั่นเอง

โดยพิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโรนั้นเริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยว เเละผู้สนใจ เข้าชมเมื่อปี ค.ศ. 1987 โดยใช้อาคารเก่าที่เคยเป็นโรงกลั่นเบียร์ตั้งเเต่สมัยเมจิมาปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ ทำให้มีบรรยากาศที่ดีเป็นอย่างยิ่ง เเละมีมนต์เสน่ห์เเห่งการเป็นพิพิธภัณฑ์เบียร์อย่างสมบูรณ์ โดยภายในนั้นจะมีการจัดเเสดง เเละบอกเล่าเรื่องราวของการผลิตเบียร์ ตั้งเเต่กระบวนการเเรกจนถึงกระบวนการสุดท้าย ประวัติความเป็นมาในการผลิตเบียร์ของโลก เเละของญี่ปุ่น เเถมด้วยการเชิญชวนให้ผู้เข้าชมได้ทดลองชิมเบียร์ที่ผลิตในฮอกไกโดนั่นเอง โดยทั้งหมดนั้นจะมีการอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่

นอกจากนี้เเล้วบริเวณรอบๆ ของพิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร จะมีร้านอาหารตั้งอยู่อีกด้วย คือ ร้านการ์เดน กริล เเละ เก็นชิ คัน ฮอลล์ ซึ่งจะจำหน่ายทั้งอาหารเครื่องดื่ม เเละที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ เบียร์ ซึ่งจะเป็นเมนูที่น่ากินอย่างยิ่งกับบาร์บีคิวเนื้อแกะ ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นยอดนิยมเมื่อกินร่วมกับเบียร์เเล้วนับว่าเป็นรสชาติชั้นเลิศเลยทีเดียว นับว่าเป็นอีกเมนูที่น่าชิมเป็นอย่างยิ่ง โดยที่นี่จะเปิดให้ชมเวลา 10.30 น. จนถึงเวลา 18.30 น. (ปิดทุกวันจันทร์) ถือว่าเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ชื่อสถานที่ : พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Museum)
เว็บไซต์ : sapporobeer.jp/english
เวลาทำการ : เปิดบริการเวลา 11.00 – 18.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

การเดินทาง
:

  • ใช้บริการของรถบัสสาย Loop 88 Factory Line โดยขึ้นจากป้ายหน้าสถานี Odori หรือหน้าห้าง Seibu Department Store ใกล้กับสถานี Sapporo ก็ได้เช่นกัน โดยรถบัสจะออกทุกๆ 20 นาที ค่าโดยสาร 210 เยน/คน
  • JR Chitose Line ลงสถานี Naebo ใช้ทางออก North Exit แล้วเดินเท้าประมาณ 800 เมตร

แผนที่ Google Map : https://goo.gl/maps/PwBo8sJCGeaa4jcZ7


สวนนากาจิมะ

สวนนากาจิมะ เป็นอีกหนึ่งสวนสวยที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองซัปโปโร โดยมีเเม่น้ำคาโมะ-คาโมะ ซึ่งเป็นเเม่น้ำสาขาของเเม่น้ำโตโยโอฮิระไหลผ่านในสวนเเห่งนี้ จัดเป็นสวนขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองซัปโปโร ทำให้บรรยากาศนั้นมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางสวนเเห่งนี้เลยทีเดียว เเถมยังเป็นที่ตั้งของ Sapporo Concert Hall อีกด้วย พร้อมกับรอบๆ สวนเเห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยอาคารสูงหลายหลังด้วยกัน ทำให้บรรยากาศเปรียบเหมือนป่าใจกลางเมืองเลยก็ว่าได้

โดยภายในสวนนากาจิมะนั้น มีจุดที่น่าสนใจหลายต่อหลายจุดด้วยกัน ทั้งในส่วนของ Sapporo Concert Hall  ซึ่งตั้งอยู่ทางประตูทิศตะวันตก นั้นก็เป็นอาคารที่มีความทันสมัยเป็นอย่างยิ่ง สามารถจุผู้คนได้มากกว่า 2,000 คน เเละมีออร์แกนแบบท่อลมขนาดยักษ์ที่มีจำนวนเกือบ 5,000 ท่อ พร้อมกับเป็นสถานที่เเสดงคอนเสิร์ตของวง ซัปโปโร ซิมโฟนี ออร์เคสตร้า อีกด้วย ส่วนทางด้านของอาคารโฮเฮคัน ก็เป็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานที่ลงตัวเเละสวยงามเป็นอย่างมาก โดยสร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1880 ปัจจุบันนั้นใช้เป็นร้านอาหาร เเละสถานที่จัดงานเเต่งงาน ซึ่งถือว่าเป็นอาคารไม้เเห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ยังใช้ในการจัดงานเเต่งอยู่ เเละถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของชาติอีกด้วย

นอกจากนี้เเล้วภายในสวนนากาจิมะแล้ว ยังมีอีกหนึ่งจุดที่มีความสวยงามหลายต่อหลายจุดอย่างที่ หอดูดาวซัปโปโร นั้นก็นับว่าเป็นอีกเเห่งที่มีความสวยงาม และน่ามาชมเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเป็นสถานที่เผยเเพร่ความรู้ของดาราศาสตร์ เเละเปิดให้ดูดาวได้อีกด้วย นับว่าเป็นสวนที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่ได้มาเยือนเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีความสวยงาม เเละมีจุดน่าสนใจมากมายหลายจุดด้วยกัน

ชื่อสถานที่ : สวนนากาจิมะ (Nakajima Park)
เว็บไซต์ : sapporo.travel/en/nakajima_park
เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 24 ชั่วโมง
การเดินทาง : Namboku Subway Line ลงสถานี Nakajimakoen ใช้ทางออก 3
แผนที่ Google Maps : https://goo.gl/maps/wdQbR945ZQkjS9uj6


อาคารที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด

นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับเเลนด์มาร์คอีกเเห่งของเมืองซัปโปโร โดยตั้งอยู่บริเวณเดียวกับสวนโอโดริ ซึ่งเป็นจุดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากมายหลายเเห่งตั้งอยู่ โดยอาคารเเห่งนี้เป็นอาคารหลังเเรกๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงเวลาของการพัฒนาภูมิภาคฮอกไกโดในช่วงเวลาเเรกๆ เมื่อร้อยกว่าปีมาเเล้ว โดยเป็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมในสมัยเมจิที่มีความสวยงาม เเละมีสไตล์ที่คล้ายคลึงกับสถานีรถไฟโตเกียว เพราะมีการใช้อิฐสีเเดงในการก่อสร้างเหมือนกัน โดยเริ่มเเรกนั้นใช้เป็นที่ทำการของรัฐบาลท้องถิ่นฮอกไกโด เเละเป็นอาคารสำหรับหน่วยงานราชการมาอย่างยาวนาน ก่อนที่จะมีการสร้างอาคารรัฐบาลใหม่ขึ้นมาเเทนที่ อาคารเเห่งนี้จึงยุติบทบาทเเละเป็นเพียงพิพิธภัณฑ์เเละหอสมุกที่เก็บบันทึกทางราชการในปัจจุบันเท่านั้น

อาคารที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด สร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1888 โดยเป็นอาคารไม่กี่หลังในยุคนั้นของญี่ปุ่นที่มีขนาดใหญ่โตเเละหรูหราเป็นอย่างมากด้วยการตกเเต่งที่สวยงาม ซึ่งด้านหน้านั้นนักท่องเที่ยวจะพบกับสัญลักษณ์ดาวห้าแฉก เเละธงรูปดาวเจ็ดแฉก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองซัปโปโร เเละฮอกไกโด พร้อมกันนี้บริเวณรอบๆ ยังรายล้อมไปด้วยสวนหย่อมที่ให้ความร่มรื่น เเละมีการปลูกตนซากุระเรียงรายสลับกับต้นเเปะก๊วยไว้อีกด้วย

นักท่องเที่ยวนั้นสามารถเข้ามาชมความสวยงามของอาคารที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโดได้ทั้งภายนอก เละภายใน ซึ่งนับว่าเป็นจุดยอดนิยมในการมาถ่ายภาพของบรรดานักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนซัปโปโรโดยสามารถเข้าชมได้ฟรีทุกวัน โดยภายในอาคารนั้นเปิดให้เข้าชมในเวลา 08.45 น. ถึงเวลา 18.00 น. ส่วนทางด้านของสวนหน้าอาคารนั้นเปิดในเวลา 07.00 น. จนถึงเวลา 21.00 น.

ชื่อสถานที่ : อาคารที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด (Hokkaido Government Office)
เว็บไซต์ : pref.hokkaido.lg.jp/foreign
เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.45 – 17.30 น. (ปิดเสาร์-อาทิตย์)
ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
การเดินทาง : JR Hakodate Line, JR Gakuentoshi Line, JR Chitose, Namboku Subway Line, Toho Subway Line ทั้งหมดลงสถานี Sapporo ใช้ทางออก North West 2 ฝั่งตรงข้ามห้าง miredo แล้วเดินต่อนิดเดียวถึง
แผนที่ Google Maps : https://goo.gl/maps/rxde7CGV51ytEyRt7


สวนพฤษศาสตร์มหาวิทยาลัยฮอกไกโด

สวนพฤษศาสตร์มหาวิทยาลัยฮอกไกโด เป็นสวนที่มีความสวยงาม ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร เเละเป็นอาณาเขตของมหาวิทยาลัยฮอกไกโด โดยเเต่เดิมนั้นเคยเป็นส่วนหนึ่งของป่าอิชิคาริ ที่เป็นป่าสนที่มีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก จึงกลายเป็นอีกหนึ่งในจุดที่น่ามาท่องเที่ยว นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่ามาเที่ยวชมอีกแห่งก็ว่าได้

ภายในสวนพฤษศาสตร์มหาวิทยาลัยฮอกไกโดนั้น มีความน่าสนใจจากสนามหญ้าสีเขียวที่มีความสวยงามเเละโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง ทำให้มีชาวซัปโปโรมาใช้เป็นพื้นที่ในการพักผ่อนหย่อนใจ และมาปิกนิกกันอย่างมากมาย นอกจากนี้เเล้วก็ยังมีสวนต้นสน ที่มีความสวยงามร่มรื่นเเละเป็นอีกจุดที่มีมนต์เสน่ห์ทำให้สวนเเห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวอย่างยิ่ง ส่วนทางด้านของเรือนกระจกภายในสวนเเห่งนี้ก็ถือว่ามีความสวยงามเเละมีพันธุ์พืชต่างๆ ที่งดงาม เเละน่าสนใจ

นอกจากนี้เเล้วในสวนพฤษศาสตร์มหาวิทยาลัยฮอกไกโด ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ไอนุ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่บอกเล่าเรื่องราวของชนพื้นเมืองของฮอกไกโดอย่างชาวไอนุ โดยมีการจัดเเสดงข้าวของ เเละเรื่องราวของพวกเขาอย่างน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยสวนเเห่งนี้จะเปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 16.30 น. โดยในช่วงเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนจะปิดในเวลา 16.00 น. เเละปิดทำการในช่วงวันที่ 4 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 28 เมษายน ของทุกปี โดยต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 400 เยน

ชื่อสถานที่ : สวนพฤษศาสตร์มหาวิทยาลัยฮอกไกโด (Botanic Garden Hokkaido University)
เว็บไซต์ : hokudai.ac.jp/foreign
เวลาทำการ : แบ่งเป็น 2 ฤดูกาล แนะนำให้เช็คกับเว็บไซต์โดยตรง เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลง

ฤดูร้อน (วันที่ 29 เมษายน – 3 พฤศจิกายน) **ปิดทุกวันจันทร์**

  • วันที่ 29 เมษายน – 30 กันยายน เปิดบริการเวลา 09.00 – 16.30 น. (รอบสุดท้าย เวลา 16.00 น.)
  • วันที่ 1 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน เปิดบริการเวลา 09.00 – 16.00 น. (รอบสุดท้าย เวลา 15.30 น.)

ฤดูหนาว (วันที่ 4 พฤศจิกายน – 28 เมษายน) **ปิดทุกวันอาทิตย์** 

  • วันธรรมดา เปิดบริการเวลา 10.00 – 15.30 น. (รอบสุดท้าย เวลา 15.00 น.)
  • วันเสาร์ เปิดบริการเวลา 10.00 – 12.30 น. (รอบสุดท้าย เวลา 12.00 น.)
  • ***หมายเหตุ ปิดทำการวันที่ 28 ธันวาคม – 28 เมษายน 2023

ค่าเข้าชม :

  • ฤดูร้อน – ผู้ใหญ่ 420 เยน, เด็ก อายุ 7-15 ปี 300 เยน, เด็ก อายุ 0-6 ปี เข้าฟรี
  • ฤดูหนาว – ผู้ใหญ่ (อายุ 7 ปีขึ้นไป) 120 เยน, เด็ก อายุ 0-6 ปี เข้าฟรี

การเดินทาง :

  • JR Hakodate Line, JR Gakuentoshi Line, JR Chitose, Namboku Subway Line, Toho Subway Line ทั้งหมดลงสถานี Sapporo ใช้ทางออกทิศใต้ตะวันตกตรงห้าง Arty 45 แล้วเดินต่ออีก 3 บล็อค
  • Tozai Subway Line ลงสถานี Nishi juitchome ทางออก 4 แล้วเดินต่อประมาณ 3 บล็อคเช่นกัน

แผนที่ Google Maps : https://goo.gl/maps/76Ly9PNVXRkVNqJF9


พิพิธภัณฑ์เมืองซัปโปโร

พิพิธภัณฑ์เมืองซัปโปโร เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองซัปโปโร ตั้งอยู่ที่ปลายสุดของสวนโอโดริฝั่งตะวันตก ซึ่งอยู่ตรงข้ามกันพอดีกับซัปโปโรทาวเวอร์ ทำให้เป็นอีกหนึ่งในจุดท่องเที่ยวซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมกันได้อย่างต่อเนื่องในบริเวณเเห่งนี้ เเละด้วยความโดดเด่นสวยงามของงานสถาปัตยกรรมในยุคเมจินั้นก็ทำให้อาคารเเห่งนี้ได้รับความนิยมจากผู้มาเยือนในการมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันเป็นประจำเลยก็ว่าได้

เเต่เดิมนั้น อาคารของพิพิธภัณฑ์เมืองซัปโปโรนั้น ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็นศาลอุทธรณ์ประจำเมือง ที่ใช้สำหรับการจัดการในเรื่องคดีความต่างๆ ของเขตฮอกไกโด ก่อนที่วันเวลาผ่านไปจะเปลี่ยนอาคารเก่าเเก่เเห่งนี้มาเป็นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจัดเเสดงความเป็นมาเเละข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในยุคเริ่มต้นของเมืองซัปโปโร ทำให้ผู้ที่ได้เข้ามาชมได้เห็นถึงการวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในกาลก่อนเริ่มก่อตั้งเมืองเเห่งนี้ว่าเป็นอย่างไร โดยมีการเเสดงถึงประวัติความเป็นมาของเมืองเเห่งนี้เอาไว้อย่างครบถ้วน ผ่านเทคโนโลยีในการนำเสนออันทันสมัย

อีกจุดที่มีความโดดเด่นของพิพิธภัณฑ์เมืองซัปโปโรก็คือ ในส่วนของห้องจำลองศาลที่ใช้ห้องจริงซึ่งได้รับการอนุรักษ์เอาไว้อย่างดี เเละเเสดงการจำลองถึงขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมของญี่ปุ่นในอดีตอีกด้วย โดยที่นี่เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันตั้งเเต่เวลา 09.00 น. จนถึงเวลา 19.00 น. โดยปิดทุกวันจันทร์ นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในเขตตัวเมืองซัปโปโรที่มีความน่าสนใจเเละน่ามาเที่ยวชม

ชื่อสถานที่ : พิพิธภัณฑ์เมืองซัปโปโร (Sapporo Shiryokan)
เว็บไซต์ : s-shiryokan.jp (ภาษาญี่ปุ่น)
แผ่นพับออนไลน์ : Foreign Language Leaflets
เวลาทำการ : เปิดบริการเวลา 09.00 – 19.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)
ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
การเดินทาง : Tozai Subway Line ลงสถานี Nishi juitchome ทางออก 1 แล้วเดินต่อประมาณ 2 บล็อค
แผนที่ Google Maps : https://goo.gl/maps/UqDWpfkYXKVGKZJQ6


ตลาดโจไก และศูนย์กลางตลาดขายส่งเมืองซัปโปโร

เป็นหนึ่งในตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองซัปโปโร โดยมีร้านค้าเเละร้านอาหารตั้งเรียงรายไปตลอดเเนวกว่า 80 ร้าน ทำให้เป็นอีกหนึ่งในจุดที่มีชาวเมืองซัปโปโรให้ความนิยมไปเลือกซื้อหาสินค้า เเละรับประทานอาหารกันอย่างมากมาย รวมทั้งเป็นอีกจุดท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจ เเละน่ามาเที่ยวชมอีกเเห่งของเมืองซัปโปโร เเม้ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะไม่ค่อยรู้จักก็ตาม

ร้านค้าต่างๆ ในตลาดโจไกนั้น ส่วนใหญ่เเล้วจะจำหน่ายอาหารทะเล หรือผลิตภัณฑ์จากทะเลเป็นหลัก รวมทั้งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่สำคัญของฮอกไกโด ทั้งผัก เเละผลไม้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก โดยมีทั้งในส่วนของ เเตงโม ข้าวโพด เเละที่น่าสนใจคือมันฝรั่งที่จะมีจำหน่ายตามเเต่ละฤดูกาล ในราคาที่ไม่เเพงเเต่อย่างใดเลยทีเดียว ส่วนอาหารทะเลนั้นก็มีทั้งในส่วนของหอยเชลล์ ปลาหมึก ไข่ปลาแซลมอน หอยเม่นทะเล เเละปูต่างๆ พร้อมกับผลิตภัณฑ์ทางทะเลอีกมากมายหลายชนิดด้วยกัน

จุดที่น่าสนใจอีกอย่างของตลาดโจไก คือ ร้านอาหารที่มีเมนูท้องถิ่นจำนวนมากมายหลายเมนูด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่เเล้วจะเป็นอาหารทะเลที่มีรสชาติดี โดยเฉพาะเมนูดอมบูริ นั้นก็เป็นเมนูท้องถิ่นที่มีความอร่อย เเละมีชื่อเสียงอย่างมากของฮอกไกโด โดยจะเป็นการนำอาหารทะเลสดๆ มาเสิร์ฟพร้อมกับข้าว ร้านค้าส่วนใหญ่ในตลาดเเห่งนี้จะเปิดในเวลา 06.00 น. จนถึงเวลา 17.00 น. ส่วนเวลาเเน่นอนของเเต่ละร้านนั้นจะมีความเเตกต่างกันออกไป

ชื่อสถานที่ : ตลาดโจไก และศูนย์กลางตลาดขายส่งเมืองซัปโปโร (Jokai Market & Sapporo Central Wholesale Market)
เว็บไซต์ : sapporo-market.gr.jp (ภาษาญี่ปุ่น) , sapporo.travel/th/spot/feature/sapporo-curb-market
เวลาทำการ : ตลาดโจไก เวลา 06.00 – 17.00 น. , ร้านอาหาร เวลา 07.00 – 17.00 น. (แตกต่างกันตามแต่ละร้าน)
การเดินทาง : Tozai Subway Line ลงสถานี Nijuyonken ทางออก 5 แล้วเดินต่อประมาณ 700 เมตร
แผนที่ Google Maps : https://goo.gl/maps/HtEoAk8MxrukFsPRA


ศาลเจ้าฮอกไกโด

ศาลเจ้าฮอกไกโด เป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญของภูมิภาคฮอกไกโด โดยตั้งอยู่ติดกับสวนมารุยามะ สร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1871 ในยุคที่เริ่มต้นสร้างเมืองซัปโปโรขึ้นมา โดนมีการอัญเชิญเทพเจ้ามาประทับทั้งหมด 4 องค์ด้วยกัน เพื่อทำให้เมืองซัปโปโร เเละภูมิภาคฮอกไกโดมีความเจริญรุ่งเรืองตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นในยุคนั้น เเละที่นี่ยังเป็นศาลเจ้าหลักของนิกายชินโตบนเกาะฮอกไกโดอีกด้วย ทำให้เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของเมืองเเห่งนี้

บริเวณศาลเจ้าฮอกไกโดนั้น มีบรรยากาศที่มีความเงียบสงบ เเละเต็มไปด้วยอาคารไม้ที่มีความเก่าเเก่ แสดงออกถึงสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณ มีกลิ่นอายของยุคสมัยเมจิเเฝงอยู่อย่างมากมาย เเละในส่วนของอาคารหลังกลางที่ใหญ่ที่สุดนั้นสร้างจากไม้มีความใหญ่โตโออ่า เต็มไปด้วยความสวยงามของงานสถาปัตยกรรม เเละศิลปกรรมที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ได้มาชมเป็นอย่างยิ่ง มีส่วนที่น่าสนใจหลายจุดด้วยกันทั้งในส่วนของประติมากรรมองค์เทพเจ้าทั้ง 4 องค์ ที่มีความสวยงามเเละอลังการงานสร้าง

โดยศาลเจ้าฮอกไกโดนั้น ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของการเป็นสถานที่สำหรับชมดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิที่มีความงดงามเเละน่าประทับใจเป็นอย่างมาก เเละในช่วงของฤดูร้อนจะมีการจัดเทศกาลซัปโปโร มัสซุริ ซึ่งจะมีขบวนเเห่ไปรอบเมืองเเละสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยจะจัดกันทุกวันที่ 14-16 มิถุนายนของทุกปี โดยศาลเจ้าเเห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

ชื่อสถานที่ : ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine)
เว็บไซต์ : hokkaidojingu.or.jp/eng
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 16.00 น.
ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
การเดินทาง : Tozai Subway Line ลงสถานี Maruyama Koen ใช้ทางออก 3 หรือทางออก 6 (ห้าง Maruyama Class) แล้วเดินต่ออีก 15 นาที
แผนที่ Google Maps : https://goo.gl/maps/FDRrySLqmg1NTTLS6


สวนสัตว์มารุยามะ

เป็นสวนสัตว์ประจำเมืองซัปโปโร เเละจังหวัดฮอกไกโด เป็นสวนสัตว์ขนาดใหญ่ เเละมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ตั้งอยู่ที่เชิงเขามารุยามะ ในตัวเมืองซัปโปโร ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งนึ่งของเมืองนี้ เเละได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นเอง เเละนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เมื่อมาเยือนเมืองซับโปโร

ภายในสวนสัตว์มารุยาม มีการเเบ่งออกเป็นหลายโซน ทั้งในส่วนของโซนวิวัฒนาการของสัตว์ ซึ่งเเสดงข้อมูลการวิวัฒนาการของสัตว์ต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ชม เเละได้ความรู้อีกด้วย ทางด้านของโซนนกนั้นก็จะเต็มไปด้วยนกมากมายหลากหลายพันธุ์ ในขณะที่โซนลิงนั้นได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมีลิงมากมายหลากหลายพันธุ์ โดยเฉพาะลิงหน้าเเดงที่ชอบเเช่น้ำร้อน ซึ่งเป็นพันธุ์เฉพาะถิ่นบนฮอกไกโดนั้นได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง ไม่เเพ้โซนหมีขั้วโลก ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน โดยมีทั้งหมีขั้วโลก หรือจะเป็นหมีสีน้ำตาล ทางด้านของโซนร้านค้า นั้นก็เต็มไปด้วยร้านค้าจำนวนมากที่จำหน่ายสินค้ามากมายหลายชนิดด้วยกัน เเละมีโซนสำหรับเด็กที่สามารถเข้าไปเล่นกับสัตว์บางชนิดได้อีกด้วย

นอกจากนี้สวนสัตว์มารุยามะ ยังมีสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งในส่วนของเเพนด้าเเดง ยีราฟ จิงโจ้ เเม้กระทั่งสิงโต รวมไปถึงหมาป่า เเละนกเพนกวินอีกด้วย โดยที่นี่จะเปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 16.00 น. ส่วนเดือนกุมพาพันธ์ จนถึงเดือนตุลาคม นั้นจะเปิดในเวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 17.00 น. โดยต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 800 เยน

ชื่อสถานที่ : สวนสัตว์มารุยามะ (Maruyama Zoo)
เว็บไซต์ : city.sapporo.jp/zoo/foreign
เวลาทำการ : เปิดบริการ เวลา 09.30 – 16.30 น. (ปิดทุกวันพุธ)
ค่าเข้าชม : คนละ 800 เยน
การเดินทาง : Tozai Subway Line ลงสถานี Maruyama Koen ใช้ทางออก 3 หรือทางออก 6 (ห้าง Maruyama Class) แล้วเดินต่ออีก 15 นาที
แผนที่ Google Maps : https://goo.gl/maps/F8Pg78MG5ZdjjN767


สวนดอกลาเวนเดอร์โฮโรมิโตเกะ

ตั้งอยู่ชานเมืองซัปโปโร ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงอย่างมากของเมืองซัปโปโร เเละได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวอยู่ตอลดทั้งปี โดยบริเวณเเห่งนี้มีจุดเด่นที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งจากการที่มีการปลูกดอกลาเวนเดอร์ไว้เป็นจำนวนมาก เเละในช่วงฤดูกาลหนึ่งก็จะผลิดอกสวยงามเป็นอย่างยิ่งด้วยสีม่วงตลอดทั้งสวน ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 5,000 ดอกเลยทีเดียว

ลักษณะของสวนดอกลาเวนเดอร์โฮโรมิโตเกะนั้นมีความสวยงามตรงที่มันตั้งอยู่จุดที่เป็นเนินเขาสูง ทำให้มีจุดที่สามารถชมความสวยงามของดอกลาเเวนเดอร์ไปพร้อมๆ กับการชมวิวทิวทัศน์ที่มีความสวยงามของเมืองซัปโปโร โดยมีจุดถ่ายภาพมากมายหลายจุดให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้ถ่ายภาพกันอย่างชัดเจนเเละสนุกสนาน รวมทั้งสามารเลือกซื้อหาผลิตภัณฑ์ที่เป็นของที่ระลึกซึ่งผลิตมาจากดอกลาเวนเดอร์ ทั้งในส่วนของน้ำมันหอมระเหยกลิ่นดอกลาเวนเดอร์ เเละโปสการ์ดจำนวนมากที่มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง

ช่วงเวลาที่เหมาะในการมาเที่ยวสวนดอกลาเวนเดอร์โฮโรมิโตเกะ จะอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม เพราะจะเป็นช่วงเวลาที่ดอกลาเวนเดอร์จะบานสะพรั่งสวยงามที่สุด เปิดให้เข้าชม เวลา 09.00 น. ถึง 17.00 น. ไม่มีค่าเข้าชม ส่วนใครขับรถไปจะมีค่าจอดรถตามช่วงเวลา 500-800 เยน

ชื่อสถานที่ : สวนดอกลาเวนเดอร์โฮโรมิโตเกะ (Horomitoge Lavender Garden)
เว็บไซต์ : yumekoubousatou.com/lavender (ภาษาญี่ปุ่น)

เวลาทำการ : ตลอดเดือนกรกฎาคม เวลา 09.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี มีค่าจอดรถยนต์ตามช่วงเวลา 500-800 เยน

การเดินทาง : Tozai Subway Line ลงสถานี Maruyama Koen เเล้วต่อเเท็กซี่จากหน้าสถานีไปยังสวน ประมาณ 1,500 เยน ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที
แผนที่ Google Maps : https://goo.gl/maps/MTSPzue5FCXXYEiWA


ภูเขาโมอิวะ

สำหรับภูเขาโมอิวะนั้น เป็นภูเขาที่มีความสวยงาม ถึงเเม้ว่าจะมีขนาดเล็ก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จากใจกลางเมืองซัปโปโร เป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งจากบรรดาชาวเมืองซัปโปโรเเละนักท่องเที่ยว ในการมาชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองเเห่งนี้ โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ตกดินนั้นเป็นถือเป็นช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมในการมาเที่ยวชม

การขึ้นมายังภูเขาโมอิวะ สามารถใช้บริการของกระเช้าซึ่งจะขึ้นไปที่ความสูง 3 ใน 4 ของความสูงภูเขา จากนั้นนักท่องเที่ยวต้องมาเปลี่ยนใช้บริการมินิเคเบิ้ลคาร์ เพื่อขึ้นไปยังสถานีบนยอดเขา ซึ่งบริเวณยอดเขานั้นจะมีดาดฟ้าสำหรับชมวิวทิวทัศน์ของเมืองซัปโปโรที่มีความสวยงามอีกด้วย เเละมีร้านอาหารไว้บริการอีกด้วย ทำให้เป็นอีกจุดที่มีนักท่องเที่ยวเเละชาวเมืองซัปโปโรขึ้นมาดื่มด่ำกับทัศนียภาพที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้เเล้วก็ยังมี อาคารที่เป็นท้องฟ้าจำลอง เเละมีโรงละครตั้งอยู่อีกด้วย นับว่ามีหลายจุดที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

รีสอร์ตบนภูเขาโมอิวะ ตั้งอยู่ที่ทางลาดด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของภูเขา ซึ่งเป็นที่นิยมของบรรดานักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองซัปโปโรเป็นอย่างมากอีกด้วย โดยที่ภูเขาเเห่งนี้เปิดให้ขึ้นมาชมทุกวันในเวลา 10.30 น. จนถึง 22.00 น. ส่วนทางด้านของธันวาคมถึงเดือนมีนาคม จะเปิดให้ขึ้นชมในเวลา 11.00 น. จนถึงเวลา 21.00 น. เเละปิดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ในช่วงเดือนเมษายน โดยต้องเสียค่าขึ้นกระเช้า 1,700 เยนต่อคน ซึ่งเป็นเเพ็คเกจรวมทั้งค่ากระเช้า เเละค่ามินิเคเบิ้ลคาร์เเบบไป-กลับ ส่วนทางด้านของค่ากระเช้าเเบบไป-กลับนั้นจะอยู่ที่เรท 1,100 เยนต่อคน เเละค่ามินิเคเบิ้ลคาเเบบไป-กลับ นั้นจะอยู่ที่ราคา 600 เยน

ชื่อสถานที่ : ภูเขาโมอิวะ (Moiwa Mountain)
การเดินทาง : เริ่มต้นจากสถานี Sapporo ขึ้น Subway Namboku Line ลงสถานี Susukino ใช้ทางออก 2 หรือ 4 แล้วข้ามถนนจะมีป้ายรถรางอยู่กลางถนน เพื่อใช้บริการของรถรางสาย Sapporo Streetcar Yamahana Line ขึ้นฝั่ง Outer Loop มุ่งหน้า Shiseikanshogakko-Mae Station (ป้ายสีส้ม) โดยมาลงที่ป้าย Ropeway Iriguchi จำนวน 12 สถานี โดยใช้เวลาประมาณ 25 นาที ค่าใช้จ่ายประมาณ 170 เยน เเล้วจะมีรถบัสรับ-ส่งฟรีระหว่างป้ายเเห่งนี้กับสถานีกระเช้าด้านล่าง โดยใช้เวลาเพียงเเค่ 5 นาทีเท่านั้น เเละรถจะออกทุกๆ 20 นาที
แผนที่ Google Maps : https://goo.gl/maps/bkFiY6UXC5uX6hFL9


โจซังเค ออนเซ็น

โจซังเค ออนเซ็น, ซัปโปโร โดย SeanPavone (envato)

โจซังเค ออนเซ็น ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติชิโกะซุ โทยะ โดยอยู่บริเวณช่วงหน้าผาสูงกับแม่น้ำโทโยฮิระ นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากชาวซัปโปโรเป็นอย่างมาก โดยใช้เวลาในการเดินทางออกมาจากใจกลางเมืองเพียงเเค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง เเละเป็นเมืองเเห่งออนเซ็นที่มีความสำคัญอย่างมากในภูมิภาคฮอกไกโด โดยภายในเมืองเเห่งนี้มีเรียวกังมากกว่า 12 เเห่ง เเละมีร้านค้าร้านอาหารมากมายที่เตรียมเอาไว้บริการนักท่องเที่ยว เเละในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนั้น สถานที่เเห่งนี้ได้รับความสนใจเเละนิยมอย่างมากในการมาชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสี โดยมีวัดอิวาโตะคันนอนโด เป็นอีกจุดที่น่ามาท่องเที่ยว โดยเป็นวัดในถ้ำที่มีความยาวกว่า 120 เมตรเลยทีเดียว เเละเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคันนอนถึง 33 องค์เลยทีเดียว

โจซังเค ออนเซ็น, ซัปโปโร โดย SeanPavone (envato)

เรียวกัง เเละห้องอาบน้ำต่างๆ ในโจซังเคออนเซ็น นั้นก็มีทั้งในส่วนของโรงแรมโชเงสึแกรนด์ ซึ่งเป็นห้องอาบน้ำที่มีขนาดใหญ่ โดยมีทั้งในร่มเเละกลางเเจ้ง ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพได้อย่างสวยงามเป็นอย่างยิ่ง โดยเสียค่าบริการครั้งละ 1,500 เยน เเต่หากจะพักค้างคืนในเรียวกังก็เสียค่าเข้าพัก 15,000 เยนต่อคน โดยจะรวมอาหาร 2 มื้อ เปิดบริการทุกวันเวลา 13.00 น. จนถึงเวลา 17.00 น. ทางด้านของโรงแรมซุนซูอิ นั้นก็เป็นห้องน้ำที่มีขนาดเล็กเเละมีความเป็นชนบทเป็นอย่างยิ่ง โดยมีห้องอาบน้ำกลางเเจ้งที่สามารถชมวิวความสวยงามของหุบเขาต่างๆ ได้เช่นกัน โดนเปิดให้บริการทุกวันเวลา 12.00 น. จนถึงเวลา 19.00 น. โดยเสียค่าเข้าใช้บริการคนละ 640 เยน เเละหากจะพักค้างคืนต้องเสียค่าบริการ 8,500 เยน

ห้องอาบน้ำอื่นๆ ที่น่าสนใจ ในโจซังเคออนเซ็นนั้น ก็มีทั้งในส่วนของโรงแรมโจซังเควิว ซึ่งเป็นโรงเเรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในย่านนี้ เเละมีห้องอาบน้ำหลายรูปเเบบ ที่มีความสวยงาม เเละมีความเเปลกเเหวกเเนวไม่เหมือนใคร โดยบางบ่อนั้นมีความน่าสนใจในเรื่องของกลิ่นที่มีความหอมเป็นอย่างยิ่ง โดยเปิดให้บริการทุกวันตั้งเเต่เวลา 10.00 น. จนถึงเวลา 15.00 น. เสียค่าบริการคนละ 1,500 เยน หรือหากจะเข้าพักค้างคืนก็เสียค่าบริการคนละ 6,000 เยน โดยมีอาหารสองมื้ออีกด้วย

ชื่อสถานที่ : โจซังเค ออนเซ็น (Jozankei Onsen)
เว็บไซต์ : jozankei.jp/en
การเดินทาง : ขึ้นรถบัสด่วนพิเศษ Kappa Line ที่ สถานีซัปโปโรบัสเทอร์มินอล (Sapporo Station Bus Terminal) ซื้อตั๋วที่ชานชาลา 12 คนละประมาณ 790 เยน (รถบัสหมายเลข 7 หรือ 8) รถออกชั่วโมงละ 2-3 คัน ใช้เวลาในการเดินทางมายังโจซังเคออนเซ็น 60 นาที 
แผนที่ Google Maps : https://goo.gl/maps/SCaPqBjNt1SF5mRL8

โจซังเค ออนเซ็น, ซัปโปโร โดย SeanPavone (envato)

โจซังเค ออนเซ็น, ซัปโปโร โดย SeanPavone (envato)


จุดชมวิว โอคุรายาม่า

จุดชมวิวโอคุรายาม่า หรือที่นักเล่นสกี นิยมเรียกกันว่า Okuayama Ski Jump (โอคุเอยาม่าสกีจั๊มพ์) นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองซัปโปโรที่มีความน่าสนใจเเละได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวเเละนักเล่นสกีเป็นอย่างมาก โดยการเดินทางขึ้นไปชมนั้นต้องใช้บริการของลิฟท์เก้าอี้ เพื่อขึ้นไปด้านบน โดยในฤดูกาลปกตินั้นบริเวณเเห่งนี้จะเป็นจุดชมวิวที่มีความสวยงามเพราะสามารถมองเห็นเมืองซัปโปโรในมุมสูงได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว ส่วนในฤดูหนาวนั้นที่นี่ก็จะเป็นจุดที่เอาไว้เล่นสกีซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

บริเวณจุดชมวิวโอคุรายาม่านั้นยังมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายจุดด้วยกันทั้งในส่วนของ พิพิธภัณฑ์กีฬาฤดูหนาวซัปโปโร ซึ่งจะเป็นการจัดเเสดงข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันโอลิมปิกกีฬาฤดูหนาวที่จัดขึ้นที่ซัปโปโรในปี 1972 เเละภายในนั้นจะมีเกมส์จำลองให้คุณได้เล่นอีกด้วยทั้ง กระโดดสกี สเก็ต และฮอกกี้ โดยจุดนี้จะเปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 18.00 น. โดยเสียค่าเข้าชม 600 เยน นับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

โดยทางด้านของจุดชมวิวโอคุรายาม่านั้น ถือว่ามีการเดินทางขึ้นไปเที่ยวชมที่มีข้อมูลน่าสนใจในเเต่ละฤดูกาล โดยเวลาเปิดปิดบริการของลิฟท์เก้าอี้ในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม จะอยู่ที่ช่วงเวลา 8.30 ถึง 18.00 น. ส่วนทางด้านของช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนเมษายน จะอยู่ในช่วงเวลา 9.00 นง จนถึง 17.00 น. ส่วนตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน จะเปิดตั้งเเต่เวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 21.00 น. โดยเสียค่าบริการไป-กลับ 500 เยนต่อคน

ชื่อสถานที่ : จุดชมวิวโอคุรายาม่า (Okuayama Ski Jump)
เว็บไซต์ : okurayama-jump.jp/en
แผ่นพับออนไลน์ : okurayama-jump (ภาษาไทย)
เวลาทำการ :

Okurayama Observation Lounge Lift

  • Green Season (29 เมษายน – 31 ตุลาคม) : เปิดเวลา 08.30 – 21.00 น.
  • Winter Season (1-28 เมษายน และ 1 พฤศจิกายน – 31 มีนาคม) : เปิดเวลา 09.00 – 17.00 น.

Sapporo Olympic Museum

  • Green Season (1 พฤษภาคม – 31 ตุลาคม) : เปิดเวลา 09.00 – 18.00 น.
  • Winter Season (1-30 เมษายน และ 1 พฤศจิกายน – 31 มีนาคม) : เปิดเวลา 09.00 – 17.00 น.

Observation Lounge Café Celeste

  • Green Season (29 เมษายน – 31 ตุลาคม) : เปิดเวลา 11.00 – 18.00 น.
  • Winter Season (1 พฤศจิกายน – 31 มีนาคม) : เปิดเวลา 11.00 – 17.00 น.

Sapporo Olympic Museum 3rd Floor Museum Shop

  • Green Season (29 เมษายน – 31 ตุลาคม) : เปิดเวลา 08.30 – 20.30 น.
  • Winter Season (1 พฤศจิกายน – 31 มีนาคม) : เปิดเวลา 09.00 – 16.30 น.

ค่าเข้าชม

Okurayama Observation Lounge Lift

  • ผู้ใหญ่ อายุ 13 ปีขึ้นไป : ไป-กลับ 1,000 เยน
  • เด็ก อายุ 12 ปีและต่ำกว่า : ไป-กลับ 500 เยน

Sapporo Olympic Museum

  • ผู้ใหญ่ อายุ 16 ปีขึ้นไป : ค่าเข้าชม 600 เยน
  • เด็ก อายุ 15 ปีและต่ำกว่า : เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

แบบแพ็คเกจ Lift + Museum

  • ผู้ใหญ่ อายุ 16 ปีขึ้นไป ราคา 1,200 เยน **แนะนำ**

การเดินทาง : Tozai Subway Line ลงสถานี Maruyama Koen ใช้ทางออก 2 หรือ 3 จะเจอ Maruyama Bus Terminal แล้วต่อบัส Kuramaru-go ลงป้าย Okuayama Ski Jump ใช้เวลา 15 นาที
แผนที่ Google Maps : https://goo.gl/maps/hmKtEVDgfeAfwnkx6


โรงงานช็อคโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ

โรงงานช็อคโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเเละน่ามาเที่ยวชม เป็นโรงงานของบริษัทอิชิยะ ซึ่งเป็นบริษัทในการผลิตคุกกี้ชื่อดังของฮอกไกโดเเละขนมญี่ปุ่น นามว่า ชิโรอิโคอิบิโตะ ซึ่งเป็นของฝากที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เเละนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ว่าจะมาท่องเที่ยวในญี่ปุ่นหรือมาเที่ยวซัปโปโร ก็ต้องไม่พลาดที่จะต้องซื้อกลับไปเป็นของฝากให้ได้ ถือว่าเป็นของดีของดังของฮอกไกโดเลยก็ว่าได้

สำหรับโรงงานช็อคโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะนั้น จะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมระบวนการผลิตคุกกี้ที่โด่งดังเเบรนด์นี้ โดยมันจะเป็นคุกกี้เนยสดที่สอดไส้ช็อกโกเเลตขาว มีรสชาติที่เเสนจะอร่อยเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้เเล้วก็มีพิพิธภัณฑ์ที่มีความน่าสนใจ เพราะมีข้อมูลของช็อคโกเเลตมากมายที่นำเสนอออกมา เเละมีการเปิดให้ผู้ที่มาเข้าชมได้ทดลองทำช็อคโกเเลตอีกด้วย เเละมีให้ลองทำคุกกี้รสชาติอร่อยอีกด้วย นับว่าเป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวเมื่อมาเยือนต่างประทับใจเป็นอย่างมาก พร้อมกันนี้ก็มีร้านค้าที่จำหน่ายทั้งในส่วนของช็อคโกเเลตหลากหลายรูปเเบบให้ซื้อหากลับไปเป็นของฝากกันอีกด้วย

ตัวอาคารของโรงงานช็อคโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะนั้น จะเป็นอาคารทรงยุโรปสไตล์เมจิที่มีความเก่าเเก่ เเละสวยงาม โดยในช่วงเวลากลางคืนจะมีการเปิดไฟส่องสว่าง สร้างความสะดุดตาและงดงามราวกับดวงดาว เเละใกล้ๆ กันนั้นก็ยังมีสนามชิโรอิโคอิบิโตะพาร์คที่เคยเป็นสนามของสโมสรฟุตบอลเจลีกอีกด้วย โดยสถานที่ท่องเที่ยวเเห่งนี้ เปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลาตั้งเเต่ 9.00 น. จนถึงเวลา 17.00 น. เเละเสียค่าเข้าชมคนละ 600 เยน

ชื่อสถานที่ : โรงงานช็อคโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park)
เว็บไซต์ : shiroikoibitopark.jp/th (ภาษาไทย)
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ อายุ 16 ปีขึ้นไป 800 เยน , เด็ก อายุ 4-15 ปี 400 เยน , เด็กอายุ 0-3 ปี เข้าชมฟรี
การเดินทาง : เริ่มต้นจากสถานี Sapporo ขึ้น Subway Namboku Line มุ่งหน้า Makomanai ลงสถานี Odori แล้วเปลี่ยนสายรถไฟ Subway Tozai Line ลงสถานี Miyanosawa (สถานีสุดท้ายเลย) เดินเท้า 7 นาที
แผนที่ Google Maps : https://goo.gl/maps/TMe5ykD5PSYy2jcX9


สกีรีสอร์ท เทเนะ

สำหรับสกีรีสอร์ทเทเนะนั้นว่ากันว่า เป็นลานสกีที่มีขนาดกว้างขวางเป็นอย่างมากในบรรดาลานสกีขนาดกลาง โดยตั้งอยู่ที่ชานเมืองซัปโปโร เเละใช้เวลาในการเดินทางมาจากตัวเมืองประมาณ 40 นาที นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งมีนักท่องเที่ยว เเละผู้ที่นิยมในการเล่นสกีเเวะเวียนมาใช้บริการกันเป็นอย่างยิ่ง โดยที่นี่จะเปิดให้บริการเเก่ผู้ที่สนใจในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาว ซึ่งมีลานสกีมากมายในฮอกไกโดที่เปิดบริการ เเละเป็นช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมในการมาเล่นสกีของชาวญี่ปุ่น

สกีรีสอร์ทเทเนะ นั้นนับว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีกิจกรรมมากมายทั้งจุดสำหรับเล่นสกีที่มีความน่าสนใจเเละท้าทายความสามารถเป็นอย่างยิ่ง โดยมีเส้นทางในการเล่นสกีที่หลากหลายเส้นทางด้วยกันทั้งในส่วนของเเบบที่มีความลาดชันน้อยๆ สำหรับเหล่าบรรดามือใหม่ เเละที่มีความลาดชันมากๆ สำหรับบรรดามืออาชีพ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในลานสกีที่มีนักสกีให้ความนิยมมาเที่ยวชมเเละมาเล่นสกีอย่างยิ่ง ส่วนห้องพักนั้นก็มีความสวยงามเเละสามารถรองรับการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี เเละมีเรทราคาที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

โดยกิจกรรมต่างๆ ในสกีรีสอร์ทเทเนะนั้น มีความน่าสนใจ นอกจากการเล่นสกีเเล้ว ก็ยังมีการฝึกสอนการเล่นสกี เเละกีฬาประเภทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกันอีกด้วย พร้อมกับมีบริการในการให้เช่าอุปกรณ์ต่างๆ โดยอย่างค่าเช่าอุปกรณ์เกี่ยวกับสกีจะอยู่ที่เรท 4,950 เยน ส่วนสโนว์บอร์ดนั้นจะอยู่ที่เรท 4,950 เยน เเละเสื้อผ้าสำหรับใส่เล่นกีฬาประเภทนี้จะอยู่ที่เรท 3,700 เยน โดยที่นี่จะเปิดในเวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 21.00 น. โดยต้องเสียค่าเช่าหลายเเบบทั้งเเบบเหมาทั้งวันอยู่ที่ 4,800 เยน ส่วน 4 ชั่วโมงอยู่ที่ 3,500 เยน เเละส่วน 6 ชั่วโมงอยู่ที่เรท 3,900 เยน เเละในช่วงกลางคืนตั้งเเต่เวลา 16.00 น. จนถึงเวลา 21.00 น. จะอยู่ที่เรท 1,800 เยน

อ่านเพิ่มเติม : แนะนำ สกีรีสอร์ท 2022 บนเกาะฮอกไกโด สวรรค์สำหรับนักสกี และสโนว์บอร์ด

ชื่อสถานที่ : สกีรีสอร์ทเทเนะ (Sapporo Teine)
เว็บไซต์ : sapporo-teine.com
เวลาทำการ : เปิดในฤดูกาลสกีเท่านั้น เวลา 09.00 – 16.45 น.
การเดินทาง : มี 2 ทางเลือก คือ

  • ขึ้นบัสจากสถานีซัปโปโร ใช้บริการของ BIGRUNS BUS ขึ้นรถได้ที่ Kamori Building 3 ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น มีทั้งแพ็คเกจไป-กลับ ผู้ใหญ่ 5,600 เยน เด็ก 4,400 เยน, แพ็คเกจไป-กลับ+ตั๋วนั่งเก้าอี้ลิฟท์ 8 ชั่วโมง ผู้ใหญ่ 7,200 เยน เด็ก 4,700 เยน และแบบเที่ยวเดียว ผู้ใหญ่ 2,800 เยน เด็ก 2,200 เยน
  • JR Hakodate Line จากสถานี Sapporo ลงสถานี Teine ออกประตูทางทิศใต้ แล้วต่อบัสสาย 70 ขึ้นรถที่ป้ายหมายเลข 3 ค่าโดยสาร 380 เยน ใช้เวลาเดินทางรวม 30 นาที เท่านั้น

แผนที่ Google Maps : https://g.page/sapporo-teine?share


คิโรโระ สกีรีสอร์ท

คิโรโระสกีรีสอร์ท เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เเสดงออกถึงความเป็นฮอกไกโดอย่างเเท้จริง เพราะเป็นสถานที่สำหรับการเล่นสกีในฤดูหนาวที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากเลยทีเดียว โดยตั้งอยู่ในหมู่บ้านอะไกกาว่า ซึ่งจะใกล้ๆ กับเมืองโอตารุ โดยบริเวณเเห่งนี้จะมีความน่าสนใจเพราะจะมีเนื้อหิมะที่มีคุณภาพ เนื้อสีขาวละเอียดเป็นอย่างยิ่ง จนเหมือนกับเเป้งฝุ่น ทำให้สามารถเล่นสกีได้อย่างสนุกสนานเเละสร้างความประทับใจให้กับเหล่านักเล่นสกีเป็นอย่างยิ่ง เเถมยังเเวดล้อมไปด้วยทัศนียภาพที่มีความสวยงามของขุนเขาหลายเเห่งอีกด้วย

คิโรโระสกีรีสอร์ท ประกอบไปด้วยโรงเเรมหรูสองเเห่งด้วยกันคือ เดอะ คิโรโระ ซึ่งมีห้องพักมากกว่า 282 ห้องด้วยกัน ส่วนทางด้านของ เชอร์ราตัน ฮอกไกโด คิโรโระ รีสอร์ต มีห้องพักทั้งหมดจำนวน 140 ห้องด้วยกัน โดยเเวดล้อมไปด้วยบรรยากาศที่มีความสวยงามของเทือกเขาในหมู่บ้านอะไกกาวะ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่มีความสวยงามเป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว เเละมีความสวยงามในทุกฤดูกาลเยก็ว่าได้ ทั้งในฤดูกาลซากุระบานที่เเสนจะงดงาม เเละในส่วนของฤดูร้อนนั้นก็จะเต็มไปด้วยความสวยงามของทุ่งลาเวนเดอร์เเละดอกไม้ชนิดอื่นๆ อีกมากมาย

โดยนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเข้าพักที่คิโรโระสกีรีสอร์ท สามารถจองผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ ได้เลย โดยมีห้องพักให้เลือกหลายเเบบด้วยกัน เเละที่นี่ยังมีการสอนการเล่นสกีอีกด้วย เเละมีอุปกรณ์การเล่นสกีให้เช่าอีกด้วย โดยคำเเนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวในการจะไปเล่นสกีก็คือควรทำประกันภัยเอาไว้ล่วงหน้าอีกด้วย นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามเเละน่าสนใจมาเที่ยวชมอีกเเห่งของซัปโปโร

ชื่อสถานที่ : คิโรโระสกีรีสอร์ท (Kiroro Ski Resort)
เว็บไซต์ : kiroro.co.jp (มีภาษาอังกฤษ)
เวลาทำการ : วันที่ 3 ธันวาคม 2022 – 7 พฤษภาคม 2023 เวลา 09.00 – 16.45 น.
การเดินทาง :

  • เริ่มต้นจากสถานี Sapporo ขึ้น JR Hakodate Line หรือ JR Rapid Airport (ด่วน) ลงสถานี OtaruChikko แล้วต่อแท็กซี่ไปยัง KIRORO Resort
  • เริ่มต้นจากสนามบิน New Chitose Airport ขึ้น JR Rapid Airport (ด่วน) ลงสถานี OtaruChikko แล้วต่อแท็กซี่ไปยัง KIRORO Resort

แผนที่ Google Maps : https://goo.gl/maps/gYq9EYJHDjm38DpV6


ซัปโปโรโดม

ซัปโปโรโดม เป็นสนามกีฬาในร่มขนาดยักษ์เเต่ก็เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เรียกความสนใจจากผู้ที่มาเที่ยวเมืองซัปโปโรได้เป็นอย่างดี โดยสนามเเห่งนี้นับว่าเป็นสนามกีฬาที่มีความทันสมัยมากที่สุดในญี่ปุ่น เเละจากการที่มันตั้งอยู่ในเมืองซัปโปโรบนดินเเดนหนาวเย็นอย่างฮอกไกโด ทำให้มันมีความพิเศษอยู่ที่การเปิดเปิดหลังคาได้อีกด้วย จึงสามารถทำให้การจัดการเเข่งขันกีฬานั้นเป็นไปอย่างสะดวกทุกฤดูกาลอีกด้วย

โดยซัปโปโรโดมนั้น เป็นรังเหย้าของทีมเบสบอลชื่อดังอย่าง ‘ฮอกไกโด นิปปอนเเฮม ไฟต์เตอร์’ เเละทีมฟุตบอลในเจลีกชื่อดังอย่าง คอนซาโดล ซัปโปโร ซึ่งมีนักเตะชาวไทยอย่าง เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ค้าเเข้ง อยู่ในทีมด้วย โดยเป็นสนามที่มีความจุกว่า 80,000 ที่นั่ง เปิดใช้งานมาครั้งเเรกเมื่อปี ค.ศ.2001 เเถมพื้นสนามนั้นสามารถสลับกันได้ระหว่าพื้นหญ้าจริงเเละพื้นหญ้าเทียมอีกด้วย พร้อมกับเป็นพื้นที่จัดคอนเสิร์ตต่างๆ อีกด้วย อีกทั้งรูปทรงของสนามก็ยังมีความสวยงามจนเป็นที่โดดเด่นเเละเป็นเเหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญอีกเเห่งของซัปโปโร

ด้วยการที่ซัปโปโรโดม ตั้งอยู่ชานเมืองบริเวณที่มีความสูงทำให้นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวทิวทัศน์ของเมืองซัปโปโรจากสนามเเห่งนี้ได้อีกด้วย โดยในวันเวลาปกติที่ไม่มีการเเข่งขันทั้งเบสบอลเเละฟุตบอล นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมสนามเเห่งนี้ได้ในเวลา 10.00 น. ถึง 16.00 น. โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 500 เยน ส่วนในวันเวลาที่มีการเเข่งขันนั้นต้องซื้อตั๋วเข้าไปชมเกมส์การเเข่งขันเท่านั้น เเละน่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสนใจเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของสนามเเห่งนี้ เเละมาดูลีลาของเมสซี่เจกันเป็นจำนวนมากเลยก็ว่าได้

ชื่อสถานที่ : ซัปโปโรโดม (Sapporo Dome)
เว็บไซต์ : sapporo-dome.co.jp.e.cx.hp.transer.com (ภาษาอังกฤษ)
เวลาทำการ :  เวลา 10.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม :

  • Dome Tour ticket (ตั๋วโดมทัวร์) : ผู้ใหญ่ 1,050 เยน , เด็ก 550 เยน ***หากมีการแข่งขันจะเป็นตั๋วชมการแข่งขัน***
  • Observation Tower Ticket (ตั๋วจุดชมวิว) : ผู้ใหญ่ 1,050 เยน , เด็ก 550 เยน
  • ตั๋วรวม : ผู้ใหญ่ 1,250 เยน , เด็ก 700 เยน

การเดินทาง : เริ่มต้นจากสถานี Sapporo ขึ้น Subway Toho Line ลงสถานี Fukuzumi ใช้ทางออก 3 หรือ 4 แล้วเดินเท้าต่อ 500 เมตรเท่านั้น
แผนที่ Google Maps : https://goo.gl/maps/Whktyd4NwfnJsrU28


จุดชมวิวฮิสึจิงาโอกะ

จุดชมวิวฮิสึจิงาโอกะ เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองซัปโปโร โดยมันตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมือง ซึ่งบริเวณดังกล่าวนั้นมีลักษณะเป็นเนินเขาที่มีความสวยงาม เปิดให้เข้าชมครั้งเเรกในปี ค.ศ.1959 เเละได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากทั้งชาวซัปโปโรเองเเละนักท่องเที่ยวต่างถิ่นที่มาเยือนเมืองเเห่งนี้ เพราะเป็นจุดที่สามารถชมความสวยงามของทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตา เเละสามารถเห็นตัวเมืองซัปโปโรได้อย่างชัดเจนอีกด้วย นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง

จุดชมวิวฮิสึจิงาโอกะ มีจุดไฮไลท์ที่มีความน่าสนใจเเละน่ามาสัมผัสเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในส่วนของประติมากรรม ศาสตราจารย์.วิลเลียม เอส. คลาร์ก ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญ ผู้ซึ่งก่อตั้งมหาวิทยาลัยฮอกไกโด โดยที่ฐานของประติมากรรมนั้นจะเป็นช่องสำหรับใส่เเบบฟอร์มคำปฎิญาณที่ต้องการทำอย่างมุ่งมั่น ซึ่งนักเรียนนักศึกษาชาวญี่ปุ่นให้ความนิยมมาเขียนเเละหย่อนลงเพื่อเก็บรักษาเอาไว้ตลอดไป โดยมีบริการเเบบฟอร์มเเละค่าเก็บรักษาฉบับละ 100 เยน อีกด้วย ส่วนทางด้านของ ออสเตรียน เฮาส์ นั้นเเต่เดิมเป็นศาลาของประเทศออสเตรียที่เคยตั้งอยู่ในช่วง งานกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวเมื่อปี ค.ศ. 1972 เเต่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นจุดที่เอาไว้จำหน่ายสินค้าที่ระลึกต่างๆ ของฮอกไกโด ส่วนทางด้านของ Rest House นั้นก็เป็นภัตตาคาร์แบบเจงกิสข่าน ที่จำหน่ายอาหารในเเบบเนื้อแกะย่างบาร์บีคิว เเละอาหารอื่นๆ อีกมากมาย

ส่วนจุดอื่นๆ ที่มีความน่าสนใจของจุดชมวิวฮิสึจิงาโอกะ คือ โบสถ์ขนาดเล็กที่เคยใช้สำหรับจัดพิธีเเต่งงานอย่าง Clark Chapel หรือจะเป็นความน่าสนใจของเทศกาลหิมะที่มีการจัดเเสดงข้อมูลสำคัญๆ ของเทศกาลหิมะซัปโปโรที่จัดติดต่อกันมานานกว่า 60 ปีมาเเล้ว ส่วนโบสถ์สีขาวที่มีความสวยงามอย่าง Sapporo Blanc Birch Chapel ก็น่ามาเที่ยวชมไม่ต่างจาก โคอิโนมาชิ ซัปโปโร ที่เป็นอนุสรณ์สำหรับผู้แต่ง และผู้ร้องเพลงชื่อดังอย่าง  Yujiro Ishihara เเละ  Kuranosuke Hamayachi โดยการเข้าชมจุดชมวิวเเห่งนี้ต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 500 เยน โดยเปิดให้เข้าชมทุกวัน ช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน เวลา 08.30 – 19.00 น. , ช่วงเดือนตุลาคม-เมษายน เวลา 09.00 – 17.00 น. และช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เวลา 08.30 – 18.00 น.

ชื่อสถานที่ : จุดชมวิวฮิสึจิงาโอกะ (Hitsujigaoka Observation Hill)
เว็บไซต์ : sapporo-dome.co.jp.e.cx.hp.transer.com (ภาษาอังกฤษ)
เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00 – 16.45 น.
ค่าเข้าชม : 500 เยน/คน
การเดินทาง : เริ่มต้นจากสถานี Sapporo ขึ้น Subway Toho Line ลงสถานี Fukuzumi ใช้ทางออก 3 แล้วต่อบัสสาย 84 (ชานชาลา 4) ที่ Fukuzumi Bus Terminal ลงป้าย
Hitsujioka Tembodai ค่าโดยสาร 210 เยน ใช้เวลา 10 นาที
***ช่วงเดือนเมษายนและพฤศจิกายน จะมีบัสเส้นทางตรงจากสถานี Sapporo เลย ขึ้นรถสาย 89 ลงป้าย Hitsujioka Tembodai ใช้เวลา 40 นาที

แผนที่ Google Maps : https://goo.gl/maps/tU9pyTsG3wADL1mx9


สวนโมเอะเรนุมะ

สวนสาธารณะโมเอะเรนุมะ เป็นสวนขนาดใหญ่อีกเเห่งของเมืองซัปโปโร โดยมีเส้นรอบวงที่เป็นทางเดินยาวกว่า 4 กิโลเมตร เเละมีเเต่ผืนหญ้าสีเขียวขจีสวยงามเเละมีมนต์เสน่ห์อย่างประหลาดเป็นอย่างยิ่ง จนกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเเห่งนี้ มันสร้างเสร็จในปี ค.ศ.2005 เเละเปิดให้ประชาชนเข้าใช้งานจนกลายมาเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามเเละเป็นจุดดึงดูใจนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองซัปโปโรเป็นอย่างยิ่ง

ภายในของสวนสาธารณะโมเอะเรนุมะ นั้นมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ด้วยบึงน้ำขนาดใหญ่ที่งดงาม เเละยังมีอาคารสิ่งปลูกสร้างที่มีความโดดเด่นอยู่หลายจุดด้วยกัน ทั้งในส่วนของภูเขาโมเอะเร ที่มีความสูงมากกว่า 62 เมตร ซึ่งนักท่องเที่ยว และผู้ที่เข้ามาชมสวนเเห่งนี้สามารถปีนขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ที่มีความสวยงามได้อีกด้วย ส่วนทางด้านของฮิดามารินั้น เป็นอาคารที่โดดเด่นเป็นอย่างยิ่งด้วยทรงปิรามิดที่ใช้กระจกทำทั้งหมด นับว่าเป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยภายในของฮิดามารินั้นจะเป็นศูนย์ข้อมูล เเละมีห้องโถงไว้จัดเเสดงผลงานของโนกูจิอีกด้วย

นอกจากนี้ ทางด้านทิศตะวันออกของสวนสาธารณะโมเอะเรนุมะ ยังเป็นจุดที่ตั้งของสนามเด็กเล่นที่มีความพิเศษตรงที่จะมีน้ำพุตั้งอยู่ตรงกลาง เเละเป็นน้ำพุที่เปิดการเเสดงด้วยสีสัน เเละการกำหนดการเคลื่อนที่ของสายน้ำที่มีความตื่นตาตื่นใจ โดยจะเปิดการเเสดงในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงกลางเดือนตุลาคมของทุกปี โดยถัดออกไปนั้นก็จะเป็นพื้นที่เล่นน้ำที่มีความน่าสนใจ ซึ่งบริเวณนี้จะเปิดให้ใช้บริการในช่วงต้นเดือนมิถุนายนจนถึงกลางเดือนกันยายน เเละกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมากเลยก็คือการเช่าจักรยานปั่นไปตามเส้นทางรอบๆ สวนที่มีความยาว 4 กิโลเมตร โดยสองข้างทางจะมีเเต่วิวทิวทัศน์ที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง โดยเสียค่าเช่าเพียงชั่วโมงละ 100 เยนเท่านั้นเอง โดยสวนเเห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันในเวลา 7.00 น. จนถึง 22.00 น.

ชื่อสถานที่ : สวนสาธารณะโมเอะเรนุมะ (Moerenuma Park)
เว็บไซต์ : moerenumapark.jp/english (ภาษาอังกฤษ)
เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00 – 22.00 น.
ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
การเดินทาง : เริ่มต้นจากสถานี Sapporo ขึ้น Subway Toho Line ลงสถานี Kanjo dori higashi แล้วต่อบัส Chuo Bus มี 3 สาย คือ

  • สาย higashi (東) 69 มุ่งหน้า Ainosato kyoikudai eki ลงป้าย Moerenuma koen higashiguchi (ประตูฝั่งตะวันออก)
  • สาย higashi (東) 79 มุ่งหน้า Nakanuma Shogakko dori ลงป้าย Moerenuma koen higashiguchi (ประตูฝั่งตะวันออก)
  • สาย higashi (東) 61|Bi (ビ) 61 มุ่งหน้า Nakanuma Shogakko dori ลงป้าย Moerenuma koen Nishiguchi (ประตูฝั่งตะวันตก)

แผนที่ Google Maps : https://goo.gl/maps/qrJXLvJKSn8NzBsF9


พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านฮอกไกโด

พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านฮอกไกโด เป็นพิพิธภัณฑ์กลางเเจ้งที่มีความน่าสนใจอย่างมากอีกเเห่งของญี่ปุ่น โดยมันตั้งอยู่ชานเมืองซัปโปโร เเละมีพื้นที่กว้างขวางเป็นอย่างมาก จัดเเสดงเรื่องราวของฮอกไกโดไว้อย่างครบถ้วนภายในอาคารกว่า 60 หลัง ซึ่งเเสดงถึงวิวัฒนาการของภูมิภาคฮอกไกโดในเเต่ละยุคสมัย นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่จะทำให้คุณได้รูจักกับฮอกไกโดอย่าลึกซึ้งเลยก็ว่าได้
โดยในพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านฮอกไกโดนั้น มีอาคารเก่าเเก่มากมายตั้งเเต่สมัยเมจิ ซึ่งเป็นยุคเเรกของการสร้างฮอกไกโดให้เป็นภูมิภาคที่สำคัญอีกเเห่งของญี่ปุ่น จนมาถึงสมัยไทโช ซึ่งเป็นยุคของการเเผ่อิทธิพลของญี่ปุ่น โดยมีการเเบ่งการจัดเเสดงออกเป็น 4 โซนสำคัญด้วยกันทั้งในโซนหมู่บ้านชาวประมง, โซนหมู่บ้านฟาร์ม, โซนหมู่บ้านบนภูเขา เเละโซนเมือง โดยเป็นการจัดเเสดงเเบบกลางเเจ้ง ซึ่งจะเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งเเต่เวลา 9.00 น. ถึงเวลา 17.00 น. ปิดทุกวันจันทร์ โดยต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 830 เยน เเต่ในฤดูหนาวเหลือเพียงคนละ 680 เยน

พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านฮอกไกโดยังมีอีกส่วนจัดเเสดงที่เป็นตัวพิพิธภัณฑ์นั้น จะมีการเเบ่งการจัดเเสดงเเยกออกมา โดยเป็น 8 โซนด้วยกัน เเละมีการจัดเเสดงครอบคลุมตั้งเเต่ฮอกไกโดในช่วงก่อนประวัติศาสตร์จนถึงฮอกไกโดในปัจจุบันเลยทีเดียว ซึ่งจะฉายภาพให้ผู้เข้าชมได้เห็นบรรยากาศของฮอกไกโดเมื่อก่อนจะมีมนุษย์อยู่ หลังจากมีชาวไอนุกำเนิดขึ้นมาว่าเป็นอย่างไร เเละในยุคสงครามกลางเมืองของญี่ปุ่น รวมไปถึงช่วงสมัยเมจิที่ฮอกไกโดกลายเป็นดินเเดนที่มีการพัฒนาอย่างมากมาย จนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 เเละหลังจากยุคสงคราม โดยจุดนี้เปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 16.00 น. ปิดทุกวันจันทร์ เเละเสียค่าเข้าชมคนละ 500 เยน

ชื่อสถานที่ : พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านฮอกไกโด (Historical Village of Hokkaido)
เว็บไซต์ : kaitaku.or.jp/en (ภาษาอังกฤษ)
เวลาทำการ : เดือนพฤษภาคม-กันยายน เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. และเดือนตุลาคม-เมษายน เปิดบริการ เวลา 09.00 – 16.30 น. (ปิดทุกวันจันทร์)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 800 เยน
การเดินทาง : เริ่มต้นจากสถานี Sapporo ขึ้น JR Hakodate Line ลงสถานี Shinrinkoen แล้วต่อบัสสาย 22 ลงป้ายสุดดท้าย Kaitaku-no-mura
แผนที่ Google Maps : https://goo.gl/maps/key7vx8GFvG22peR7


สวนป่าโนปโปโระ

ปิดท้ายด้วยสวนป่าโนปโปโระ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีความเก่าเเก่เเละมีความหมายสำหรับชาวฮอกไกโด โดยเป็นพื้นที่ป่าที่ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้ตั้งเเต่มีการสร้างเมืองซัปโปโรขึ้นมา ทำให้มีความสวยงามเเละอุดมสมบูรณ์ จนกลายเป็นอีกสวนป่าที่มีความสวยงามเเละได้รับการยอมรับว่าเป็นจุดที่ควรมาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง โดยจากพื้นที่กว่า 13,000 ไร่นั้น มีความสมบูรณ์เเละเต็มไปด้วยธรรมชาติที่มีความสวยงาม จนกลายเป็นจุดที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน

จุดเด่นอีกจุดของสวนป่าโนปโปโระ คือ ในส่วนของหอคอย Centennial Memorial Tower ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองในการครบรอบ 100 ปีของการจัดตั้งจังหวัดฮอกไกโดขึ้นมา โดยมันมีความสูงถึง 100 เมตรเลยทีเดียว เเละเป็นทั้งในส่วนของจุดชมวิวที่มีความงดงาม เเละเป็นหอดูดาวที่มีความสำคัญอีกเเห่งของญี่ปุ่นอีกด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในจุดไฮไลท์ของส่วนป่าเเห่งนี้ เเละนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว ณ สวนป่า มักจะไม่พลาดขึ้นไปชมวิวที่มีความสวยงาม

สวนป่าโนปโปโระนั้น มีความน่าสนใจตรงที่มีเส้นทางในการเดินชมความสวยงามของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ เเละสามารถมาเที่ยวชมได้ในทุกฤดูกาลเลยก็ว่าได้ เพียงเเค่ในฤดูหนาวนั้นอาจจะมีการเดินทางที่ค่อนข้างจะลำบากเเละเป็นช่วงปิดในการเข้าชมในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนเมษายน โดยจะเปิดให้เข้าชมในช่วงเดือนเมษายนจนถึงปลายเดือนตุลาคม ซึ่งเปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลาประมาณ 9:00 น. จนถึงเวลา 17:00 น. โดยเปิดให้เข้าชมฟรี ทั้งในส่วนของสวนป่า เเละหอคอย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปเยือนเลยล่ะ

ชื่อสถานที่ : สวนป่าโนปโปโระ (Nopporo Forest Park)
เว็บไซต์ : pref.hokkaido.lg.jp (ภาษาญี่ปุ่น)
เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. (ปิดช่วงฤดูหนาว เดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนเมษายน)
ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
การเดินทาง : เริ่มต้นจากสถานี Sapporo ขึ้น JR Hakodate Line ลงสถานี Shinrinkoen ใช้ทางออก East แล้วต่อบัสสาย 22 ลงป้าย Nopporo Forest Park
แผนที่ Google Maps : https://goo.gl/maps/TNCEToo3DB4BKY2Z6


เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับเมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด เที่ยวแค่เมืองนี้เมืองเดียวก็เล่นเอาเหนื่อยเลยเนอะ แต่มันก็คุ้มนะ ได้ใช้เวลาดีๆ กับผู้ร่วมทริป ได้พักผ่อนหย่อนใจ เรียกได้ว่า ไปเที่ยวเมืองซัปโปโรที่เดียว ได้เที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ ทั้งไหว้พระ ชมธรรมชาติ เล่นสกี ทานอาหารทะเลสดๆ เดินเล่นในสวนสาธารณะ ชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ สัมผัสอากาศหนาว ชมความสวยงามของเทศกาลหิมะ อันนี้ต้องไปให้ตรงช่วงนะคะ ต้องดำเนินการจองล่วงหน้าเยอะๆ หน่อยนะคะ เพราะในช่วงนั้นนักท่องเที่ยวจะเยอะมาก แล้วค่าที่พัก ค่าตั๋วอะไรต่างๆ ก็จะมีราคาเพิ่มขึ้นด้วย คราวหน้าเราจะพาไปเที่ยวที่เมืองไหนของญี่ปุ่น ก็รอติดตามกันดูนะคะ

สามารถกดติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ : CheckInChill คอยติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับการที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก กับเช็คอินชิลล์กันด้วยนะคะ ขอบคุณค่า 💗

อ่านเพิ่มเติม :

  • แนะนำ 10 ที่พักฮอกไกโด เมืองซัปโปโร ใกล้แหล่งท่องเที่ยว เดินทางสะดวก

โพสต์นี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด?

กดที่ดาวเพื่อให้คะแนน 🔻

คะแนนเฉลี่ย / 5. จำนวนโหวต:

คุณเป็นคนแรกที่ให้คะแนนโพสต์นี้?

ขออภัย! หากหัวข้อนี้ไม่ถูกใจคุณ

ช่วยบอกเราได้ไหมว่ามีส่วนไหนที่ต้องแก้ไข

แสดงความคิดเห็น

Klook.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences Save